LISA เคยนำความเป็นไทยออกสู่สายตาผู้คนทั่วโลกมาแล้วถึง 2 ครั้ง ผ่านผลงานอย่าง “LALISA” ที่หยิบเสน่ห์ของการแต่งกาย วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย มาผสมผสานเข้ากับดนตรี และแฟชั่นร่วมสมัย รวมถึง “ROCKSTAR” ที่ถ่ายทอดภาพกรุงเทพฯ และบรรยากาศของเมืองไทยในมุมที่ไม่ค่อยได้เห็น ให้กลายเป็นภาพจำที่ทั้งโดดเด่นและทันสมัย และในครั้งนี้เธอกลับมาอีกครั้งพร้อมเพลงใหม่ “SaWaDiKa” ที่เพียงแค่ชื่อก็ดึงดูดความสนใจ ด้วยการหยิบคำว่า “สวัสดีค่ะ” คำทักทายที่คุ้นเคย และได้ยินกันอยู่ทั่วประเทศไทยมาใช้เป็นชื่อเพลง
การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นอีกครั้งที่ลิซ่าเตรียมพาความเป็นไทยออกไปสู่สายตาชาวโลก จนกลายเป็นผลงานที่น่าจับตามองว่า เธอจะหยิบอัตลักษณ์ของไทยมาเล่าในรูปแบบใด และจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ได้มากแค่ไหน
ย้อนดูผลงานเดี่ยวของ "ลิซ่า" ก่อนการมาถึงของ "SaWaDiKa"
ก่อนที่ LISA จะคัมแบคพร้อมเพลง “SaWaDiKa” เธอเคยนำเสนอความเป็นไทยผ่านผลงานเพลงของตัวเองมาแล้ว ทั้งใน “LALISA” และ “ROCKSTAR” ซึ่งต่างถ่ายทอดประเทศไทยออกมาในรูปแบบร่วมสมัยที่แตกต่างกัน
เริ่มจาก “LALISA” ที่นำเสนอเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านการแต่งกายและภาพในมิวสิกวิดีโอ โดยลิซ่าปรากฏตัวในชุดผ้าไหมยกดอกลำพูน พร้อมสวมชฎา และมีฉากหลังเป็นปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านเกิดของเธอ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในช็อตที่ได้รับความสนใจและไวรัลอย่างมากในประเทศไทย
ขณะที่ “ROCKSTAR” เลือกนำเสนอความเป็นไทยในอีกมุมหนึ่ง โดยไม่ได้เน้นภาพของวัฒนธรรมไทยแบบดั้งเดิม แต่พาผู้ชมไปเห็นกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่างออกไป ผ่านบรรยากาศยามค่ำคืนของเยาวราช ทั้งแสงนีออน แสงไฟจากร้านค้า และป้ายไฟต่าง ๆ ที่สะท้อนเสน่ห์และพลังของเมือง จนกลายเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของมิวสิกวิดีโอ
และเมื่อมาถึง “SaWaDiKa” ความเป็นไทยที่ลิซ่าหยิบมาใช้ก็เริ่มเห็นได้ตั้งแต่ชื่อเพลง เพราะเพียงแค่ได้ยินชื่อ หลายคนก็คงเดาได้ไม่ยากว่านั่นมาจากคำว่า “สวัสดีค่ะ” คำทักทายง่าย ๆ ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในคำที่สะท้อนอัตลักษณ์ของไทยได้อย่างชัดเจน และดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีเพียงคำทักทายเท่านั้นที่ ลิซ่าเลือกหยิบมาใช้ เพราะในภาพและวิดีโอโปรโมทซิงเกิล ยังเต็มไปด้วยซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่หลายคนคุ้นเคย ทั้งรถตุ๊กตุ๊กและมวยไทย ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ให้เข้ากับสไตล์ของลิซ่า
โดยหนึ่งในลุคที่ได้รับความสนใจ เธอปรากฏตัวในบอดี้สูทสีแดงสุดแซ่บ จับคู่กับกางเกงมวยขาสั้นที่ขอบกางเกงสกรีนคำว่า “LISA WORLDWIDE” ขณะที่ตัวกางเกงประดับคำว่า “SaWaDiKa” ด้วยดีไซน์สุดโดดเด่น ก่อนโพสท่าสุดปังบนรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งทันทีที่ภาพถูกปล่อยออกมา ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ
ด้านมิวสิกวิดีโอ “SaWaDiKa” ถ่ายทำที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้ Bang Jae Yeob มารับหน้าที่กำกับ โดยมิวสิกวิดีโอถ่ายทำตามสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ พร้อมจัดเต็มทั้งเพอร์ฟอร์แมนซ์ ท่าเต้น ลุคแฟชั่นตลอดทั้งมิวสิกวิดีโอ และยังมีการการนำเสนอความเป็นไทยร่วมสมัยซ่อนอยู่ มาลองดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง
คำทักทายและภาษาไทย
แค่เปิดเพลงมาก็ได้เห็นแล้วถึงความเป็นไทยในการใช้คำว่า "SaWaDiKa" (สวัสดีค่ะ) คำทักทายในภาษาไทย ที่เป็นชื่อเพลง ท่อนฮุค และคำร้องหลักตลอดทั้งเพลง พร้อมด้วยท่าเต้นที่ผสมผสานการ "การไหว้" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการทักทายของไทย โดยจะนำมือทั้งสองข้ามาประกบกันและก้มหัวเล็กน้อย มาปรับเข้ากับท่าเต้นแนวสตรีท/ฮิปฮอปอย่างลงตัว
เครื่องประดับและชุดไทยประยุกต์
ผ้าลายไทย ผ้าประดับลายกนก ฉากหลังลายไทย รวมถึงกางเกงมวยไทยที่สลักตัวอักษรไทยที่เขียนว่า “ลลิษา” ปักเพชรสุดเก๋ พร้อมกับหมวกนักมวย (Headguard) ที่เต็มไปด้วยคริสตัลสีขาวสุดเอกลักษณ์
รถตุ๊กตุ๊ก (Tuk-Tuk)
ถ้าพูดถึงไทยแล้วถ้าไม่มีรถตุ๊กตุ๊กก็คงเป็นไปไม่ได้ ขบวนรถตุ๊กตุ๊กหลากสีสันพร้อมไฟตกแต่งสุดคัลเลอร์ฟูล ที่มาเป็นฉากหลังในการเต้นกลางคืนเพิ่มสีสันภายใต้ความมืดและยังเสิร์ฟสุดจี๊ดอีกหนึ่งลุค คือผมสีฟ้าสุดจี๊ด กับชุดสีฟ้าที่มีการติดไฟ ที่เมื่อดูแล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นรถตุ๊กตุ๊ก
ศิลปะการต่อสู้ "มวยไทย"
มาต่อกับศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างมวยไทย ที่ยกมาทั้งสังเวียนมวยไทยเลยก็ว่าได้ พร้อมเหล่านักมวยสวมที่กางเกงมวยไทย ที่กำลังร่ายรำแม่ไม้มวยไทย ปล่อยหมัด เตะ แทงเข่า ซึ่งลิซ่าเองก็ได้ขึ้นไปเต้นบนสังเวียนมวยอีกด้วย
เครื่องหัวขนนก
ลิซ่าขนเครื่องหัวที่นิยมใช้สวมใส่สำหรับการแสดงเพื่อให้ความบันเทิงต่าง ๆ ในประเทศไทยทั้งคาบาเรต์โชว์ (Cabaret Show) วงดนตรีลูกทุ่ง ถึงจะไม่ใช่ของไทยแท้แบบ 100% แต่ก็เป็นสิ่งที่โดดเด่นเช่นกัน
ฉากสถาปัตยกรรม และบรรยากาศในไทย
โลเคชันการถ่ายทำมิวสิควีดีโอก็คงไม่พ้นที่ประเทศไทย บรรยากาศตึกแถวเก่า ตรอกซอย สถานีรถไฟ วิวทิวทัศน์ของตึกสูงในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นหัวลำโพง ที่เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กของไทยไปแล้ว รวมถึงถนนรองเมือง ถนนสายเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความกรุงเทพในสมัยก่อน และยังมีซอยงามดูพลีที่ให้บรรยากาศความคลาสสิก ด้วยอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่ สุดท้าย Dib Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย
เท่านั้นยังไม่พอเพราะว่าในเนื้อเพลงนั้นก็มีท่อนแร็ปที่บอกได้เลยว่ามีความเป็นไทยแบบสุด ๆ กับท่อนที่ว่า
“Bang bang Bangkok bang
Screaming ‘geng mak’ with my gang
Baht be going in my bank til I’m going out with a bag
Thai’d up like I’m booked booked
I’m like hold up let me cook cook
Put a show on when I show up doing donuts in a tuktuk”
บอกได้เลยว่าเป็นแร็ปที่เอ่ยถึงความเป็นไทยได้แบบจุก ๆ ทั้ง
Bangkok (เมืองหลวงของประเทศไทย)
คำว่า “geng mak” หรือ “เก่งมาก” คำที่ใช้สำหรับในการชมเชย
Baht สกุลเงินของไทย
Thai’d up ที่เป็นการเล่นคำเพื่อสื่อถึงความเป็นไทย
tuktuk พาหนะสุดเอกลักษณ์ของไทย
นอกจากนี้ “SaWaDiKa” ยังเป็นซิงเกิลใหม่ที่ปล่อยออกมาก่อนที่ LISA จะขึ้นแสดง VIVA LA LISA Residency ณ The Colosseum at Caesars Palace ลาสเวกัส ซึ่งบัตรทั้ง 4 รอบจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะ ศิลปิน K-pop คนแรกที่จัด Residency ในลาสเวกัส โดยมีกำหนดขึ้นแสดงในวันที่ 13–14 และ 27–28 พฤศจิกายน 2569
ขณะที่อีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองของ LISA คือสารคดี Always Lalisa กำกับโดย Sue Kim ซึ่งเตรียมเปิดตัวครั้งแรกใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (Toronto International Film Festival) ในช่วงสุดสัปดาห์หน้า ก่อนเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทาง www.AlwaysLaLisa.com