ว่าด้วยเรื่องของ “ปู” คงเป็นอีกหนึ่งอาหารทะเลสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่ง “ปู” นั้นสามารถนำมารับประทานได้หลากหลายเมนูเช่น ปูผัดผงกระหรี่ ปูทะเลเผากับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ หรือจะเป็นเมนูสุดฮิตตอนนี้ อย่าง ปูไข่ดอง
แต่รู้หรือไม่ ว่า “ปู” แต่ละชนิดใช่ว่าจะสามารถนำมาบริโภคได้ ซึ่งบางตัว บางชนิด มีพิษรับประทานเข้าไปอาจถึงตาย โดยเฉพาะในวงศ์ปูใบ้
ปูใบ้มีลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่าย คือ กระดองเป็นรูปไข่ หรือพัด มีเปลือกแข็ง ขาเดินคู่สุดท้ายเป็นปลายแหลม ปลายก้ามหนีบเป็นสีดำและแข็งแรงมาก เมื่อหนีบแล้วไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ มักจะอาศัยอยู่ตามโขดหิน ที่มีแหล่งหลบซ่อนกำบัง บริเวณเขตน้ำขึ้นน้ำลง ไม่ชอบการขุดรูเหมือนปูชนิดอื่น ๆ
การบริโภคปูมีพิษ ในไม่กี่ชั่วโมงจะเกิดอาการบวมที่ริมฝีปาก ลิ้น ปาก ลำคอและใบหน้า ถ่ายท้อง ปวดท้อง และช็อค
และมีการศึกษาพบว่าแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายในตัวปู เป็นตัวสร้างสารพิษ ซึ่งเป็นพิษแบบเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า จะส่งผลต่อระบบประสาทและรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
ปูพิษ มีอะไรบ้าง?
กลุ่มมีพิษสูงอยู่ตลอดเวลา
เป็นพิษในกลุ่มที่มีผลต่อระบบประสาท ไม่สลายตัวแม้ผ่านความร้อนจากการปรุงอาหาร เช่น
-ปูใบ้ลายตาข่าย เนื้อปูเพียง 1 กรัมก็สามารถฆ่าหนูได้ถึง 42,000 ตัว มักติดมากับเครื่องมือของเรือประมงพื้นบ้าน
-ปูใบ้ลายแผนที่ มีพิษทุกส่วนในปู มักอยู่ตามแนวปะการัง
กลุ่มที่มีพิษปานกลาง
หากนำไปบริโภคจะทำให้เกิดอาการป่วยแต่มักจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต เช่น
-ปูใบ้ตาแดง มักพบได้บนหาดหินชายฝั่งตามเกาะต่าง ๆ
-ปูใบ้หลังเต่าแดง มักอยู่ตามแนวปะการัง
การป้องกันและรักษา การป้องกันอันตรายจากปูคือการหลีกเลี่ยงบริโภคปูชนิดที่ไม่คุ้นเคย แต่หากบริโภคปูที่มีพิษเข้าไป ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว และควรนำตัวอย่างปูที่มีพิษนั้นไปด้วย
เมื่อหิวกลางดึก ควรกิน 5 อย่างนี้ เพื่อให้หลับง่ายและดีต่อสุขภาพ
ไม่อยากแก่...ควรกินอาหาร 5 อย่างนี้เพื่อช่วยชะลอวัย
ที่มา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ,
-เฟซบุ๊ก Princess Maha Chakri Sirindhorn Natural History Museum,
-เฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์