ปัจจุบัน เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับสังคมและชีวิตของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งการติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงการทำธุรกรรมออนไลน์บนมือถือ หรือ Mobile Banking ที่เราไม่จำเป็นต้องไปธนาคารหรือตู้ ATM แต่อย่างใด
ทว่า กลุ่มมิจฉาชีพเองก็อาศัยเทคโนโลยีเหล่านี้ มาเป็นตัวช่วยในการก่ออาชญากรรม ซึ่งเห็นได้จากหลายกรณีในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ล่าสุด 25 ก.พ. 67 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ออกมาเตือนภัย พร้อมแนะนำลิงก์ 5 รูปแบบที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้ในการก่ออาชญากรรมด้วย
ตำรวจเตือนภัยออนไลน์ ระวังเจอมิจฉาชีพแฝงมาอยู่ในแอปฯ หาคู่
1. ลิงก์ดูดเงิน
คือ ลิงก์ที่หลอกให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน หรือติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อทำธุรกรรมถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย เช่น หลอกให้กรอกข้อมูลบัญชี Internet Banking หลอกให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิต หลอกให้ติดตั้งแอปฯ ควบคุมเครื่องระยะไกล เป็นต้น
โดยส่วนมากจะเป็นเครื่องมือหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อาจอ้างหน่วยงานราชการต่าง ๆ สร้างเนื้อหาให้เหยื่อตกใจ โลภ เชื่อใจ แล้วหลงเชื่อ เช่น เหยื่อมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย ได้รับเงินคืนจากกรณีต่าง ๆ (มิเตอร์ไฟฟ้า, เงินบำเหน็จบำนาญ, คืนภาษี ฯลฯ) เป็นผู้โชคดีจากแคมเปญหรือเทศกาลได้รับเงิน ของขวัญ เป็นต้น
ซึ่งกรณีนี้ เป็นกรณีที่พบหลากหลายเคส ไม่ว่าจะเป็นกรณีของดาราดัง นาวินต้าร์ เยาวพลกุล ที่กดลิงก์ที่ส่งเข้ามาในกล่องข้อความ จากนั้นสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท หรือกรณีของ ว่าที่ร้อยตรี จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ที่ถูกมิจฉาชีพดูดเงินเกลี้ยงบัญชี หลังโดนลวงให้สมัครสมาชิกสายการบินแห่งหนึ่ง พร้อมสแกนใบหน้า ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะพบว่า เงินในบัญชีเหลือเพียง 0.87 บาท เป็นต้น
2. ลิงก์หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล
คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่มีรูปแบบคล้ายกับเว็บไซต์ของผู้ให้บริการต่าง ๆ หากเหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ หรือรหัสผ่าน กลุ่มมิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ยกตัวอย่างกรณีที่มีการส่งลิงก์ พร้อมข้อความ อ้างว่าเป็นโครงการของร้านกาแฟชื่อดัง เชิญชวนให้เข้าร่วมตอบแบบสอบถาม พร้อมกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อลุ้นรับเงินทุนช่วยเหลือ โควิด-19 จำนวน 10,000 บาท ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีการแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรมีชื่อเสียงมากมาย
เมื่อเข้าลิงก์ไปแล้ว จะมีการลวงให้กรอกชื่อ-นามสกุล อีเมล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตร ATM หรือรหัสต่าง ๆ เมื่อได้มาแล้ว มิจฉาชีพอาจนำเงินของเราไปลงทุน หรืออาจคาดเดารหัสธุรกรรมจากข้อมูลที่เรากรอกได้
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ย้ำว่า ขอให้ตั้งสติ คิดบนหลักพื้นฐานว่า ไม่มีใครให้เงินจำนวนมากกับเราเพียงแค่เรากรอกข้อมูลไปแบบฟรี ๆ
3. ลิงก์หลอกลงทุน
คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หรือติดตั้งแอปพลิเคชันลงทุนปลอม หลอกล่อให้ผู้เสียหายลงทุนในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง โดยอ้างว่าลงทุนแล้วได้กำไรมาก ในระยะเวลาสั้นๆ มีการนำภาพนักธุรกิจหรือองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาประกอบเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
โดยกรณีล่าสุดที่มีการส่งลิงก์หลอกลงทุน คือกรณีเครือข่ายมิจฉาชีพ 7 ราย หลอกลงทุนเทรดหุ้นทองคำ-น้ำมัน ที่สร้างบัญชีเฟชบุ๊กปลอมขึ้นมา ชักชวนลงทุนเทรดหุ้นทองคำและหุ้นน้ำมัน ผ่านแอปฯ ปลอม โดยในช่วงแรก ผู้เสียหายได้ผลตอบแทนจริงตามคำกล่าวอ้าง สามารถทำรายการเบิกถอนเงินได้ปกติ
จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มลงทุนในจำนวนมากขึ้น และต้องการถอนเงิน แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ จึงรู้สึกผิดปกติ และเข้าแจ้งความ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถบุกทลายเครือข่ายดังกล่าว
4. ลิงก์เว็บพนัน
คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์การพนันออนไลน์ ซึ่งจะมีทั้งเว็บไซต์การพนันออนไลน์จริง ๆ และเว็บไซต์การพนันออนไลน์ปลอม อาจมีโปรโมชันหลอกล่อให้เหยื่อหลงเข้าไปเล่นการพนัน หากผู้เสียหายหลงเชื่อเข้าเล่นเว็บพนันนอกจากจะเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกด้วย
ซึ่งกรณีนี้ สามารถพบเห็นได้บ่อยและพบเห็นได้ง่ายบนโลกโซเชียล โดยกรณีล่าสุดที่พบคือกรณีของ โกฟุก ที่หลอกลวงให้ซื้อรางวัลเลขท้ายของรางวัลที่ 1 และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว รวมทั้งนำผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ มาประกอบในการเชิญชวนให้มีการเล่นการพนันภายใต้เว็บไซต์หลายเว็บไซต์
เช่น ร่ำรวยร้อยล้าน, นพเก้า, นาคราช, ชอบหวย, ล้อตโต้เอ็มเอ็ม, ดีเอ็นเอ,เยเย่ และอื่น ๆ ซึ่งพบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนที่เครือข่ายจะถูกตรวจค้นและจับกุมในช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
5. ลิงก์เงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมาย
คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินค่าใช้จ่ายในการกู้เงินก่อนแต่ไม่ได้รับเงินจริง หรือนำไปสู่เว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มเงินกู้นอกระบบ เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราและมีการทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย เช่น โทรมาขู่บังคับหรือต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง
โดยตำรวจไซเบอร์ ได้หยิบยก 5 ขั้นตอนตัวอย่างกลโกงของมิจฉาชีพมาเตือนภัย ได้แก่
- คนร้ายหลอกให้เหยื่อโหลดแอปฯ สินเชื่อเงินด่วน ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นแอปฯ ปลอม
- เหยื่อสนใจกดดำเนินการต่อไป กลายเป็นการแอดไลน์
- คนร้ายให้เหยื่อกรอกข้อมูลในระบบ
- คนร้ายแอบเปลี่ยนเลขบัญชี โยนความผิดให้เหยื่อ
- หลอกให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการต่างๆ สุดท้ายเหยื่อเสียเงินจนหมดตัว
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามหลัก “ห้ามกด ห้ามกรอก ห้ามติดตั้ง” เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ โดยมีรายละเอียด คือ
- ห้ามกด ห้ามกดลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่น่าไว้วางใจ
- ห้ามกรอก ห้ามกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีธุรกรรมทางการเงิน หรือข้อมูลบัตรเครดิต ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ห้ามติดตั้ง ห้ามติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ และตรวจโทรศัพท์มือถือว่ามีแอปพลิเคชันแปลกปลอมใดติดตั้งอยู่หรือไม่
พร้อมเสริมว่า หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. / กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI
เพื่อนบ้านยึดบ้านอากู๋ ครอบครองปรปักษ์ เครียดคิดสั้น-ผูกคอลาโลก!