vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนจีน เปิดตัวซีรีส์มือถือเรือธงระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่อย่าง "vivo X200" และ "vivo X200 Pro" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เปิดตัว vivo X100 ซีรีส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 โดยรุ่นนี้จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนเล็กน้อย ได้กล้อง Zeiss ใหม่ พร้อมชิปเซ็ตที่ทรงพลังมากขึ้นด้วย
vivo X200
เริ่มกันที่ vivo X200 รุ่นมาตรฐานในซีรีส์นี้ ได้จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 4,500 นิต แสดงสีได้แม่นยำสมจริงด้วยเทคโนโลยี Zeiss Natural Color
ตัวเครื่องใช้วัสดุกระจก ขอบอะลูมิเนียมแบบเหลี่ยม สามารถแสดงความละเอียดภาพได้ 1260 x 2800 พิกเซล อัตรารีเฟรช 120Hz กันน้ำกันฝุ่นได้ในระดับ IP68 - IP69 อยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นานถึง 30 นาที มาพร้อม 4 สีด้วยกัน ประกอบด้วย สีน้ำเงิน Sapphire Blue, สีเทาไทเทเนียม Titanium Grey, สีขาว Moonlight White และสีดำ Carbon Black
ในส่วนของขุมพลัง vivo X200 มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 9400 ขนาด 3 นาโนเมตร ทำให้การเล่นเกม การประมวลผล AI ไปจนถึงการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้โดดเด่นขึ้น จากความแรงที่เพิ่มขึ้น 28% และประหยัดพลังงานกว่าเดิม 40% ส่วน RAM ให้มาสูงสุด 16GB และสตอเรจตั้งแต่ 256GB ถึง 1TB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 15 ครอบทับด้วย OriginOS 5
โดรนฮิซบอลเลาะห์เจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้?
ด้านกล้องของ vivo X200 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ขนาดความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทั้งหมด ประกอบด้วย กล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX921 ขนาด 1/1.56 นิ้ว กล้อง Ultrawide และกล้อง Telephoto มีระยะเลนส์ 70 มม. ซูมดิจิทัลไกลสุด 100 เท่า ปรับปรุงมอเตอร์ควบคุมการซูมให้ทำงานได้เที่ยงตรงและแม่นยำมากขึ้น ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบ BlueVolt ให้มาที่ 5,800mAh เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 800mAh รองรับชาร์จไวแบบมีสาย 90W
vivo X200 เริ่มเปิดให้พรีออร์เดอร์ในจีนแล้ว และจะวางจำหน่ายเต็มรูปแบบในวันที่ 19 ตุลาคม ส่วนเวอร์ชัน Global ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยจะวางจำหน่าย 4 รุ่นความจุ ได้แก่
- 12GB + 256GB ราคา 4,299 หยวน (ราว 20,150 บาท)
- 12GB + 512GB ราคา 4,699 หยวน (ราว 22,000 บาท)
- 16GB + 512GB ราคา 4,999 หยวน (ราว 23,500 บาท)
- 16GB + 1TB ราคา 5,499 หยวน (ราว 26,000 บาท)
vivo X200 Pro
vivo X200 Pro รุ่นท็อปของซีรีส์นี้ ได้จอแสดงผล LTPO AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 4,500 นิต แสดงสีได้แม่นยำสมจริงด้วยเทคโนโลยี Zeiss Natural Color เช่นเดียวกัน ตัวเครื่องใช้วัสดุกระจก ขอบอะลูมิเนียมแบบเหลี่ยม สามารถแสดงความละเอียดภาพได้ 1260 x 2800 พิกเซล อัตรารีเฟรช 120Hz กันน้ำกันฝุ่นได้ในระดับ IP68 - IP69 อยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นานถึง 30 นาที มาพร้อม 4 เช่นเดียวกัน ประกอบด้วย สีน้ำเงิน Sapphire Blue, สีเทาไทเทเนียม Titanium Grey, สีขาว Moonlight White และสีดำ Carbon Black
ในส่วนของขุมพลัง vivo X200 Pro มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 9400 ขนาด 3 นาโนเมตร ทำให้การเล่นเกม การประมวลผล AI ไปจนถึงการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้โดดเด่นขึ้น จากความแรงที่เพิ่มขึ้น 28% และประหยัดพลังงานกว่าเดิม ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 15 ครอบทับด้วย OriginOS 5
ด้านกล้องของ vivo X200 Pro มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทั้งหมด ประกอบด้วย กล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony LYT-818 ขนาด 1/1.28 นิ้ว กล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Telemacro 200 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ ISOCELL HP9 มีระยะเลนส์ 85 มม. ซูมดิจิทัลไกลสุด 100 เท่า
โดยกล้อง Telemacro เป็นกล้องที่ปรับปรุงโครงสร้างชิ้นเลนส์ให้รองรับการถ่าย Macro ในตัว ให้เป็นกล้องTelemacro ซึ่ง vivo มองว่าสมเหตุสมผลกว่าการฝังรวมในกล้อง Ultrawide เนื่องจากระยะเลนส์ที่ไกลกว่า จึงไม่ต้องจ่อกล้องใกล้วัตถุมากนัก และปรับปรุงมอเตอร์ควบคุมการซูมให้ทำงานได้เที่ยงตรงและแม่นยำมากขึ้น ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบ BlueVolt ให้มาที่ 5,800mAh เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 800mAh รองรับชาร์จไวแบบมีสาย 90W
vivo X200 Pro เริ่มเปิดให้พรีออร์เดอร์ในจีนแล้วเช่นกัน และจะวางจำหน่ายเต็มรูปแบบในวันที่ 19 ตุลาคม ส่วนเวอร์ชัน Global ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยจะวางจำหน่าย 4 รุ่นความจุ ได้แก่
- 12GB + 256GB ราคา 5,299 หยวน (ราว 25,000 บาท)
- 16GB + 512GB ราคา 5,999 หยวน (ราว 28,200 บาท)
- 16GB + 1TB ราคา 6,499 หยวน (ราว 30,500 บาท)
- 16GB + 1TB ราคา 6,799 หยวน เฉพาะรุ่นรองรับการสื่อสารผ่านดาวเทียม (ราว 32,000 บาท)