เชื่อว่าคนรักสัตว์หลายคนคงรู้จักและซาบซึ้งไปกับ ภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ที่พาออกเดินทางไปกับชีวิตของสุนัขจรตัวหนึ่ง ผ่าน 3 ช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น น้องโกฮัง วัยเด็ก นายโกฮัง (บราวนี่) วัยหนุ่ม และลุงหิมะ วัยแก่ ตั้งแต่ความซุกซนไร้เดียงสา การผจญภัยที่ทั้งสนุกและเจ็บปวด ไปจนถึงปลายทางของชีวิตที่เต็มไปด้วยการรอคอย ความสงบและความหมาย
แก่นสำคัญของหนังอยู่ที่คำว่า “โกโฮม” หรือการมีบ้าน ซึ่งในบริบทของโกฮังไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่ แต่คือความรู้สึกของการเป็นที่รัก
การมีใครสักคนรออยู่ และการได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครบางคน หนังตั้งคำถามกับผู้ชมอย่างแยบยลว่า แท้จริงแล้ว “บ้าน” ของเราคืออะไร เป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือเป็นความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นกับคนรอบตัว
ถึงแม้เรื่องราวในหนังจะเรียบง่าย แต่กลับทรงพลัง ค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปแตะหัวใจคนดูในทุกจังหวะ ทำให้เรายิ้ม หัวเราะ และอาจเผลอเสียน้ำตาโดยไม่รู้ตัว เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนังของหมา แต่คือเรื่องของความรัก ความผูกพัน ความซื่อสัตว์ และคำว่า “บ้าน” ที่ทุกชีวิตโหยหา ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ ที่ต่างฝ่ายต่างเป็นที่พักพิงทางใจให้กันและกันในวันที่อ้างว้างและเจ็บป่วย รวมทั้งทุกชีวิตสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ถึงแม้จะผ่านความเจ็บปวดมานับไม่ถ้วน
ในอีกชั้นของการเล่าเรื่อง “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ไม่ได้เพียงถ่ายทอดชีวิตของสุนัขตัวหนึ่ง แต่ยังเปรียบเสมือน “เสียงเงียบ” ของสัตว์จรจัดจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงเรียกร้องในสังคม ในบางกรณีกลับต้องถูกกักขังเพื่อหาผลประโยชน์ ถูกทุบตีทำร้าย อย่างไม่มีทางต่อสู้
เบื้องหลังความน่ารักในวัยเยาว์ของสัตว์เลี้ยง เมื่อวันหนึ่งพวกมันเติบโตขึ้น กลับมีไม่น้อยที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของไม่พร้อมดูแลต่อ จนต้องกลายเป็นสัตว์จรจัดที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากบนท้องถนนที่คาดว่าสูงกว่า 2.4 ล้านตัวทั่วประเทศ และจากจุดนั้นเอง ปัญหาที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่ความน่าสงสาร แต่ขยายไปสู่มิติของสาธารณสุขและสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงของโรคติดต่ออย่างพิษสุนัขบ้า ความไม่ปลอดภัยจากพฤติกรรมที่อาจก้าวร้าวเมื่อสัตว์ต้องเอาตัวรอด หรือแม้แต่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากมูลสัตว์ที่สะสมในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งล้วนเป็นผลพวงของ “วงจรการทอดทิ้ง” ที่เริ่มต้นจากมนุษย์ทั้งสิ้น
เรื่องราวของโกฮังจึงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเรียกน้ำตา แต่ยังชวนให้เราตระหนักว่า ทุกชีวิตที่เราเคยรับเข้ามาในบ้าน ล้วนมีความหมายและความรับผิดชอบตามมาเสมอ เพราะในวันที่เราหมดความพร้อมสำหรับพวกมัน อาจเป็นวันที่พวกมันต้องเผชิญโลกทั้งใบเพียงลำพัง เหมือนอย่างที่โกฮังเคยเผชิญ
การแก้ปัญหาสัตว์จรจัดยังนับเป็นความพยายามของหลายภาคส่วนที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไข ดูแลอนุเคราห์สัตว์ป่วย และพยายามในการส่งต่อโอกาสให้ น้องๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยตามหาบ้านหลังสุดท้ายให้พวกเขา
เนื่องในโอกาสครบรอบ 91 ปีแห่งการสถาปนาคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีจัดโครงการ “Gohan Charity Night: หัวใจที่ไม่ถูกทิ้ง” พร้อมฉายภาพยนตร์รอบการกุศลเรื่อง “โกฮัง หัวใจโกโฮม” รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายนำไปสนับสนุนสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสัตว์เล็ก และช่วยเหลือสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้บ้าน รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของชมรมนิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ JohnJud (จรจัด) ซึ่งทำหน้าที่อาสาดูแลแมวและสุนัขจรภายในมหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ ทั้งด้านสุขภาพและการหาบ้านใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษ Meet & Greet “หิมะ” ผู้รับบท “ลุงโกฮัง” ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง
ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า กิจกรรมการกุศลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารายได้สนับสนุนโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่นิสิตชมรมจรจัดนำสุนัขที่ต้องการการรักษามาดูแล ถือเป็นการสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้สังคมเกิดจิตสำนึกในการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ ดูแลพวกเขาตลอดช่วงชีวิต พร้อมกันนี้ การเลือกฉายภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” เนื่องจากมีแนวคิดสอดคล้องกับกิจกรรมของนิสิต ที่มุ่งช่วยเหลือสัตว์ รักษา และหาบ้านหลังสุดท้ายให้พวกเขา รวมถึงเป็นการปลูกฝังให้นิสิตมีจิตสำนึกต่อสังคมและสัตว์เลี้ยง รู้จักช่วยเหลือและมีเมตตา
ภาพยนตร์เรื่อง “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ได้สังสรรขึ้นมาจากผู้กำกับมากฝีมือร่วมกันถึง 3 ท่าน ประกอบด้วย คุณวรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ โปรดิวเซอร์, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับภาพยนตร์ และ อัตตา เหมวดี ผู้กำกับภาพยนตร์
ด้านทีมผู้สร้างภาพยนตร์ ระบุว่า หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความรักที่มีต่อสุนัข โดยหยิบเอาความทรงจำเกี่ยวกับน้องหมาในชีวิตมาเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ร่วมกัน ผ่านตัวละครของโกฮัง ที่พวกเขาตั้งใจให้ผู้ชมที่ได้ดู รู้สึกเอ็นดูสุนัขจรจัดที่ยังต้องการครอบครัวและโอกาส ไม่ต่างจากสุนัขจากฟาร์ม
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของโกฮังอาจไม่ใช่แค่เรื่องของสุนัขตัวหนึ่ง แต่คือคำถามที่ย้อนกลับมาหาเราทุกคนว่า เราพร้อมจะเป็น ‘บ้าน’ ให้ใครสักชีวิตได้จริงหรือไม่ ? ทั้งนี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือน้อง ๆ เหล่านี้ได้ ผ่าน JohnJud