นางสาวอนันติยา กิตติพรหมวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนกำกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม 2 สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เผยข้อมูลสถิติการระงับเบอร์โทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในงานแถลงรายงานประจำปี 2568 ของ Whoscall
นางสาวอนันติยา กล่าวว่า ช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึง เดือนมกราคม 2569 ตั้งแต่ที่มีการออกมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ทั้งหมด 12 มาตรการ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ทาง กสทช. ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ และตำรวจ ระงับเบอร์ต้องสงสัยจำนวนทั้งสิ้น 190,414 เลขหมาย
โดยพฤติกรรมต้องสงสัยของเบอร์โทรศัพท์ที่มีการระงับ พิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การโทรเข้าออกผิดปกติ พื้นที่การโทร ข้อมูลลูกค้า หรือระยะเวลาการเปิดเบอร์โทรศัพท์ และอุปกรณ์ที่ใช้โทรออก
นางสาวอนันติยา เผยว่า จากสถิติช่วงเดือนกันยายน 2568 พบว่าจังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ที่ถูกระงับเบอร์โทรศัพท์มากที่สุด มีเบอร์ที่ถูกระงับรวม 1,240 เบอร์ โดยอำเภอวัฒนานครมีจำนวนมากที่สุดถึง 716 เบอร์
ขณะที่ช่วง 19 - 25 มกราคม 2569 พบว่า จังหวัดสระแก้วยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการระงับเบอร์มากที่สุดเช่นกัน โดยอำเภออรัญประเทศมีเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกระงับถึง 853 เบอร์
สำหรับ 12 มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้แก่
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองผู้ใช้บริการที่มีลักษณะที่ผิดปกติ เพื่อพิจารณาระบับการใช้ทันที
- ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องระงับบริการโทรคมนาคม โดยบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องระงับภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนบริการโทรคมนาคมอื่น ต้องระงับภาย 3 วัน
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่จัดการให้การลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ กรณีการลงทะเบียนใหม่ ให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลซ้ำภายใน 7 วัน
- ผู้ให้บริการส่งข้อความสั้นแบบ A2P มีหน้าที่ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนส่งข้อความสั้น (SMS)
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่จำกัดการลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนได้ไม่เกิน 3 หมายเลขต่อคน
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่จำกัดระยะเวลาการใช้งาน Tourist SIM ไม่เกิน 60 วัน โดยไม่สามารถขยายระยะเวลาการใช้งานได้
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่ห้ามมิให้เครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่ายในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทซิมบ๊อกซ์ หรือประเภทเกตเวย์ ที่รองรับจำนวนซิมตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไป เขื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตน
- ผู้บริการต้องแจ้งเตือนให้ผู้บริการทราบถึงหมายเลขที่มาจากต่างประเทศ โดยเติมเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์
- ผู้รับใบอนุญาตที่ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ต้องไม่นำ IP Address ที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการที่ต่างประเทศ
- ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็น และเก็บย้อนหลังไม่น้อยกว่า 180 วัน
- ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ งดการลงทะเบียนเปิดใช้งานซิมการ์ด รวมถึง eSIM นอกศูนย์บริการ เว้นแต่จะมีการใช้ Smart Card Reader
- ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีหน้าที่ปฏิเสธการลงทะเบียนซิมเพิ่มเติม แก่ผู้ที่มีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
“ทั้งนี้ อยากฝากว่าเมื่อเราออกมาตราการไป อาจไม่ได้ช่วย หากประชาชนไม่ระมัดระวังด้วยตนเองด้วย หากไม่มีธุระ อย่ารับ อย่าโอน หากเจอเลขหมายที่ขึ้นต้นด้วย +697 +698 หรือพบพฤติกรรมที่ต้องสงสัย ขอให้เอ๊ะไว้ก่อน หากเราไม่ชะล่าใจ ก็อาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้” นางสาวอนันติยา ทิ้งท้าย