นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาร์ตัดสินใจจะรายงานสถานการณ์ล่าสุดในรัฐยะไข่ให้เพื่อนๆ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ฟังโดยตรง ที่เมืองย่างกุ้งในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ หลังจากถูกแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนและประเทศโลกตะวันตกที่เคยเชิดชูเธอในฐานะเป็นวีระสตรีของประชาธิปไตย
ซูจีพยายามไม่พูดถึงปัญหาเกี่ยวกับชุมชนมุสลิมและชาวพุทธ เนื่องจากมีความละเอียดอ่อนมาก พรรคเอ็นแอลดีของเธอชนะเลือกตั้งขาดลอยปีที่แล้ว ก็เพราะว่าเธอไม่ได้ปริปากกล้าวิจารณ์เหตุการณ์ในรัฐยะไข่ ได้คะแนนเสียงจากชาวพุทธท่วมท้น
หลังวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นคือมีการเผาสถานีตำรวจทางตอนหนือของรัฐยะไข่ โดยฝีมือกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธชาวโรฮินญา ทำให้ทหารเมียนมาร์ต้องออกมาตอบโต้ปราบปรามทันที จนกลายเป็นความขัดแย้งใหม่ที่สร้างความสนใจให้กับประชาคมโลก สื่อทั่วโลกเล่นข่าวลีดแทบทุกวัน มีทั้งข่าวเทียมที่พยายามทำให้รัฐบาลเมียนมาร์เสียหน้า
ในอดีตเรื่องราวในรัฐยะไข่เป็นความขัดแย้งวันต่อวันในชีวิตประจำวัน คือฝ่ายหนึ่งเป็นพุทธอีกฝ่ายหนึ่งเป็นมุสลิมเคยอยู่ดเวยกันดี สัมพันธ์ดี-เลวอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่และผู้นำในระดับจังหวัดและทหารประจำการในภาคพื้นนั้น ถ้าไม่ดี ชาวบ้านมักจะเกิดเรื่อง ทะเลาะกัน เรื่องการค้าขาย ชีวิตที่มีความเลื่อมล้ำในชุมชนล้วนเป็นเชื้อที่สามารถจุดปะทุความขัดแย้งได้
วันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเศอินโดนีเซีย นางเร็ดโน มาร์ซูดีพบและพูดคุยเรื่องสถานการณ์ในรัฐยะไข่กับนางซูจี ซึ่งมีผลการเจรจาออกมาดีมากคือสามารถชักจูงให้นางซูจีเห็นถึงความสำคัญของอาเซียนที่ต้องเข้ามามีบทบาทในระดับหนึ่ง จึงมีความจำเป็นต้องพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อพูดถึงสถานการณ์ว่าสุดในรัฐยะไข่
เรื่องอนาคตชาวโรฮินญา ไทยจะมีบทบาทมาก เพราะต้องรับเคราะห์โดยตรงเวลามีชาวโรฮินญาทะลักเข้ามาฝั่งไทย ก่อนหน้านี้มาทางเรือมหาสมุทรอินเดีย ตอนนี้มาทางบกเนื่องจากมีการหนีความรุนแรงในรัฐยะไข่
รัฐบาลไทยมีท่าทีชัดเจนมาก คือประเด็นชาวโรฮินญาเป็นปัญหาภายในเมียนมาร์ ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เวลาแก้ไข ไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านยินดีให้ความช่วยเหลือในทุกๆด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเงื่อนไขปัจจุบันที่ไทย-เมียนมาร์มีมิตรภาพและความร่วมมือที่ดี
ต้องติดตามดูว่าผลของการพบปะในย่างกุ้งอย่างไม่เป็นทางการนั้นจะออกมาในรูปใด แน่นอนที่สุดคือขณะนี้ เมียนมาร์โดยเฉพาะนางซูจี เริ่มมีความมั่นใจในการแก้ไขปัญหานี้
AFP Photo