เม็ดพลาสติกคืออะไร? เจาะลึกประเภทและสถานการณ์ขาดแคลน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เม็ดพลาสติกคือวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสำหรับขึ้นรูปพลาสติก เกิดจากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติก

เม็ดพลาสติกคืออะไร? มีกี่ประเภท พร้อมเจาะลึกปัญหาขาดแคลนพลาสติก

เม็ดพลาสติกถือว่าเป็นวัตถุดิบที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเม็ดพลาสติกสามารถนำไปขึ้นรูปได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตขวดน้ำ ชิ้นส่วนรถยนต์ หรือแม้แต่สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้พลาสติกในการขึ้นรูปสิ่งต่าง ๆ และด้วยสถานการณ์แถบตะวันออกกลางในปัจจุบันส่งผลให้เม็ดพลาสติกราคาสูงและหายากมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศไทย มาเจาะลึกเกี่ยวกับเม็ดพลาสติกพร้อมทำความเข้าใจปัญหาการขาดแคลนพลาสติกในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวได้

เม็ดพลาสติก คืออะไร?

เม็ดพลาสติก คือวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการขึ้นรูปสิ่งของต่าง ๆ ที่ทำจากพลาสติก เกิดจากการกลั่นน้ำมันดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมผ่านกระบวนการแยกสลาย เพื่อทำให้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนกลายเป็นสารประกอบขนาดเล็ก ก๊าซเอทธิลีนและโพรพิลีน จากนั้นส่งก๊าซเหล่านี้ไปยังโรงงานเพื่อผลิตเม็ดพลาสติกขึ้นมา 

เม็ดพลาสติกที่เกิดกระบวนการข้างต้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พลาสติกคืนรูป (Thermoplastic) ซึ่งเป็นพลาสติกที่สามารถหลอมกลับมาใช้ใหม่ได้ กับ พลาสติกคงรูป (Thermosetting) เป็นพลาสติกที่ไม่สามารถหลอมใหม่ได้ โดยเม็ดพลาสติกที่ผลิตออกมาจะถูกส่งไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

เม็ดพลาสติกทำมาจากอะไร?

เม็ดพลาสติกทำมาจาก

เม็ดพลาสติกผลิตมาจากวัสดุหลัก ๆ 3 ประเภท ซึ่งมีคุณสมบัติและต้นทุนแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  1. ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ (Virgin Resin) : แหล่งวัตถุดิบหลักสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เช่น เอทิลีน, โพรพิลีน สกัดจากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ก่อนนำไปพอลิเมอไรเซชัน
  2. วัสดุพลาสติกรีไซเคิล : นำพลาสติกใช้แล้วมาหลอมและแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ ช่วยลดของเสียและต้นทุนวัตถุดิบพลาสติก
  3. วัสดุชีวภาพ (Bioplastics) : ผลิตจากพืช เช่น ข้าวโพด, อ้อย, แป้งมันสำปะหลัง เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการพลาสติกย่อยสลายได้

กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติก

กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกจากวัตถุดิบจนกลายเป็นเม็ดพร้อมใช้งานมีอยู่ 5 ขั้นตอนสำคัญดังนี้

  1. สังเคราะห์มอนอเมอร์ (Monomer Synthesis) : ผลิตมอนอเมอร์และผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ เช่น เอทิลีน สไตรีน จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน
  2. พอลิเมอไรเซชัน (Polymerization) : มอนอเมอร์ถูกเชื่อมต่อกันด้วยปฏิกิริยาเคมีกลายเป็นพอลิเมอร์สายยาว เช่น PE, PP, PVC
  3. การผสมสารเติมแต่ง (Compounding) : เติมสารเสริมคุณสมบัติ เช่น สารกันยูวี สีย้อม สารหน่วงการติดไฟ เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามต้องการ
  4. การอัดรีด (Extrusion) : ส่งพอลิเมอร์ผ่านเครื่องอัดรีดที่หลอมและดันวัสดุผ่านหัวดาย ได้เส้นแท่งต่อเนื่อง
  5. การตัดเม็ด (Pelletizing) และทำให้เย็น : ใบมีดหมุนตัดเส้นพลาสติกให้ได้เม็ดสม่ำเสมอ จากนั้นลดอุณหภูมิด้วยน้ำหรืออากาศ

เม็ดพลาสติกมีกี่ประเภท? 

ปัจจุบันมีเม็ดพลาสติกในตลาดกว่า 140 ชนิด แต่ที่ใช้งานหลักในอุตสาหกรรมมี 7 ประเภทสำคัญ ซึ่งแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยเม็ดพลาสติกทั้ง 7 ประเภทมีรายละเอียดดังนี้

1. เม็ดพลาสติก PE (Polyethylene)

เม็ดพลาสติก Polyethylene เป็นประเภทที่ใช้งานหลากหลายและมีการผลิตมากที่สุดในโลก มีคุณสมบัติที่แข็งแรง เหนียว ทนทานต่อกรดและด่างอ่อน มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถป้องกันความชื้นซึมผ่านได้ นิยมนำมาทำเป็นท่อน้ำ ฝาและขวดน้ำ ถัง ถุงพลาสติก เป็นต้น โดยพลาสติกประเภทนี้มีอยู่หลายแบบ เช่น HDPE, LDPE, LLDPE, และ MDPE

2. เม็ดพลาสติก PP (Polypropylene)

เม็ดพลาสติก Polypropylene จะมีความแข็งแรงทนทานกว่า Polyethylene โดยสามารถทนต่อไขมันและความร้อนสูงถึง 130°C เหมาะสำหรับทำบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล่องไมโครเวฟ ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหารร้อน ชิ้นส่วนยานยนต์ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทำให้เม็ดพลาสติกประเภทนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์

3. เม็ดพลาสติก PS (Polystyrene)

เม็ดพลาสติก Polystyrene เป็นประเภทที่มีความเปราะบางมากกว่า Polypropylene และ Polyethylene แต่ทนต่อกรดและด่างได้ดี น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย แต่เพราะทนต่อแรงกระแทกต่ำจึงไม่เหมาะกับการใช้ซ้ำ มักนิยมนำมาทำชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า แก้วพลาสติก และโฟม

4. เม็ดพลาสติก PVC (Polyvinyl Chloride)

เม็ดพลาสติก Polyvinyl Chloride แบ่งเป็น Rigid PVC (แข็ง) และ Flexible PVC (ยืดหยุ่น ปรับได้ด้วยสารพลาสติไซเซอร์) นิยมนำมาใช้บรรจุน้ำมันและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงท่อน้ำ สายไฟ เพราะมีคุณสมบัติด้านความทนทานสูง ทนน้ำ ทนสารเคมี

5. เม็ดพลาสติก ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene) และ SAN/AS

เม็ดพลาสติก ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene) มีความแข็ง ทนแรงกระแทก ผิวมันวาว เหมาะสำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กล่องคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ของเล่น และเครื่องใช้ในบ้าน เป็นวัสดุมาตรฐานในงาน 3D Printing

6. เม็ดพลาสติก Engineering Plastics

เม็ดพลาสติกกลุ่มพลาสติกวิศวกรรม เช่น Nylon (PA), POM (Delrin), PBT, PET มีคุณสมบัติพิเศษด้านความแข็งแรง ทนความร้อนสูง ทนสารเคมี ใช้ในชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์การแพทย์ และวิทยาศาสตร์ ราคาสูงกว่าประเภทเม็ดพลาสติกทั่วไป 3-5 เท่า

7. เม็ดพลาสติก Polycarbonate (PC)

เม็ดพลาสติก Polycarbonate ใสเหมือนแก้ว แต่มีน้ำหนักเบากว่าและแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา ใช้ทำเลนส์แว่นตา หน้ากากนิรภัย แผ่น CD/DVD หน้าจอสัมผัส และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง

เม็ดพลาสติกใช้ในอุตสาหกรรมใดบ้าง?

อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก

เม็ดพลาสติกถูกใช้งานในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยส่วนมากนิยมใช้ในอุตสาหกรรมทั้ง 8 ประเภทดังนี้

  • บรรจุภัณฑ์อาหาร : ถุงพลาสติก กล่องอาหาร ขวด PET สำหรับน้ำดื่มและน้ำอัดลม
  • ยานยนต์ : กันชน แดชบอร์ด ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ พลาสติกวิศวกรรมในรถยนต์ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ : โน้ตบุ๊ก คีย์บอร์ด สายไฟ
  • การแพทย์ : ถุงน้ำเกลือ กระบอกฉีดยา อุปกรณ์วินิจฉัยโรค วัสดุ sterile grade
  • ก่อสร้าง : ท่อน้ำ PVC หน้าต่าง UPVC ฉนวนกันความร้อน วัสดุตกแต่งภายใน
  • เกษตรกรรม : ผ้าคลุมดิน ท่อน้ำหยด กระถาง อุปกรณ์ชลประทาน
  • สิ่งทอ : เส้นใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์ Nylon ในเสื้อผ้า พรม เชือก
  • อิเล็กทรอนิกส์/เทคโนโลยี : แผงวงจร PCB, Housing สมาร์ตโฟน, Connector

วิธีเลือกเม็ดพลาสติกให้เหมาะกับงาน

ก่อนสั่งซื้อเม็ดพลาสติกมาขึ้นรูปหรือใช้งานควรเลือกประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยสามารถพิจารณาจากคุณสมบัติและการใช้งานดังนี้

  1. ดูประเภทผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขึ้นรูป : บรรจุภัณฑ์อาหารเลือกเม็ดพลาสติก PP หรือ PET, ชิ้นส่วนยานยนต์เลือก ABS หรือ Engineering Plastics
  2. พิจารณาคุณสมบัติทางกายภาพ : ความแข็ง ความยืดหยุ่น ทนความร้อน ทนแรงกระแทก ตาม spec งาน
  3. ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย : สำหรับผลิตภัณฑ์สัมผัสอาหาร ต้องได้ FDA หรือ EU Food Contact Regulation
  4. เปรียบเทียบต้นทุน (Virgin vs Recycled) : งานที่ยอมรับ Recycled Grade ได้จะประหยัดต้นทุนได้ 20–40%
  5. เลือกผู้จำหน่ายที่มีใบรับรอง : ISO 9001, RoHS, REACH เพื่อรับประกันคุณภาพและการส่งออก

เม็ดพลาสติกกับวิกฤตขาดแคลนในประเทศไทย

เม็ดพลาสติกถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยกระบวนการผลิตมักเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ต่อเนื่องจากการกลั่นน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2568–2569 ประเทศไทยเริ่มเผชิญวิกฤตเม็ดพลาสติกขาดแคลนจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่สงบทางตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงาน ส่งผลให้การหาวัตถุดิบติดขัดและไม่สามารถนำเข้ามาในประเทศได้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนเม็ดพลาสติกและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบางช่วงเพิ่มขึ้นถึง 60–90% กระทบต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่เข้าถึงวัตถุดิบได้ยาก และมีความเสี่ยงต้องลดกำลังการผลิตหรือปิดกิจการ ขณะเดียวกันราคาสินค้าในตลาดก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ทำให้อุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัว เช่น การใช้วัสดุทดแทน การรีไซเคิล และการพัฒนาพลาสติกชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศในระยะยาว

เม็ดพลาสติก วัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรม และทิศทางตลาดที่ต้องจับตา

เม็ดพลาสติกเป็นวัตถุดิบพอลิเมอร์ตั้งต้นในรูปแบบเม็ดเล็ก ๆ แต่มีส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมแทบทุกชนิดในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์การแพทย์ การแยกประเภทของเม็ดพลาสติกได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้คนที่เป็นเจ้าของกิจการสามารถเลือกใช้เม็ดพลาสติกให้เหมาะสมกับงาน อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมการผลิตทั้งหมด โดย

ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจล่าสุด พร้อมสาระน่ารู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน หรือวิธีคิดค่าไฟ ได้ที่ PPTV HD 36 ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมด้วยข้อมูลที่อัปเดตสดใหม่ทุกวัน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเม็ดพลาสติก

เม็ดพลาสติกต่างจากพลาสติกทั่วไปอย่างไร?

เม็ดพลาสติกคือวัตถุดิบก่อนการแปรรูป ส่วนพลาสติกทั่วไป เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ผ่านการขึ้นรูปพลาสติกแล้ว เช่น ขวดน้ำ ท่อ กล่องอาหาร

เม็ดพลาสติก PE กับ PP ต่างกันอย่างไร?

เม็ดพลาสติก PE (Polyethylene) อ่อนตัวกว่า ความหนาแน่นต่ำ ใช้ทำถุงพลาสติกและท่อที่ยืดหยุ่น ทนอุณหภูมิได้ถึง 80°C ส่วนเม็ดพลาสติก PP (Polypropylene) แข็งกว่า ทนความร้อนได้สูงถึง 130°C เหมาะกับบรรจุภัณฑ์อาหารร้อน กล่องไมโครเวฟ และชิ้นส่วนยานยนต์

เม็ดพลาสติกรีไซเคิลได้หรือไม่?

เม็ดพลาสติกสามารถรีไซเคิลได้ตามประเภท โดยดูจากสัญลักษณ์ตัวเลขสามเหลี่ยม 1–7 บนผลิตภัณฑ์ พลาสติกรีไซเคิลหมายเลข 1 (PET), 2 (HDPE) และ 5 (PP) รีไซเคิลได้ง่ายที่สุด ส่วนหมายเลข 3 (PVC) และ 6 (PS) มีกระบวนการรีไซเคิลที่ซับซ้อนกว่า

เม็ดพลาสติกมีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่?

เม็ดพลาสติกที่ผ่านมาตรฐาน FDA Food Grade หรือ EU Food Contact Regulation ปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหาร อย่างไรก็ตาม พลาสติกบางประเภท เช่น PVC ที่มีสาร Phthalates หรือ BPA ในบางเกรด PC อาจมีความเสี่ยงหากใช้ผิดวัตถุประสงค์ ควรเลือกซื้อเม็ดพลาสติกที่มีใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยเสมอ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ