เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ปี 2567 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย เปิดการสาธิตและนำเสนอผลการพัฒนาระบบเตือนภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ Cell Broadcast Service หรือ CBS ที่เป็นระบบการแจ้งเตือนภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ หรือเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการนำเสนอและสาธิตการใช้งานครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
กระทั่งต่อมาในวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นที่ประเทศเมียนมา โดยหลายพื้นที่ของประเทศไทยรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน รวมถึงส่งผลให้ ตึก สตง. ถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบ Cell Broadcast Service กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
"กราดยิงห้างดัง" จุดเริ่มต้น CBS
นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อดีตประธาน กสทช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยมีระบบการแจ้งเตือนการรั่วไหลของแก๊สแล้ว โดยเหตุการณ์ที่จุดประกายแผนการพัฒนาระบบ CBS มาจาก เหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง และเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2563 จนกระทั่ง กสทช. ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วน ประชุมเพื่อหาแนวทางการรับมือ เช่น กรมบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นต้น
กระทั่งค้นพบว่า โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างมี นอกจากจะใช้ประโยชน์ส่วนตนแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อแจ้งเตือนภัยได้ด้วย อีกทั้งทางยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ก็นำระบบนี้มาใช้งานอยู่แล้ว และแทบไม่มีเปอร์เซ็นต์ผิดพลาดเลย จึงเป็นที่มาของการนำระบบ CBS มาใช้
CBS ทำงานยังไง?
ระบบ CBS จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ CBE (Cell Broadcast Entity) หรือศูนย์แม่ข่าย ที่เป็นของหน่วยงานภาครัฐ โดยจะมีตัวแทนของหน่วยงานที่รับผิดชอบเหตุต่าง ๆ ดูแลระบบนี้อยู่ และ CBC (Cell Broadcast Center) ที่เป็นของเครือข่ายผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
เมื่อเกิดเหตุขึ้น หน่วยงานผู้รับผิดชอบ จะกรอกข้อมูลที่เตรียมส่งออกไปให้กับประชาชน 3 ส่วน ได้แก่
- Message Identify เป็นการใส่ข้อมูลว่าต้องการให้แจ้งเตือนแบบใด ซึ่งจะมี 2 แบบ คือ ETWS หรือการแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ มีรูปภาพประกอบพร้อมข้อความ กับ CMAS หรือการแจ้งเตือนระดับสูงในรูปแบบข้อความอย่างเดียว รวมถึงใส่รายละเอียดต่าง ๆ เช่น หากเกิดสินามิบริเวณชายฝั่งอันดามัน ก็จะกรอกรายละเอียดของจังหวัดบริเวณชายฝั่งอันดามันลงไป โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบสามารถป้อนข้อมูลของจังหวัดต่าง ๆ ในแต่ละภาคลงไปได้ ทำให้สามารถแจ้งเตือนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- Message Content เป็นการกรอกการแจ้งเตือนเหตุแบบสั้นว่าเป็นเหตุอะไร เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ
- GEO Code หรือ GEO Location เป็นการระบุตำแหน่งของสถานที่ที่ต้องการให้แจ้งเตือน สามารถเลือกสถานที่เฉพาะเจาะจงได้ เช่น สยามพารากอน หรือเลือกแบบกำหนดระยะทางได้ เช่น 10 กิโลเมตรจากจุดที่ปักหมุดไว้
เมื่อทางฝั่ง CBE กรอกข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลก็จะถูกส่งมายัง CBC หรือผู้ให้บริการเครือข่าย ต่อมาผู้ให้บริการเครือข่าย จะส่งข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือผ่าน SIM ซึ่งรองรับทั้ง SIM ธรรมดา และ e-SIM จากนั้นการแจ้งเตือนก็จะป๊อปอัปขึ้นมาบนหน้าจอมือถือของเรา
AIS ระบุว่า ระบบ CBS จะแตกต่างจาก SMS ทั่วไป ตรงที่ CBS สามารถเลือกได้ว่าจะให้แจ้งเตือนเป็นแบบข้อความพร้อมรูปภาพ (ETWS) หรือแจ้งเตือนแบบข้อความอย่างเดียว (CMAS) ซึ่งจะขึ้นแจ้งเตือนบนหน้าจอทันที โดยไม่จำเป็นต้องกดเปิดดู และสามารถส่งแจ้งเตือนได้แม้ว่าจะเปิดใช้งานโหมด Sleep หรือปิดเสียงอยู่ก็ตาม ยกเว้นในกรณีที่ปิดเครื่อง
ซึ่งการแจ้งเตือน นอกจากจะป๊อปอัปรูปหรือข้อความขึ้นมาแล้ว ยังมีการส่งเสียงร้องแจ้งเตือน สั่น และมีระบบ text-to-speech หรือการอ่านข้อความแจ้งเตือนออกเสียงด้วย
CBS ส่อแจ้งเตือนล่าช้า
อย่างไรก็ตาม AIS ระบุว่า การใช้งาน CBS ยังมีข้อจำกัดหลัก ๆ อยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่ยังต้องตกลงกันว่า หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนเหตุการณ์ไหน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะต้องมีผู้ที่เข้ามีควบคุมดูแลระบบ CBS โดยเฉพาะ และนอกจากหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานกลาง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของการแจ้งเตือนนั้น ๆ ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่
ทำให้เกิดข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งคือ ความรวดเร็วในการแจ้งเตือน ซึ่งหากต้องผ่านการส่งข้อมูลและตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน อาจทำให้การส่งแจ้งเตือนผ่านระบบ CBS มีความล่าช้า เนื่องจากผ่านการดำเนินการทางภาครัฐหลายขั้นตอน
อีกทั้งในเรื่องของภาษา ที่จะต้องมาคำนึงว่า หากเกิดเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่แตกต่างกันอาศัยอยู่ จะต้องเพิ่มการแจ้งเตือนภาษาอะไรบ้าง เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานทั้งในประเทศไทยและบริเวณที่ได้รับผลกระทบใกล้เคียงด้วย เช่น อาจเพิ่มภาษาเมียนมา หากเกิดเหตุในบริเวณที่ใกล้กับชายแดนเมียนมา เป็นต้น
CBS มาเมื่อไหร่?
กสทช. ระบุเมื่อช่วงมีนาคม ปี 2567 ว่า กรรมาธิการสภา และกรรมการวุฒิสภา กำลังหารืออยู่ว่า หน่วยงานใดจะเป็นผู้กำหนดหน้าที่ไหนและทำอย่างไร เข้าใจว่าทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กำลังเป็นผู้ร่างระเบียบเพื่อยื่นต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยขั้นตอนนี้คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน และคาดว่าจะได้ใช้งานจริงพร้อมกันภายในปีดังกล่าว
โดยในการประชุมสหประชาชาติ ณ ประเทศสเปน ที่กำลังจะมาถึงในช่วง 8 - 12 เมษายนนี้ GSMA องค์กรกำกับดูแลมาตรฐานการสื่อสาร ก็เตรียมนำเสนอมาตรการให้ทุกประเทศ มีระบบการแจ้งเตือนภัยหรือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ภายในปี 2570 ซึ่งถือว่าประเทศไทยดำเนินการเร็วกว่าที่ทาง GSMA กำหนดไว้ถึง 3 ปี
กสทช. เสริมว่า ทางเครือข่ายผู้ให้บริการ (CBC) พร้อมดำเนินการแล้ว เหลือเพียงฝั่งภาครัฐ (CBE) ที่จะต้องดำเนินการด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของหน่วยงานผู้รับผิดชอบและตรวจสอบในเรื่องของตัวบทกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์แผ่นดินไหวในวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า เป็นเวลากว่า 1 ปีเต็มที่มีการเปิดตัวและทดสอบระบบ Cell Broadcast Service แต่กลับยังไม่ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ โดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า การทดสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้นเป็นการทดสอบว่าตัวเครื่องสามารถใช้การได้หรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่มีภูมิศาสตร์แตกต่างกัน โดยผู้ให้บริการต่าง ๆ ก็ได้ติดตั้งเกือบ 100% ทั่วประเทศแล้ว
หากเป็นภัยพิบัติเช่นพายุ ฝนฟ้าอากาศ เราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ แต่ถ้าเป็นแผ่นดินไหวจะไม่สามารถรู้ก่อนรู้ล่วงหน้าได้ แต่กรณีนี้ถือว่ามีความรวดเร็ว โดยหาก CBS ถูกนำมาใช้การจริงจะมีการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่เร็วขึ้นแน่นอน เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุขึ้นระบบจะส่งไปที่ Cell Site ที่มีเบอร์ของผู้ใช้งานผ่านการป้อนเข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อกระจายไปยังมือถือของผู้ใช้งานต่อไป ทำให้ทุกคนจะได้รับการแจ้งเตือนทั้งหมด
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ได้ย้ำให้ทางผู้ให้บริการดำเนินการให้พร้อมส่งข้อมูล อย่างไรก็ตามหากยังไม่สามารถส่งด้วย Cell Broadcast ได้ก็จะมีการส่ง SMS ไป โดยเมื่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งการแจ้งเตือนเหตุมา สมมติเหตุเกิดบริเวณจตุจักร ต้องการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้บริเวณจตุจักร ก็จะส่งตรงไปยังประชาชนได้ทันทีในบริเวณดังกล่าว แต่หากเป็น SMS นั้นจะต้องส่งทีละเบอร์ จะมีความล่าช้ากว่า
นายไตรรัตน์ เผยว่า ขณะนี้การดำเนินการระบบดำเนินการเกือบ 100% แล้ว โดยจะทดลองครั้งใหญ่ช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนนี้ ซึ่งช่วงทดลองใช้งานครั้งใหญ่ก็คาดว่าจะได้เปิดใช้งานจริงแล้ว