“ฮาโลวีน” ไม่ต้องเจอผีก็ขนลุก รวมคำพูดสุดช็อกที่ได้ยินแล้วหลอนจนต้องเรียก พี่แจ็ค!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อความหลอนนั้นไม่ได้มาในรูปแบบของผีเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมกับคำพูดที่บางครั้งแค่ได้ยินหรือได้เห็นก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ฮาโลวีนปีนี้ ลองเปลี่ยนจากหาความน่ากลัวที่ชวนสะดุ้งไปกับการตามหาผี และลองมาสะดุ้งกับ “คำพูด” ที่จะมาทำให้ขนลุกแทน บทความนี้ชวนสำรวจบางประโยคไม่ต้องมีเสียงกรีดร้องหรือเงาปริศนาอยู่ตรงหน้า แต่แค่ได้ยิน ได้เห็นประโยค หรือแค่ได้รับการแจ้งเตือนข้อความธรรมดาๆ ก็ทำเอาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มได้เหมือนกันแม้บางทีอาจจะเป็นวลีทั่วไป แต่ถ้า ‘คำนั้น’ โผล่มาในบริบทสุดหลอน จะกลายเป็นประโยคสยองที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัวจนไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว จะมีคำอะไรบ้าง บทความนี้รวบรวมไว้ให้แล้ว

 

คำสุดช็อกที่ได้ยินแล้วหลอน Magnific/CreativeDesign99
คำสุดช็อกที่ได้ยินแล้วหลอนจนต้องเรียก พี่แจ็ค!

“มึง / เธอ” หรือคำที่เจ้าของแชทใช้กับเรา  

คำเปิดบทสนทนาทั่วไปที่เรามักเห็นกันบ่อย ๆ ในกล่องข้อความ ที่ก็ดูไม่มีอะไรแปลก แต่เมื่อไรที่ข้อความนั้นมาเดี่ยว ๆ แบบ “มึง” แล้วจบ... ไม่มีข้อความต่อ ไม่มีคำอธิบาย และคนทักก็หายไปเลย ตอนนั้นแหละที่ความคิดสารพัดก็จะเริ่มวิ่งเข้ามาในหัวทันทีว่า “ทักมาทำไม?” “กูไปทำอะไรมา?” “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” จากที่เป็นแค่คำธรรมดา ๆ คำเดียว มันกลับกลายเป็นข้อความที่ทำให้ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มได้เลย เพราะไม่รู้ว่าหลังจากคำว่า “มึง” จะมีอะไรตามมา!

ดีมาก แต่!!

เมื่อได้ยินคำว่า “ดีมาก” ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ไหนก็ตาม เมื่อได้ยินแล้วนั้นก็จะรู้สึกใจฟูขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะที่ทำไปนั้นน่าจะไปในทางที่ถูก แต่เมื่อประโยคไม่ได้จบแค่นั้น เพราะเมื่อจบจากคำว่าดีมาก มีคำว่า “แต่” ต่อท้ายเมื่อไร ความรู้สึกใจฟูที่เหมือนจะลอยได้นั้น ก็เหมือนโดนดึงกลับลงพื้นแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะคำที่ต่อหลังคำว่า “แต่” มันมักจะไม่ได้ไปในเชิงบวกสักเท่าไร เราจึงไม่สามารถเดาได้เลยว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อ อาจจะเป็นการแก้ไขเล็กน้อย หรืออาจจะหมายถึงทำใหม่ตั้งแต่ต้นเลยก็ได้

ครู, พี่, กู - ขอคุยด้วยหน่อย

ประโยคชวนเข้าประเด็นที่บอกได้ว่ากระตุกจิตกระชากใจแบบสุด ๆ อย่าง “ขอคุยด้วยหน่อย” ไม่ว่าจะเป็น “ครูขอคุยด้วยหน่อย” “พี่ขอคุยด้วยหน่อย” หรือแม้แต่เพื่อนที่ทักมาว่า “กูขอคุยด้วยหน่อย” ประโยคที่ทำให้เราต้องหยุดทุกอย่างและนั่งคิดตั้งคำถามกับตัวเองในทันทีว่าตัวเองได้ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ทั้งที่บางทีอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้มีเรื่องอะไรเลยก็ได้ แต่เรากลับคิดไปเองว่าเป็นเรื่องใหญ่โต ทำให้ประโยคนี้เป็นอีกหนึ่งประโยคที่ได้ยินแล้ว คนที่ได้ยินก็ต้องมีขนลุกทำอะไรไม่ถูกบ้างแหละ

แก้นิดหน่อย

ประโยคที่ฟังดูไม่มีอะไร แต่สำหรับคนทำงาน นักศึกษา หรือใครก็ตามที่ต้องส่งงาน คำว่า “นิดหน่อย” อาจเป็นคำที่น่ากลัวกว่าที่คิด เพราะคำว่านิดหน่อยของแต่ละคนมันบางครั้งมันก็ไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเป็นการเปลี่ยนเล็กน้อยจริง ๆ แต่กลับกันนิดหน่อย อาจจะเริ่มด้วยการเปลี่ยนข้อความ สี ฟอนต์ หรือแก้นิดหน่อยไปจนเหมือนกับว่าต้องแก้ทั้งหมดใหม่เลยทีเดียว 
แต่ถ้าถามว่ามีใครที่น่าจะหลอนกับคำนี้เป็นพิเศษ ก็คงหนีไม่พ้น กราฟิกดีไซเนอร์ เพราะประโยค “ขอแก้นิดหน่อยนะ” จากลูกค้า บางครั้งไม่ได้จบแค่การขยับโลโก้หรือเปลี่ยนสี แต่ถ้าหมายถึงการเปลี่ยนจาก แนวตั้งเป็นแนวนอน นั่นแหละคือนรกของจริง เพราะจากงานที่คิดว่าใกล้เสร็จ สุดท้ายกลายเป็นภารกิจที่ทำให้รู้สึกเหมือนต้องเริ่มนับ 0 ใหม่อีกครั้ง

สิ้นเดือน

คำว่า “สิ้นเดือน” อาจจะไม่ได้มาในรูปแบบคำพูดที่มีเสียงหรือได้เห็นตัวหนังสือก็ตาม แต่เมื่อเวลาช่วงนั้นมาถึงนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ระทึกบัญชีธนาคารแบบขั้นสุด กับสัญญาณที่บอกว่าค่าใช้จ่ายสารพัดกำลังจะถาโถมเข้ามา ตอนนั้นแหละที่ความระทึกกำลังมาเยือน

มีอะไรจะสารภาพมั้ย ?

ประโยคคำถามที่เหมือนจะดูธรรมดา แต่กลับแฝงไปด้วยมวลอะไรบางอย่างที่ทำให้คนฟังนั่งไม่ติดเลยทีเดียว เพราะไม่รู้ว่าผู้พูดไปรู้อะไรมาหรือกำลังสงสัยอะไรสักอย่าง แล้วยิ่งถ้าเป็นการถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบนิ่ง จริงจังแล้วด้วย ยิ่งทำให้ย้อนคิดถึงเรื่องที่เคยทำทั้งเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่เก็บไว้เป็นความลับอีกด้วย เจอคำนี้เข้าไปบอกเลยถึงจะยังไม่ได้ให้คำตอบ ก็ขนลุกจนแทบจะสารภาพออกมาเองเลย!!

แล้วแต่

คำสั้น ๆ เพียงแค่ 2 พยางค์แต่กลับสามารถตีความได้หลายแบบ โดยเฉพาะเมื่อถามแล้วได้คำตอบว่า “แล้วแต่” บางครั้งอาจจะมองว่าเป็นการให้อิสระในการเลือกให้กับเรา แต่บางครั้งก็เหมือนกับว่าไม่ได้สนใจในสิ่งที่เราพูด แต่ในบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่า ยิ่งถ้าเป็นในแชทที่มีการส่งข้อความต่อ หรือข้อความขยายความหมาย จากการถามแบบง่าย ๆ ก็จะกลายเป็นการเล่นเกมเดาใจแทน

พรุ่งนี้ “วันจันทร์”

แค่คิดว่าพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ ความสุขในวันหยุดก็เริ่มหมดลง และเริ่มนับถอยหลังสู่วันที่ต้องไปเผชิญกับกองงานที่วางอยู่ข้างหน้า การเรียนที่เตรียมพุ่งมาใส่เรา และเสียงที่ชวนให้สะดุ้งอย่างเสียงของนาฬิกาปลุกในตอนเช้า และเตรียมตัวเพื่อไปทำงาน จากวันที่ตั้งใจพักผ่อนก็ต้องเริ่มคิดว่าพร้อมหรือยังสำหรับวันพรุ่งนี้ที่มีงานรออยู่ เมื่อแสงอาทิตย์หมดลง ความรู้สึกก็จะเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าต้องเตรียมตัวรับมือกับเสียงนาฬิกาปลุกในเช้าวันจันทร์

เดี๋ยวคืนให้สิ้นเดือน

ประโยคที่เมื่อได้ยินแล้วรู้สึกอุ่นใจ เพราะอีกฝ่ายที่ได้ยืมเงินไปกำลังจะนำเงินมาคืน ทั้งที่เรื่องควรเป็นแบบนั้นแต่ความจริงกลับเป็นอีกแบบ เพราะถึงจะสิ้นเดือนแล้วก็จริง เราอาจจะต้องทวงเองด้วย หนำซ้ำอาจจะเจอประโยคที่ทำให้เราคิดไม่ตกอย่าง “ขอเลื่อนก่อนได้ไหม” ที่มีทั้งเลื่อนไปพรุ่งนี้ อีก 2-3 วัน อาทิตย์หน้า และอาจจะถึงเดือนหน้าเลย ถ้าเลื่อนมาก ๆ เข้า แล้วเราทักหรือเข้าไปทวง เราเองนี่แหละที่จะกลายเป็นเหมือนผีที่เข้าไปวนเวียนกับเขา สุดท้ายคงต้องภาวนาให้สิ้นเดือนนี้จะได้คืนแทนการถูกเลื่อนนัดอีกที

งานที่สั่ง “พี่ขอวันนี้!”

ประโยคหยุดเวลาของวัยทำงาน เมื่อได้บรีฟงานมาเมื่อวานหรือเพิ่งได้รับงานมา แต่มีประโยคต่อท้ายหรือปิดจบที่เมื่อได้ยินแล้วทำให้รู้สึกว่าเวลาได้หยุดเดินเป็นที่เรียบร้อย กับคำว่า “พี่ขอวันนี้” และยังไม่พอ ในบางครั้งนั้นงานยังมาพร้อมกับรายละเอียดที่ยิบย่อยอีก ทำให้แผนการทำงานที่วางไว้นั้นรวนได้เลย จากที่จะค่อย ๆ ทำตามลำดับ กลายเป็นงานเร่งที่เข้ามาแซงคิวงานที่วางไว้ แต่สิ่งที่น่ากลัวนั้นอาจจะไม่ใช่งาน แต่เป็นเวลาที่มีน้อยจนต้องทำงานเร่งรีบ เพียงเพราะคำสุดหลอนประจำออฟฟิศอย่างคำว่า “พี่ขอวันนี้”   


คำที่ไม่มีผี แต่แค่ได้ยินก็ขนลุก อาจจะไม่ได้มีแค่นี้ วลีเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างที่เห็นแล้วก็แอบสะกิดใจไม่เบา แล้วคุณคนอ่านละ มีคำไหนบ้างที่เจอแล้วถึงไม่มีผี แต่หลอน! 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ