ปักกิ่ง หรือ เป่ย์จิง ถือเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศจีนรองจากเซี่ยงไฮ้ และเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง การศึกษา การขนส่ง วัฒนธรรม ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศจีน มีพื้นที่การปกครองทั้งสิ้น 16,410 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 10.46 เท่าของกรุงเทพมหานคร และมีจำนวนประชากรประมาณ 21 ล้านคน จากการสำรวจเมื่อปี 2559
สำหรับ ปักกิ่ง ถือเป็น 1 ใน 4 มหานครของจีน ที่มีการบริหารจัดการรูปแบบพิเศษ โดยขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางและมีสถานะเทียบเท่ามณฑล เช่นเดียวกับอีก 3 มหานคร ได้แก่ มหานครเทียนจิน, มหานครเซี่ยงไฮ้ และมหานครฉงชิ่ง ส่งผลให้ มหานครปักกิ่ง เป็นศูนย์กลางการปกครอง, การศึกษา, การคมนาคมขนส่ง, วัฒนธรรมและท่องเที่ยวที่สำคัญ ทำให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำธุรกิจ, ท่องเที่ยว และศึกษาต่อเพิ่มขึ้น
จัตุรัสเทียนอันเหมิน
เปรียบเป็นสัญลักษณ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์จีนแห่งหนึ่ง ก็ว่าได้กับ "จัตุรัสเทียนอันเหมิน" ตั้งอยู่ที่ถนนฉางอาน กลางปักกิ่ง เพราะมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อนุสาวรีย์วีรชน หอระลึกประธานเหมาเจ๋อตง พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติจีน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีน มหาศาลาประชาชน โดยเฉพาะประตูเทียนอันเหมิน ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของจัตุรัส ที่มีภาพวาดของท่านประธานเหมาเจ๋อตุงประดับอยู่ และเบื้องหลังหอประตูนี้ คือพระราชวังต้องห้าม (กู้กง)
พระราชวังโบราณ
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศจีน ถือเป็นสัญลักษณ์ตั้งกรุงปักกิ่ง โดยทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ จนสร้างรายได้ให้กับประเทศ ด้วยความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมจากการใช้โครงสร้างหมดไม้แบบจีนโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสามารถรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมทัศนียภาพระดับ 5A ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศจีนรวมถึงยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกเมื่อปี 2530
แม้ปัจจุบันรัฐบาลจีน จะเปิดให้เข้าชมพระราชวังโบราณได้เพียงบางส่วน แต่โดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาเดินชมกันประมาณ 2-4 ชั่วโมง ถือว่ามากพอที่จะทำให้จินตนาการเข้าถึงประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของอารยธรรมจีนในอดีต สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก
หอบูชาฟ้าเทียนถาน
สถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่ "หอบูชาฟ้าเทียนถาน" ถูกสร้างขึ้นใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดา เพื่อขอพรให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล และเป็นสถานที่บวงสรวงสวรรค์ให้พืชพันธุ์ธัญญาหารในราชอาณาจักรมีความอุดมสมบูรณ์ โดยสถาปัตยกรรมของตำหนักนี้จะใช้รูปทรงกลมเป็นต้นแบบ เนื่องจากความเชื่อว่า วงกลมหมายถึงโลกมนุษย์ สร้างเป็นแบบอาคารไม้ทรงกระบอกสูง 40 เมตร สร้างซ้อนกันขึ้นไป 3 ชั้น หลังคาลักษณะพิเศษที่ไม่มีคานไม้เลย มุงด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินเข้ม ที่มีความหมายว่าสวรรค์
วัดลามะ
วัดยงเหอกง หรือ วัดลามะ เป็นวัดแบบทิเบตที่กว้างใหญ่ที่สุดในดินแดนจีน เพราะมีพื้นที่ทั้งหมด 66,000 ตารางเมตร และมีโครงสร้างสอดคล้องกับวัดในพระพุทธศาสนาแบบมหายานจีน ทางด้านหน้าประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง 7 อย่าง ประกอบด้วยประตูจาวไท่เหมิน, หอระฆัง, หอกลอง , ประตูยงเหอเหมิน, ตำหนักยงเหอกง, วิหารบรรยายธรรม และวิหารนิกายที่เบต ซึ่ง วิหารหลักแต่ละหลังค่อย ๆ เรียนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปทางด้านหลังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลเจริญก้าวหน้าและงามสง่ายิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า
ด้วยเหตุนี้ ทำให้มหานครปักกิ่ง เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยการออกแบบภูมิสถาปัตย์ ที่รักษาสภาพบ้านเรือนแบบโบราณไว้ ท่ามกลางความเจริญแบบสังคมสมัยใหม่ แม้ปัจจุบันเต็มไปด้วยถนนสายหลักสลับกับตึกสูง ไม่ว่าจะเป็น ช้อปปิง มอลล์ อาคารสำนักงาน อพาร์ตเม้นต์ และสถานทูตของประเทศต่าง ๆ แต่ทุกสิ่งยังคงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
ขอบคุณข้อมูลจากอาศรมสยาม-จีนวิทยา