แม้ช่วงนี้ “เขาคิชฌกูฏ” จะเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คนที่ดึงดูดให้แวะมาเยือนจันทบุรี ซึ่งปีนี้มีงานนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ 2560 วันที่ 28 มกราคม – 28 มีนาคม 2560 หลังจากนั้นจะปิดไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นเขา
ทว่าความสวยงามของเมืองจันท์ มีหลายแง่มุมที่พร้อมหยิบยื่นให้นักเดินทางได้ชื่นชม ทริปสั้นๆ กับการมาเยือนเมืองจันท์ครั้งนี้ ขอยกแหล่งท่องเที่ยวที่ไปแล้วเหมือนชาร์ตพลังชีวิตมาเรียกน้ำย่อยให้กับคนที่กำลังมองหาที่พักผ่อนในไทยได้อ่านกัน
จุดที่จะพาไปเที่ยวคือ “ชุมชนริมน้ำจันทบูร” เป็นหนึ่งสถานที่ขึ้นชื่อที่ต้องมาเยือน ด้วยบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบูร ที่เรียกกันติดปากว่า "บ้านลุ่ม" เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือสถานที่ท่องเที่ยวที่พัฒนาให้ข้อมูลผ่านภาพวาดตามกำแพงและผนังตลอดเส้นทาง เพื่อเป็นสื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันวาน รวมทั้งมีจุดติดตั้งป้ายข้อมูลและคิวอาร์โค้ด เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ทั้งจากการอ่านและการฟัง
เสียงบรรยายเจื้อยแจ้วผ่านโทรศัพท์มือถือจากการใช้งานคิวอาร์โค้ด (QR Code : Quick Response) เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือเปิดกล้องส่องไปยังสัญลักษณ์ดังกล่าว ข้อมูลประวัติของสถานที่จะปรากฏขึ้น มีทั้งเสียงและตัวหนังสือ ผู้เขียนเลือกกดรับฟังด้วยเสียงทำให้อรรถรสในการเดินชมตลาดเก่าแห่งนี้เพลิดเพลินใจมากยิ่งขึ้นตามแบบฉบับ “ตาดู หูฟัง ปากกิน”
สายตาที่ทอดผ่านสองข้างทางในชุมชนริมน้ำจันทบูร รับรู้ได้ถึงวิถีชีวิตชุมชนคนรุ่นก่อนที่ยังพอหลงเหลือให้เรียนรู้ผ่านตึกแถวโบราณที่มีลวดลายตามยุคสมัยรัชกาลที่ 5 และตลาดริมทางที่ทำให้หวนนึกย้อนถึงภาพอดีต
สำหรับประวัติชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร เป็นย่านท่าหลวง-ตลาดล่าง มีความสำคัญต่อบทบาทการค้ากับต่างประเทศของจันทบุรีในยุคนั้น เป็นจุดที่เรือบรรทุกสินค้าของป่าที่รวบรวมมาได้จากป่าแถบตะเคียนทอง น้ำขุ่น คลองพลู วังแซ้ม เขาคิชฌกูฎ และเขาสอยดาว จะล่องลงมาตามลำน้ำจันทบุรี และมาเทียบท่าที่ตลาดท่าหลวงโดยมีกลุ่มชาวชองซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเดิมที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาในจันทบุรี ระยอง และตราด เป็นแรงงานในการจัดเก็บของป่านำมาจำหน่ายในตัวเมืองจันทบุรี ในปีหนึ่งชาวชองจะล่องแพนำสินค้ามาจำหน่ายในเมืองเพียงครั้งเดียว คือ ในระหว่างเดือน 10 ถึง 12 (เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน) เนื่องจากเป็นฤดูน้ำหลากสามารถล่องแพลงมาตามลำน้ำได้สะดวก ส่วนในฤดูแล้งระหว่างเดือน 3 ถึง 5 (เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน)ต้องลำเลียงทางเกวียนซึ่งลำบากและใช้เวลานาน จึงไม่เป็นที่นิยมในช่วงที่กองทหารฝรั่งเศสเข้ามายึดครองจันทบุรี (พ.ศ. 2436-2447) การค้าขายในย่านนี้เป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากสินค้าป่าแล้ว ยังมีการลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทสุรา ฝิ่น กาแฟ ชา การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของย่านท่าหลวง-ตลาดล่างส่งผลให้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในบริเวณนี้ก่อนบริเวณอื่น
ในปี พ.ศ. 2451 จึงได้ประกาศให้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลที่ตำบลตลาด เมืองจันทบุรี เป็นแห่งแรกในเขตจันทบุรี นอกจากนี้ในช่วงที่การค้าขยายตัวมีจำนวนประชากรอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานชั่วคราวในย่านนี้ถึงปีละ 100 คนเศษ มีพ่อค้าต่างถิ่น อาทิ แขก กุหล่า พม่า เข้ามาตั้งร้านค้าชั่วคราว รวมทั้งมีพ่อค้าเร่จากบ่อพลอยไพลิน บ่อนาวง ที่มาซื้อขายสินค้าต่างๆ และนำพลอยมาขายปีละนับพันคน เมื่อศูนย์กลางการค้าภายใน เมืองจันทบุรีย้ายไปอยู่ที่ตลาดน้ำพุ
ลักษณะทางกายภาพของท่าหลวง-ตลาดล่างยังปรากฏให้เห็นวัฒนธรรมการตั้งบ้านเรือนหรือร้านค้าที่หันหลังให้แม่น้ำและหันหน้าเข้าสู่ถนน บ้านเรือนเป็นเรือนติดดิน นิยมสร้างเป็นเรือนหลังใหญ่ทรงจั่ว ใช้วัสดุในท้องถิ่นก่อสร้าง อาทิ ไม้แฝก ใบจาก และนิยมยื่นชายคาออกมาเพื่อเป็นร้านค้าติดระเบียงทางเดินด้านหน้าตามลักษณะที่พักอาศัยกึ่งพาณิชย์อันเป็นลักษณะวัฒนธรรมการค้าขายของชาวจีน อาคารพักอาศัยและร้านค้า ย่านท่าหลวง เป็นชุมชน เก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก
ส่วนสถานที่เที่ยวอีกแห่งที่ต้องไปเยือนก่อนกลับ คือ จุดชมวิวเนินนางพญา เป็นจุดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก เพราะได้เห็นวิวชายฝั่งทะเล และถนนโค้งสวยๆ ริมชายฝั่งทะเล โดยจุดชมวิวเนินนางพญา ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แถวบริเวณหาดคุ้งวิมาน ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
จุดชมวิวนี้มีกุญแจของคู่รักมาคล้องเปรียบกับการคล้องรักคล้องใจไว้ด้วยกัน
"เนินนางพญาแห่งนี้ที่รวมใจ คู่รักใดปรารถนารักคงมั่น
ร่วมดวงจิตอธิษฐานสัญญากัน คล้องสองใจรักมั่นนิรันดร"
จบทริปสั้นๆ กับการมาเยือนเมืองจันทบุรี
ขอบคุณข้อมูลจาก ไปด้วยกัน.คอม