นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดในสภาด้วยวาจาต่อ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ถึงเรื่องโครงการ TH-AI Passport ที่รัฐบาลจะแจก AI ให้คนไทย 5,000,000 คน มูลค่า 1,621 ล้านบาท ภายหลังจากมีการตอบคำถามในประเด็นต่างๆ นายภาวุธ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ฟังคำตอบแล้วยิ่งงงกว่าเดิม” พร้อมระบุรายละเอียดว่า
นายภาวุธ ตั้งคำถามว่า ทำไมต้องแจก AI ให้ 5,000,000 คน? เนื่องจากได้ยินจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีเอง ชี้แจงในกรรมาธิการว่า วิธีคิดง่ายๆ กองทุนมีเงินเหลือ 1,500-1,600 ล้านบาท เอาหารด้วยราคา AI หัวละ 300 บาท จะได้ 5,000,000 คนพอดี เมื่อฟังแล้วตกใจว่าตัวเลข 5,000,000 คน ไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชน
ซึ่งรัฐมนตรีตอบว่า มาจากการศึกษา AI Adoption Rate ของโลก ต้องการดันไทยขึ้นไปแข่งกับเวียดนาม แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือรัฐมนตรีพูดตรงๆ เลยว่า "ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไปชี้แจงยังไง" ซึ่งแปลว่ารัฐมนตรี กับ สดช. ให้เหตุผลคนละชุดกัน คนหนึ่งบอกคิดจากเงินที่เหลือ อีกคนบอกคิดจากตัวเลขโลก จึงเกิดคำถามต่อว่า แล้วใครพูดความจริง?
นายภาวุธ ยังถามอีกว่า ทำไมโครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่นภายในแค่ 34 วัน ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทุน DE? โดยโครงการ 1,600 ล้านบาท ประกาศเมื่อช่วงวันคริสต์มาส และให้เวลายื่นซองแค่ 34 วัน ทั้งที่โครงการระดับนี้ ปกติใช้ระยะเวลา 3-6 เดือน และยังมีสิ่งที่รู้สึกว่าบังเอิญเกินไปหลายอย่างมากในโครงการดังกล่าว ซึ่งประเด็นนี้ รัฐมนตรีตอบว่ากระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 5 เดือน มีประชาพิจารณ์ตามกฎหมาย
นายภาวุธ ระบุอีกว่า ถ้าจะให้คนไทย 5,000,000 คน ใช้ AI จริงๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อแยก Account ให้แต่ละคน แค่ซื้อ Token เหมามาแบ่งกันใช้ น่าจะใช้เงินหลักร้อยล้าน ไม่ใช่ 1,500 ล้าน และทำไมต้องซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง ทั้งที่สิงคโปร์ดีลตรงกับ OpenAI แล้วยังได้ OpenAI มาตั้งแล็บในประเทศอีก 300 ล้านดอลลาร์
รัฐมนตรีตอบว่า ดีลตรงทำไม่ได้เพราะผิด Company Policy และกฎหมายไทย และถ้าซื้อตรงข้อมูลจะไหลออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันว่าคุ้มค่า เพราะตกหัวละ 27 บาท ต่อเดือน ถูกกว่าสิงคโปร์ 20 เท่า
แต่ที่สังเกตได้คือโครงการรัฐไทยอื่นๆ เคยดีลตรงกับ Microsoft Azure และ AWS ได้มาแล้ว แล้วทำไมโครงการนี้ทำไม่ได้? โดยในประเด็นนี้ที่รัฐมนตรีบอกว่าซื้อตรงไม่ได้ เพราะข้อมูลจะไหลออกนอกประเทศ แต่โครงการนี้ใช้ AI ต่างชาติ 8 แบรนด์เป็นหลักอยู่แล้ว ข้อมูลก็ยังต้องไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ต่างชาติอยู่ดี จึงเกิดคำถามต่อว่า “แล้วต่างกันตรงไหน?”
นายภาวุธ กล่าวทิ้งท้ายว่า เงิน 1,621 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่เงินส่วนตัวของท่าน มันคือเงินภาษีของประชาชนทุกคน การบอกว่าใครได้งานไม่ใช่ประเด็น ตนคิดว่ามันคือการปฏิเสธความรับผิดชอบ ในสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน
นายภาวุธ ยังย้ำว่า ขอเรียกร้องให้ ระงับการเปิดลงทะเบียนโครงการนี้ ที่กำลังจะเปิดเดือนหน้าไว้ก่อน แล้วส่งให้ สตง. และ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบกระบวนการประมูล และผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน ประชาชนมีสิทธิ์รู้ว่าเงินภาษีของตัวเองถูกใช้อย่างโปร่งใสหรือไม่