หลังจากที่ซีรีส์ดัดแปลงจากประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา “แม่หยัว” ออกฉายสู่สายตาผู้ชม นอกจากตัวดำเนินเรื่องหลักอย่าง “ท้าวศรีสุดาจันทร์” แล้ว อีกหนึ่งบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ หรือพระสวามีของนางอย่าง “สมเด็จพระไชยราชาธิราช” หรือ “พระไชยราชา”
สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 13 แห่งกรุงศรีอยุธยา สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์สุพรรณภูมิ ครองราชสมบัติระหว่าง พ.ศ. 2077 – 2089 รวม เกือบ 13 ปี
สมเด็จพระไชยราชาธิราชเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ที่ประสูติแต่พระสนม มีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เมื่อราว พ.ศ. 2076 สมเด็จเจ้าหน่อพุทธางกูร หรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 พระเชษฐาต่างพระมารดาของสมเด็จพระไชยราชาธิราช ได้เสด็จสวรรคต ข้าราชบริพารได้ทูลเชิญสมเด็จพระรัษฎาธิราช ซึ่งพระชนมายุเพียง 5 พรรษา ขึ้นครองราชย์แทน
แต่ครองราชย์ได้เพียง 5 เดือน สมเด็จพระไชยราชาธิราชได้ทรงชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระรัษฎาธิราช และให้สำเร็จโทษเสีย และขึ้นครองราชสมบัติเมื่อพระชนมายุได้ 35 พรรษา
ตรวจผลรางวัลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี งวด 225-258 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567
กษัตริย์นักรบผู้ประมือกับ “พระเจ้าตะเบงชะเวตี้”
ตามเอกสารประวัติศาสตร์ สมเด็จพระไชยราชาธิราชเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงส่งเสริมการค้ากับต่างประเทศ ว่ากันว่าสมัยของพระองค์นี้เองที่มีชาวต่างชาติชาติแรกมาทำการค้าด้วย นั่นคือชาวโปรตุเกส และมีการรับทหารอาสาโปรตุเกสที่ใช้อาวุธปืนไฟของตะวันตกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอยุธยาด้วย
ทั้งนี้ รัชสมัยของพระองค์มีการทำสงครามกับอาณาจักรข้างเคียงหลายครั้ง ทั้งล้านช้าง เขมร เชียงใหม่ ฯลฯ โดยเฉพาะการสงครามระหว่างไทยกับพม่าก็เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยนี้
ช่วงปี พ.ศ. 2081 “พระเจ้าตะเบงชะเวตี้” แห่งราชวงศ์ตองอู ซึ่งมี “บุเรงนอง” เป็นขุนศึกคู่พระทัย ทรงหมายตาเมืองเชียงกราน ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของอยุธยา
ตามที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐาน เวลานั้น พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ทรงเริ่มขยายอำนาจลงมาทางใต้เพื่อปราบอาณาจักรมอญที่เมืองพะโคหรือหงสาวดี ซึ่งมั่งคั่งร่ำรวยจากการค้าและมีกำลังผู้คนมาก ทำให้พวกมอญหลบหนีลงมาที่เมืองเชียงกราน
สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงสามารถขับไล่ทัพพม่าไปได้ แต่เกิดการกบฏของพระยานารายณ์ เจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งพระองค์ทรงสามารถปราบลงได้
พระราชกรณียกิจส่งเสริมการค้า
พระราชกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของสมเด็จพระไชยราชาธิราช คือการส่งเสริมการค้ากับต่างประเทศ
เนื่องจาดการทำสงครามกับอาณาจักรรอบข้างหลายครั้ง ทำให้กรุงศรีอยุธยาลดความสำคัญทางการค้าระหว่างประเทศลง หลักฐานจีนสมัยราชวงศ์หมิงแสดงให้เห็นว่า การทูตในระบบบรรณาการหยุดชะงัก ไม่มีการส่งทูตไปยังราชสำนักจีนเลย
นอกจากนั้น หลักฐานโปรตุเกสแสดงให้เห็นว่าความสนใจของพ่อค้าโปรตุเกสที่มีต่อสินค้าและการค้าที่กรุงศรีอยุธยาก็ลดลง โดยโปรตุเกสให้ความสำคัญในการค้ากับพม่ามากกว่า เพราะมะละกาซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกสสามารถติดต่อกับเมืองท่าของพม่าได้สะดวกกว่าที่กรุงศรีอยุธยา
ไม่เพียงเท่านั้น การเกิดเพลิงไหม้พระนครศรีอยุธยาเมื่อปลาย พ.ศ. 2088 เป็นเวลาถึง 3 วัน 3 คืนทำให้มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้นับหมื่นหลัง ย่อมมีผลกระทบอย่างมากต่อการค้าระหว่างประเทศ
แม้ว่าสถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยต่อการค้านัก สมเด็จพระไชยราชาธิราชก็ยังทรงหาวิธีการส่งเสริมการค้าและทำให้การเดินเรือสะดวกรวดเร็ว โดยโปรดให้ขุดคลองลัดเพื่อย่นระยะทางของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยปัจจุบันไปถึงปากคลองบางกอกใหญ่
เพื่อให้การค้ามีความยุติธรรม สมเด็จพระไชยราชาธิราชยังทรงโปรดให้จัดระบบตราชั่ง โดยใช้เครื่องชั่งตวงที่ทางราชการรับรองมาตรฐานในการซื้อขายข้าวปลาอาหาร
จากบันทึกของวันวลิตหรือเยเรเมียส ฟาน ฟลีต ซึ่งเป็นผู้จัดการสำนักการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาที่กรุงศรีอยุธยาได้กล่าวว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงรักความยุติธรรม ทรงเกลียดและขจัดความชั่วร้าย มีพระทัยกว้างขวาง สนพระทัยในวิทยาการสมัยใหม่
การสวรรคตที่ยังเป็นที่ถกเถียง
ในปี พ.ศ. 2089 สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงยกทัพไปตีเชียงใหม่ และเมื่อกลับมาได้เสด็จสวรรคต ซึ่งจุดนี้เองที่เกิดข้อสันนิษฐานการสวรรคตของพระองค์ไปใน 2 ทิศทาง
หนึ่งคือ พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า หลังทำสงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้ว สมเด็จพระไชยราชาธิราชเสด็จยกทัพหลวงกลับมายังกรุงศรีอยุธยา แล้วสวรรคตระหว่างทางขณะเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยานั้นเอง
ส่วนบันทึกของพ่อค้าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาในอาณาจักรอยุธยาในสมัยนั้นชื่อ เฟอร์ดินันท์ เมนเดซ ปินโต ระบุว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราชก็เสด็จสวรรคตจากการถูกท้าวศรีสุดาจันทร์วางยาพิษผสมในนมโคให้เสวย
ว่ากันว่าความที่พระองค์มักออกทัพจับศึกอยู่เสมอ ทำให้ท้าวศรีสุดาจันทร์มีโอกาสลอบพบมีความสัมพันธ์กับขุนวรวงศาธิราช
พระองค์ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่เกิดจากพระมเหสีแต่มีพระราชโอรสที่เกิดแต่ท้าวศรีสุดาจันทร์ 2 องค์คือ พระยอดฟ้ากับพระศรีศิลป์ เมื่อพระองค์สวรรคต พระยอดฟ้าพระชนมายุ 11 พรรษา ได้ครองราชสมบัติต่อโดยมีท้าวศรีสุดาจันทร์เป็นผู้สำเร็จราชการ แต่ต่อมาถูกพันบุตรศรีเทพ (ขุนวรวงศาธิราช) ลอบปลงพระชนม์ บ้างก็ว่าถูกสำเร็จโทษ
ด้านพระศรีศิลป์ เอกสารคำให้การกรุงเก่าระบุว่า ยังทรงได้รับการเลี้ยงดูไว้ ต่อมาเมื่อขุนนางฝ่ายพระเฑียรราชา พระอนุชาต่างพระราชมารดาของสมเด็จพระไชยราชาธิราช ได้สังหารขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ที่คลองสระบัว พระศรีศิลป์ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่รอดกลับมาได้
เมื่อพระเฑียรราชาขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระศรีศิลป์ได้กบฏจนต้องปืนสิ้นพระชนม์
เรียบเรียงจาก นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย