เหยี่ยวรุ้งถือเป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลางจำพวกเหยี่ยวที่พบได้ในป่าของทวีปเอเชียเขตร้อน มีการกระจายพันธุ์กว้างขวาง โดยกินอาหารหลัก คือ งู ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ ตามชื่อสามัญภาษาอังกฤษคือ Serpent-Eagle เกล็ดหนา ๆ ที่ขาของนกชนิดนี้ช่วยกันอันตรายจากพิษงูที่อาจแว้งฉกกัดได้เป็นอย่างดี
"เหยี่ยวรุ้ง" จัดเป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลาง เพราะขนาดลำตัวยาวประมาณ 51-71 เซนติเมตร มีแผ่นหนังสีเหลืองสดใสบริเวณโคนปากไปจนถึงดวงตา ขนบริเวณท้ายทอยค่อนข้างยาวคล้ายมีขนหงอนที่หัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายพัดเป็นสีดำลายซีดสีขาว ที่เมื่อเวลาโกรธหรือขู่คู่ต่อสู้ให้กลัวจะแผ่ออก ซึ่งลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำตาลเข้ม โดยเฉพาะที่ปีกจะมีจุดสีขาวกระจายอยู่ ลำตัวด้านล่างเป็นสีน้ำตาลและมีลายจุดสีขาวกระจายอยู่ทั่วไป ตัวที่โตเต็มวัยขณะบินจะเห็นแถบกว้างสีขาวที่หาง และใต้ปีกชัดเจน
ลักษณะการล่าเหยื่อ "เหยี่ยวรุ้ง" จะเกาะบนกิ่งไม้ใหญ่ ค่อนข้างโล่ง ไม่สูงจากพื้นดินมาก เพื่อจะได้เห็นเหยื่อง่ายๆ เมื่อเห็นก็จะโฉบลงมาจับขึ้นไปกินบนต้นไม้ โดยมีอาหารหลัก คือ งู หรือแม้แต่บรรดาสัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเล็ก ๆ บนพื้นดินก็มีโอกาสเป็นอาหารของเหยี่ยวชนิดนี้เช่นกัน
สำหรับเหยี่ยวรุ้งมีการกระจายพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดียมาจนถึงบอร์เนียว ฟิลิปปินส์ เนื่องจากพื้นที่ที่อาศัยกว้างขวางมาก จึงมีสีสันต่างกันมากจนถูกจำแนกออกเป็น 21 ชนิดย่อย สำหรับประเทศไทยมี 2 ชนิดย่อยจำแนกตามถิ่นที่อยู่อาศัยคือ เหยี่ยวรุ้งพันธุ์พม่าพบทุกภาคตั้งแต่บริเวณเหนือคอคอดกระขึ้นมา และเหยี่ยวรุ้งพันธุ์มลายู พบในภาคใต้ ต่ำกว่าคอคอดกระลงไปจนถึงมลายู
ส่วนลักษณะนิสัย เหยี่ยวรุ้งที่จับคู่แล้วจะอยู่ด้วยกันตลอดปี โดยอาจพบเหยี่ยวออกล่าเหยื่อ หรือบินร่อนในอากาศพร้อมกัน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยจะบินร่อนและส่งเสียงดังๆ เพื่อเกี้ยวพาราสีกัน เมื่อจับคู่แล้วก็จะทำรัง นกอาจทำรังใหม่หรือใช้รังเดิมที่เคยใช้มาแล้ว โดยมักเลือกทำรังบนต้นไม้สูงริมลำธารหรือแม่น้ำ ก่อนจะนำกิ่งไม้เล็กๆ มาขัดสานกันแบบหยาบๆ ให้พอมีแอ่งเป็นที่วางไข่ได้ และใช้เวลาประมาณ 35-37 วัน กกไข่เพื่อเฝ้าดูลูกนกออกมาดูโลก
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bird-home.com, วิกิพีเดีย
ขอบคุณภาพจาก : Liekr.com