เว็บไซต์ พญาครุฑ ดอทคอม ระบุว่า การลงนะ หรือ การลงนะหน้าทอง เป็นศาสตร์ที่สืบทอดกันมามากกว่า 100 ปี จัดเป็นวิชาชั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธคุณ ทำให้ผู้ที่ได้รับการลงนะหน้าทอง เปรียบเสมือนผู้มีบุญญาธิการ มีผู้คนเมตตาอุปถัมภ์ค้ำจุน เป็นที่รักใคร่ โดยมีที่มาตามลัทธิพราหมณ์ สืบเนื่องจากวรรณคดี “เรื่องรามเกียรติ์” ที่กล่าวถึง “พระลักษณ์” ในเรื่องรามเกียรติ์ ว่าผู้มีศักดิ์เป็นน้องของพระราม และยังมีรูปกายเป็นสีทองสง่างาม
“วันเด็ก 2567” รวมพิกัดประกันสุขภาพ-อุบัติเหตุสำหรับเด็กน้อย
เป็นที่รักของทั้งมนุษย์และเทวดา และด้วยคุณลักษณะของพระลักษณ์ดังกล่าว ต่อมาได้ถือเป็นคติในการสร้างวิชาสายเมตตามหานิยม และมหาเสน่ห์
สำหรับพิธีลงนะหน้าทองในสมัยโบราณ ต้องสักหมึกลงไปในผิวหนังบนขม่อมเป็นอักษรขอม โดยคำว่า “นะ” ประกอบด้วยคาถา คือ นะ โม พุท ธา ยะ อุ จันท์ สูญญ์ ณะ แต่ละตัวต้องถูกปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้นมาในขณะสัก
และเมื่อถึงเวลาที่ต้องการใช้จริงๆ ก็ต้องปลุกขึ้นมาอีกครั้ง การเขียนอักขระต่าง ๆ ตามรูปยันต์ที่สักเขียนด้วยแป้งผัดหน้า โดยเขียนใส่ฝ่ามือแล้วผัดหน้าและชักสังวาล 1 ครั้ง โดยเอามือขวาแตะไหล่ซ้ายและมือซ้ายแตะไหล่ขวาลูบไขว้กันลงมาถึงชายโครง ก่อนที่จะออกจากบ้าน
ส่วนการเรียก “นะหน้าทอง” นั้น มาจากที่มีการใช้ทองคำเปลวบริสุทธิ์ (ซึ่งถือว่าเป็นของสูง) มาลงที่ใบหน้าทำให้มีสง่าราศี รวมถึงอักขระที่ลงมีสูตรการเรียกเฉพาะตนว่า “ตัวนะหน้าทอง” รวมไปถึงยันต์ที่ลงก็จะมีสูตรถือเป็นเคล็ดของครูบาอาจารย์แต่ละท่านไม่เหมือนกัน
สาเหตุเหตุที่ต้องใช้ทองในการลงนะหน้าทองนั้น มาจากวิชาโบราณที่มีการใช้ “ธาตุทอง” เป็นตัวลง ซึ่งธาตุทองเป็นธาตุที่มีความเป็นสิริหรือแสงสว่างในตัว โดยตามธรรมชาติ ธาตุทองจะซึมซับเอาสิริหรือแสงสว่างจากพระอาทิตย์และพระจันทร์ไว้ในตัว ซึ่งในการลงนะหน้าทองสามารถใช้แผ่นทองคำแท้ จำนวน 3, 5, 9 ถึง 108 แผ่น แล้วแต่ความพอใจ
จุดที่นิยมลงนะหน้าทอง มีด้วยกัน 9 ตำแหน่ง ดังนี้
- หน้าผาก : จุดที่นิยมมากที่สุด ถือเป็นจุดสำคัญของใบหน้าโดดเด่นที่สุด จึงถือว่าเป็นที่รวมสิริทั้งปวง
- เปลือกตา หรือใต้ตา : เชื่อว่าในยามที่สบตาหรือกะพริบตา จะทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกนึกรักและเป็นที่นิยมพอใจในตัวเรา
- แก้ม : เป็นจุดตามวิชาพรหมสี่หน้า (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) มีคุณในเรื่องความเมตตาที่ประเสริฐ
- กราม : จุดนี้เพื่อเกิดความน่าเชื่อถือในการพูด
- ลิ้น : จุดที่นิยมอีกหนึ่งจุด เพื่อให้เจรจาเป็นที่น่าเชื่อถือ พูดจาเป็นที่รัก วาจาน่าพอใจ
- กระหม่อม : พราหมณ์ถือว่ากระหม่อมเป็นจุดเข้าออกของปราณพลังชีวิต เป็นที่สถิตของเทวดา
- ติ่งหูสองด้าน : เชื่อว่าเป็นที่สถิตของวิญญาณ นิยมลงเพื่อเชิญบารมีเทวดารักษาให้อายุมั่นขวัญยืน
- คาง : เป็นจุดที่ต่ำที่สุดของใบหน้า ลงเพื่อความมั่นคง เป็นที่เคารพยำเกรง
- ท้ายทอย : เพื่อเป็นที่รักแม้ยามมองจากด้านหลัง
ขอบคุณข้อมูลจาก พญาครุฑ ดอทคอม
เปิดสถิติหวยออกงวดวันที่ 17 มกราคม หวยวันครู ย้อนหลัง 15 ปี
มอเตอร์เวย์ M6 เปิดให้ใช้ฟรีตลอดปี 2567 เก็บค่าผ่านทางปี 2568