Microsoft บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลก เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows 10 เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ปี 2015 พร้อมประกาศในงานนี้ด้วยว่า Windows 10 จะสิ้นสุดระยะซัพพอร์ตในวันที่ 14 ตุลาคม ปี 2025 ซึ่งหากนับจากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกราว ๆ 10 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม StatCounter บริษัทผู้เก็บสถิติด้านการเข้าเว็บของอินเทอร์เน็ต เปิดเผยว่า แม้ Windows 10 ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาซัพพอร์ตแล้ว แต่ความนิยมในการใช้งานกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลจาก Statcounter ในเดือนธันวาคม ปี 2024 เผยว่า หากวัดเฉพาะเวอร์ชันของ Windows จะพบว่า Windows 10 ยังมีส่วนแบ่งการใช้งานสูงสุดอยู่ที่ 62.7% ตามมาด้วย Windows 11 ที่ 34.12%
หรือหากย้อนไปในเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน จะพบว่า Windows 10 มีส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นคือ 60.95% และ 61.83% ตามลำดับ ขณะที่ Windows 11 ลดลงจาก 35.58% เป็น 34.94% ตามลำดับ หรือหากดูสถิติตลอดปี 2024 ก็จะพบว่า Windows 10 ครองส่วนแบ่งใช้งานต่ำสุดในเดือนตุลาคม ที่ 60.95% ขณะที่ส่วนแบ่งอันดับ 2 อย่าง Windows 11 มีส่วนแบ่งใช้งานสูงสุดอยู่ในเดือนตุลาคมเช่นเดียวกัน แต่ครองเพียง 35.58% เท่านั้น
เคียเรน เจสซอป นักวิเคราะห์ของ Canalys วิเคราะห์ว่า สาเหตุของปรากฏการณืนี้ อาจเกิดจากการที่มีผู้ใช้งานบางคนทดลองอัปเกรดเป็น Windows 11 แล้วตัดสินใจถอยกลับมาเป็น Windows 10 ก่อน หรือช่วงที่ผ่านมามีการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ที่ติดตั้ง Windows 10 มาด้วยและยังไม่อัปเกรด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือหน่วยงานขนาดใหญ่
เนื่องจากข้อมูลแยกรายประเทศพบว่า ส่วนแบ่งส่วนใหญ่ของ Windows 11 มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ก็มีบางประเทศที่จำนวนคอมพิวเตอร์เยอะ เช่น สหรัฐฯ หรือรวมถึง 1 ใน 4 ของ 230 ประเทศหรือภูมิภาคทั่วโลก ที่ส่วนแบ่งกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประเด็นนี้อาจเป็นความท้าทายของ Microsoft เนื่องจากผู้ใช้งานฮาร์ดแวร์ที่ไม่รองรับ ก็จะไม่สามารถอัปเกรดไปเป็น Windows 11 ได้
ที่มา: Stats Counter / The Register