ฟันเหลืองเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เพราะอาจทำให้รอยยิ้มดูไม่สดใส โดยหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยคือการดื่มชาและกาแฟเป็นประจำ ซึ่งมีสารสีที่สามารถเกาะสะสมบนผิวฟันได้ นอกจากนี้ ฟันเหลืองยังอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อายุที่เพิ่มขึ้น การสูบบุหรี่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเนื้อฟันจากภายใน การแก้ปัญหาฟันเหลืองจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุให้ถูกต้อง เพราะคราบสีที่เกาะบนผิวฟันกับฟันที่เปลี่ยนสีจากเนื้อฟันภายใน อาจต้องใช้วิธีดูแลแตกต่างกัน
ฟันเหลืองเกิดจากอะไรได้บ้าง?
ปัญหาฟันหมองคล้ำหรือฟันเปลี่ยนสีเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่ม พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน รวมถึงความผิดปกติของฟัน โดยสาเหตุสำคัญ ได้แก่
- ดื่มชาและกาแฟเป็นประจำ เครื่องดื่มที่มีสีเข้มอาจทำให้เกิดคราบสีสะสมบนผิวฟัน จนฟันดูเหลืองหรือหมองคล้ำ
- สูบบุหรี่ สารจากบุหรี่สามารถทำให้เกิดคราบติดบนผิวฟัน ส่งผลให้ฟันมีสีเหลืองหรือน้ำตาล
- รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ไวน์แดง รวมถึงอาหารบางชนิดที่มีเม็ดสีเข้ม
- อายุที่เพิ่มขึ้น สีฟันอาจเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากชั้นเคลือบฟันบางลงและเผยให้เห็นเนื้อฟันที่มีสีเหลืองมากขึ้น
- ผลจากการใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาบางชนิดที่ได้รับในวัยเด็ก ขณะที่ฟันกำลังพัฒนา
- ฟันผุหรือฟันตาย การผุ อุบัติเหตุ หรือการกระแทกบริเวณฟัน อาจทำให้ฟันเปลี่ยนสีหรือมีสีคล้ำผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือ ฟันเหลืองไม่ได้เกิดจากคราบชาและกาแฟเพียงอย่างเดียว หากเป็นการเปลี่ยนสีจากโครงสร้างภายในฟัน การแปรงฟันหรือขจัดคราบเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้สีฟันกลับมาขาวเหมือนเดิม
7 วิธีแก้ฟันเหลืองจากชากาแฟและสาเหตุอื่น ๆ
แปรงฟันให้ถูกวิธีตามสูตร 2-2-2
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำการแปรงฟันสูตร 2-2-2 เพื่อดูแลสุขภาพช่องปาก ได้แก่
- 2 ครั้ง : แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน
- 2 นาที : แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อย 2 นาที ให้ทั่วทุกซี่ทุกด้าน
- 2 ชั่วโมง : ไม่รับประทานอาหารหรือขนมหลังแปรงฟันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
การแปรงฟันอย่างถูกวิธีช่วยลดคราบจุลินทรีย์และรักษาความสะอาดในช่องปาก แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะกำจัดคราบสีที่ฝังแน่นหรือเปลี่ยนสีฟันจากภายในได้ทั้งหมด
ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน
การแปรงฟันเพียงอย่างเดียวอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณซอกฟันและร่องเหงือก จึงควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
วิธีนี้ช่วยลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์และลดความเสี่ยงฟันผุหรือเหงือกอักเสบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด
ลดความถี่ในการดื่มชาและกาแฟ
สำหรับคนที่ดื่มชาและกาแฟเป็นประจำ ควรปรับพฤติกรรมเพื่อลดโอกาสเกิดคราบสีสะสมบนผิวฟัน เช่น
- ลดความถี่ในการดื่มเครื่องดื่มสีเข้ม
- หลีกเลี่ยงการจิบชาและกาแฟตลอดทั้งวัน
- ดื่มน้ำเปล่าตามหลังเครื่องดื่มสีเข้ม
- หากสะดวก อาจใช้หลอดดูดเพื่อลดการสัมผัสของเครื่องดื่มกับฟัน
ทั้งนี้ การปรับพฤติกรรมช่วยลดโอกาสเกิดคราบใหม่ แต่ไม่ได้ทำให้คราบเก่าที่ติดแน่นหลุดออกทั้งหมด
ขูดหินปูนและขัดทำความสะอาดฟันกับทันตแพทย์
หากแปรงฟันเป็นประจำแล้ว แต่ยังมีคราบเหลืองหรือคราบสะสมบนผิวฟัน ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อประเมินว่าคราบดังกล่าวเป็นคราบสี คราบจุลินทรีย์ หรือหินปูน
ทันตแพทย์สามารถทำความสะอาดและขจัดหินปูน รวมถึงขัดคราบบนผิวฟันตามความเหมาะสม ช่วยให้ฟันดูสะอาดขึ้น อย่างไรก็ตาม การขูดหินปูนไม่ใช่การฟอกสีฟัน และไม่สามารถเปลี่ยนสีเนื้อฟันตามธรรมชาติได้
พิจารณาฟอกสีฟันภายใต้การดูแลของทันตแพทย์
สำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันเหลืองจากสีฟันภายใน และต้องการปรับสีฟันให้สว่างขึ้น อาจพิจารณาการฟอกสีฟัน โดยผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันบางชนิดมีส่วนประกอบของไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฟอกสีฟัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น เนื่องจากสารดังกล่าวอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในช่องปากและเกิดอาการเสียวฟันได้
ควรตรวจสภาพฟันก่อนฟอกสีฟัน โดยเฉพาะผู้ที่มีฟันผุ ปวดฟัน หรือมีแผลในช่องปาก ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันด้วยตนเองโดยไม่ผ่านการประเมิน
เลิกสูบบุหรี่ ลดการเกิดคราบเหลืองบนฟัน
บุหรี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดคราบสีบนผิวฟัน การลดหรือเลิกสูบบุหรี่จึงช่วยลดการสัมผัสสารที่ทำให้เกิดคราบสะสม และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวม หากมีคราบบุหรี่สะสมจนแปรงฟันไม่ออก ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม
ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
ควรตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตบุคลากรอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อประเมินสภาพฟัน เหงือก และตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น หากพบว่าฟันเปลี่ยนสีเฉพาะซี่ มีสีคล้ำผิดปกติ หรือมีอาการปวดและเสียวฟันร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับฟันผุ ฟันตาย หรือความผิดปกติภายในฟัน ไม่ใช่เพียงคราบจากอาหารและเครื่องดื่ม
วิธีที่ไม่ควรทำเพื่อแก้ปัญหาฟันเหลือง
นอกจากการดูแลฟันอย่างถูกวิธีแล้ว ยังมีวิธีที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ซึ่งไม่ควรทดลองทำเอง เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพฟันได้
- ไม่ควรใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ผสมเบกกิ้งโซดา เพื่อฟอกฟันขาวเอง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองเนื้อเยื่อในช่องปาก
- ไม่ควรนำสารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับฟันมาใช้ เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อช่องปาก
- ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและใช้ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ปัญหาฟันเหลืองจากชา กาแฟ บุหรี่ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต สามารถเริ่มดูแลได้ด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน ลดความถี่ในการดื่มเครื่องดื่มสีเข้ม และเลิกสูบบุหรี่ หากมีคราบสะสมควรให้ทันตแพทย์ตรวจและทำความสะอาด ส่วนผู้ที่ต้องการปรับสีฟันให้ขาวขึ้นควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเลือกวิธีฟอกสีฟัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพฟันและลดความเสี่ยงจากการใช้งานผิดวิธี