เรื่องของ “ภาพเปลือย” บนสื่อ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงกันมาอย่างยาวนานในโลกตะวันตก ว่าจริง ๆ ผู้ใช้งานควรมีสิทธิ์ในการแสดงออกซึ่งเรือนร่างของตัวเองลงในพื้นที่สาธารณะออนไลน์หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้ชายเป็นเพียงคนกลุ่มเดียวที่สามารถลงรูป “เปลือยท่อนบน” ได้
ล่าสุดิ บริษัทเมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม อาจเตรียมที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้งานผู้หญิง ทรานส์เจนเดอร์ และนอนไบนารี สามารถ “โพสต์ภาพเปลือยท่อนบน” ได้
ตูวาลู เตรียมยกทั้งประเทศ ไปไว้ในเมตาเวิร์ส หลังคาดว่าประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำภายในสิ้นศตวรรษนี้
Oversight Board คณะกรรมการกำกับดูแลเนื้อหาบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ นักการเมือง และสื่อมวลชน ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา แนะนำให้เมตาเปลี่ยนนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับภาพเปลือยสำหรับผู้ใหญ่และกิจกรรมทางเพศ
การตัดสินใจนี้ของ Oversight Board เกิดขึ้นหลังจากมีกระแสดราม่าในต่างประเทศจากการที่เฟซบุ๊กแบนโพสต์ของคู่รักทรานเจนเดอร์ (Transgender) ที่โพสต์ภาพเปลือยท่อนบนแต่ปิดหัวนมไว้ พร้อมแคปชันคำบรรยายเรื่องการดูแลสุขภาพและการระดมเงินสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก ทำให้เกิดความสงสัยว่า ในเมื่อไม่ใช่เนื้อหาที่มีความล่อแหลมทางเพส ทำไมจึงถูกแบน
คณะกรรมการฯ ระบุว่า จากกรณีข้างต้น เป็นการแบนเนื้อหาภายใต้ “นโยบายที่ยึดโยงมุมมองทางเพศแบบไบนารี (มุมมองที่ว่าโลกมีแค่ผู้ชายและผู้หญิง) และมองแค่ความแตกต่างระหว่างร่างกายของผู้ชายและผู้หญิงเท่านั้น” ซึ่งทำให้กฎระเบียบเกี่ยวกับการเปลือยท่อนบนมีความ “ไม่ชัดเจน” เมื่อคำนึงถึงผู้ใช้ที่เป็นนอนไบนารี (Non-Binary) ความหลากหลายทางเพศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่ชายและหญิง
Oversight Board แนะนำให้เมตา “กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เที่ยงธรรม และเคารพสิทธิ ในการกลั่นกรองภาพเปลือย เพื่อให้ทุกคนได้รับการปฏิบัติในลักษณะที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ”
ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ได้มีความพยายามในการรณรงค์แคมเปญ #FreetheNipple ซึ่งเรียกร้องให้ภาพเปลือยท่อนบนในโซเชียลมีเดียวเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างหนึ่ง
แคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในหลายมหาวิทยาลัย และได้รับการสนับสนุนจากคนดัง เช่น ริฮานนา, ไมลีย์ ไซรัส และเลนา ดันแฮม
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฟลอเรนซ์ พิว นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ได้ปรากฏตัวในการรับรางวัลหนึ่งด้วยชุดราตรีสีชมพูที่บางจนเห็นท่อนบนทั้งหมด เธอกล่าวว่า “แน่นอน ฉันไม่ได้ต้องการทำให้ใครขุ่นเคืองใจ แต่ฉันคิดว่าประเด็นของฉันคือ หัวนมของฉันไปทำให้คุณขุ่นเคืองใจยังไงเหรอ มันขนาดนั้นเลยเหรอ”
ในปี 2015 มิโคล เฮบรอน ศิลปินจากลอสแอนเจลิส ได้ออกแบบสติกเกอร์รูปหัวนมผู้ชาย เพื่อให้ผู้ใช้อินสตาแกรมที่เป็นผู้หญิงสามารถนำไปซ้อนทับหัวนมของตัวเองเพื่อเยาะเย้ยความเหลื่อมล้ำทางเพศบนโซเชียลมีเดียได้
ครั้งนั้นเฮบอรนถูกเชิญให้ไปที่สำนักงานใหญ่ของอินสตาแกรมในปี 2019 เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายปิดกั้นหัวนมของบริษัท “ในระหว่างการประชุมนั้น เราพบว่า ไม่มีทรานสเจนเดอร์อยู่ในทีมนโยบายการกลั่นกรองเนื้อหาเลย และฉันยังสังเกตว่าที่นั่นไม่มีห้องน้ำที่เป็นกลางทางเพศด้วยซ้ำ”
แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Oversight Board ทำให้เฮบรอนตื่นเต้นมาก เธอบอกว่า “นี่ไม่ใช่แค่เรื่อของการ ‘อนุญาตให้ผู้หญิงเปลือยท่อนบน’ ซึ่งฉันไม่ได้สนใจประเด็นนี้เลย แต่ฉันคิดว่ามันสำคัญมากที่จะยึดมั่นในเป้าหมายของการอนุญาตให้ทุกคนมีอิสระในร่างกายของตัวเอง”
เฮบรอนกล่าวว่า “มันอาจฟังดูไร้สาระสำหรับคนจำนวนมากที่จะพูดถึงหัวนม แต่ถ้าคุณนึกถึงวิธีที่รัฐบาลทั่วโลกพยายามควบคุมและปราบปรามร่างกายที่ระบุความเป็นร่างกายผู้หญิง ร่างกายทรานสเจนเดอร์ หรือร่างกายของนอนไบนารี ทันก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ”
ด้านโฆษกของบริษัทเมตากล่าวว่า “ยินดีกับคำตัดสินของคณะกรรมการฯ ในกรณีนี้ ... เรากำลังพัฒนานโยบายอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้แพลตฟอร์มของเราปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”
โฆษกเสริมว่า “เรารู้ว่าเราสามารถทำได้มากขึ้นเพื่อสนับสนุนชุมชน LGBTQ+ และนั่นหมายถึงการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรสนับสนุน LGBTQ+ ในประเด็นต่างๆ และการปรับปรุงบริการของเรา”
หลังจากนี้ บริษัทเมตามีเวลา 60 วันในการตอบสนองต่อคำแนะนำของคณะกรรมการต่อสาธารณะ ซึ่งนั่นหมายความว่าภายใน 2 เดือนนี้ เราจะได้รับทราบแล้วว่า จะเกิดความเปลี่ยนแปลงเรื่องคอนเทนต์ภาพเปลือยท่อนบนของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมหรือไม่
แม้ว่าผู้สนับสนุนอาจยินดีกับแนวคิดเรื่องการโพสต์คอนเทนต์เปลือยท่อนบนในโซเชียลมีเดียได้ แต่คำถามยังคงมีอยู่เกี่ยวกับวิธีที่ระบบการกลั่นกรองเนื้อหาอัตโนมัติของเมตาจะสามารถบังคับใช้นโยบายใหม่เกี่ยวกับภาพเปลือยท่อนบนได้อย่างไร
ตัวอย่างชัด ๆ คือกรณีการระดมทุนหาเงินผ่าตัดของคู่รักทรานสเจนเดอร์ที่กล่าวถึงไปข้างต้นนั้น ไม่เหมือนกับเนื้อหาการชักชวนทางเพศ แต่ AI ของบริษัทเมตาไม่สามารถรับรู้ถึงความแตกต่างนั้นได้ แล้วระบบนี้จะสามารถบอกความแตกต่างระหว่างโพสต์ภาพเปลือยท่อนบนกับภาพอนาจารได้อย่างไร?
เอมิลี เบลล์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารมวลชนดิจิทัล กล่าวว่า “คำถามที่น่าสนใจคือ เมตาจะทำยังไงไม่ให้กฎใหม่กลายเป็นการเปิดประตูให้กับสื่อลามก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีกฎแบนภาพเปลือยท่อนบนอยู่แต่แรก”
ด้าน จิลเลียน ยอร์ก นักเคลื่อนไหวด้านเสรีภาพในการแสดงออกของ Electronic Frontier Foundation เสริมว่า เป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับบริษัทที่ใช้ AI ในการจะตัดสินใจให้ถูกต้องในทุกสถานการณ์
“ตัวอย่างเช่น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ AI ในการตัดสินใจว่าภาพไหนเป็นผู้ใหญ่ที่เปลือยท่อนบน เทียบกับภาพที่เป็นเด็กที่เปลือยท่อนบน ... AI อาจสามารถตัดสินใจได้แหละระหว่างเด็กอายุ 9 ปีกับ 26 ปี แต่เด็กอายุ 17 ปีกับ 18 ปีล่ะ?”
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP