“อีลอน มัสก์” จะได้เงินเท่าไร? หากเก็บ “ค่าบลูมาร์กยืนยันตัวตน”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อีลอน มัสก์ เสนอเก็บเงิน “ค่ายืนยันตัวตน” ซึ่งจะสร้างรายได้ได้กว่า 127 ล้านบาทต่อเดือน แต่ยังไม่คุ้มทุนที่เขาเสียไปเพื่อซื้อทวิตเตอร์มา

เป็นที่ฮือฮากันในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อ อีลอน มัสก์ เจ้าของคนใหม่ของทวิตเตอร์ วางแผนที่จะจัดเก็บเงิน “ค่ายืนยันตัวตน” หรือค่าใช้จ่ายในการมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าหลังชื่อบัญชี

ทวิตเตอร์มีฟีเจอร์การยืนยันตัวตนผู้ใช้ (Verification) ครั้งแรกในปี 2009 เพื่อรับมือกับปัญหาบัญชีปลอมเลียนแบบคนดัง แต่ต่อมาก็ขยายให้องก์กรรัฐ หน่วยงานธุรกิจ หรือสำนักข่าว ใช้ได้ด้วย

"อีลอน มัสก์" เคาะแล้ว “ค่ายืนยันตัวตน” ในทวิตเตอร์ 300 บาทต่อเดือน

เครื่องหมายถูกสีฟ้า หรือ “บลูมาร์ก” กลายเป็นตราประทับที่หลายคนต้องการได้มาไว้ในครอบครองเพื่อแสดงศักดิ์ฐานะว่าเป็นบุคคลสาธารณะ โดยในปัจจุบัน บัญชีที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่า “เป็นของแท้ มีความโดดเด่น และมีความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ” จะสามารถรับการยืนยันตัวตนหรือมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าได้ฟรี ๆ

การเก็บค่ายืนยันตัวตนนี้ จะถูกนำไปรวมกับ “ทวิตเตอร์บลู (Twitter Blue)” หรือระบบ Subscription (ระบบสมาชิก) ของทวิตเตอร์ ซึ่งจะเก็บเงินผู้ใช้แลกกับฟีเจอร์พิเศษ เช่น ฟีเจอร์เซฟข้อความทวีตพร้อมแยกหมวดหมู่ หรือฟีเจอร์ Undo ข้อความที่ทวีตไป เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ใช้บริการนี้จะมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีห้าเช่นกัน

เดิมทีทวิตเตอร์บลูคิดค่าบริการอยู่ที่ 4.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 189 บาท) ต่อเดือน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับระบบยืนยันตัวตนที่ไม่มีการคิดเงิน แต่คาดว่าอีลอน มัสก์ ต้องการนำสองส่วนนี้มารวมกัน เป็นระบบ Subscription ผสมการยืนยันตัวตน เพื่อสร้างรายได้

ซึ่งหลังจากรวมระบบทั้งสองนี้แล้ว มีรายงานว่า นอกจากบลูมาร์กแล้ว ผู้ที่สมัครใช้งานทวิตเตอร์บลูใหม่จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็น การเห็นโฆษณาในฟีดน้อยลง การสามารถโพสต์คลิปวิดีโอที่ยาวกว่าผู้ใช้งานปกติได้ เป็นต้น

ปัจจุบัน มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ประมาณ 424,000 บัญชีที่เป็นบัญชียืนยันตัวตน หรือคิดเป็น 0.2% จากบัญชีผู้ใช้ทั้งหมด และหากทุกบัญชียินดีที่จะจ่ายค่ายืนยันตัวตนเดือนละ 7.99 ดอลลาร์สหรัฐให้ทวิตเตอร์ ก็เท่ากับว่าอีลอน มัสก์ จะสร้างรายได้ได้กว่า 3.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 127 ล้านบาท) ต่อเดือนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม รายได้จำนวนนี้ยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่อีลอน มัสก์ ทุ่มทุนไปในการเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์มาด้วยมูลค่ากว่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งหากอีลอน มัสก์ ต้องการอาศัยเงินจากค่ายืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียวจะต้องใช้เวลากว่า 900 ปีเลยทีเดียวกว่าจะคืนทุน

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ที่มีเครื่องหมายยืนยันตัวตนในทวิตเตอร์น่าจะลดลง เนื่องจากอาจมีหลายคนที่ไม่ต้องการเสียเงินเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกันก็คาดว่าจะมีบุคคลทั่วไปจำนวนมากที่จะสมัครใช้ทวิตเตอร์บลูเพื่อรับเครื่องหมายยืนยันตัวตน

นี่เป็นหนึ่งในแผนของอีลอน มัสก์ ในการกอบกู้รายได้ของทวิตเตอร์ที่ขาดทุนและเผชิญกับขาลงมาสักระยะหนึ่งแล้ว ยังไม่นับนโยบายปลดพนักงานครึ่งบริษัทเพื่อลดต้นทุนที่กำลังมีการยื่นฟ้องร้องในขณะนี้ ก็บ่งชี้ว่า อีลอน มัสก์ น่าจะค่อนข้างเอาจริงเอาจังกับการทำให้ทวิตเตอร์มีกำไรเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะต้องทำทางไหนก็ตาม

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทวิตเตอร์ได้ทดลองเก็บค่ายืนยันตัวตนกับผู้ใช้บริการในบางประเทศแล้ว โดยอัปเดตแอปพลิเคชันที่อยู่ในแอปสโตร์ ของแอปเปิล เพื่อเริ่มเก็บค่าบริการเดือนละ 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ล่าสุดได้สั่งชะลอชั่วคราวแล้ว จนกว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จะเสร็จสิ้น

 

เรียบเรียงจาก CNN

ภาพจาก AFP

 

คอนเทนต์แนะนำ
แจ้งความซื้อรถมือ 2 ขับได้ 100 เมตรล้อหลุด
เมาไม่งม! เตือน “วันลอยกระทง” ระวังจมน้ำ หลังพบเสียชีวิตปีละ 12 คน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ