"ดอกเบี้ยแช่นาน" คาด 1% ถึงปี 70 เสี่ยงเงินทุนไหลออก กดดันค่าเงิน!
เศรษฐกิจไทยฟื้นกระจุก เงินบาทผันผวน ท่ามกลางส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ และเงินทุนไหลออก
แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่การฟื้นตัวยังไม่ได้กระจายไปทั่วทั้งเศรษฐกิจ โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI ขณะที่ภาคธุรกิจและประชาชนบางกลุ่มยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่เปราะบางและภาระหนี้ครัวเรือนสูง
Krungthai COMPASS มองว่า ภาพเศรษฐกิจไทยยังมีลักษณะการฟื้นตัวแบบ K-Shape กล่าวคือ บางธุรกิจเติบโตได้ดีตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก แต่ผลบวกยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI
ขณะที่การส่งผ่านประโยชน์ไปยังภาคเศรษฐกิจอื่นยังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ยังเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัวและการแข่งขันที่รุนแรง
เศรษฐกิจโตดีขึ้น แต่แรงส่งยังกระจุกตัว
จากภาพดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.4% จากเดิม 2.3% สอดคล้องกับแนวโน้มการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวดีกว่าคาดตามกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI
อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มเติบโตลดลงเหลือ 2.3% จากเดิม 2.6% สะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ ภาระหนี้ครัวเรือน และตลาดแรงงานที่ยังเปราะบาง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ 32 ล้านคน ลดลงจากประมาณการเดิม 33 ล้านคน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความท้าทาย แม้ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจจะปรับดีขึ้นก็ตาม
จับตาเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้าย ความเสี่ยงจากส่วนต่างดอกเบี้ย
อีกหนึ่งประเด็นที่ Krungthai COMPASS ให้ความสำคัญ คือความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ
โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่างสหรัฐฯ และไทย ณ สิ้นปี 2569 คาดว่าจะกว้างขึ้นเป็น 317 basis points หรือ 3.17 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ากว้างที่สุดในภูมิภาค
ข้อมูลในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เมื่อความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ย Fed เปลี่ยนแปลง ค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติก็มีความผันผวนตามไปด้วย โดยในช่วงที่ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับดอกเบี้ยสูงขึ้นระหว่างวันที่ 16-28 กันยายน 2569 เงินบาทอ่อนค่า 0.7% มากเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย รองจากเงินเยน
ขณะที่ด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย ในช่วงวันที่ 25-29 กันยายน 2569 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรและหุ้นรวม 2.7 หมื่นล้านบาทภายใน 3 วันทำการ ส่วนในช่วงที่ตลาดปรับลดการคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed ระหว่างวันที่ 15-26 ตุลาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งเป็นความท้าทายต่อภาคธุรกิจที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ
ดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางนโยบายการเงิน Krungthai COMPASS ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2570
แม้เศรษฐกิจไทยจะมีการปรับเพิ่มประมาณการเติบโต แต่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% ก่อนมีแนวโน้มเร่งขึ้นชั่วคราวในช่วงต้นปี 2570 จากราคาพลังงานและผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ
โดยสิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่รวมถึงความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแต่ละภาคส่วน ตลอดจนความผันผวนของตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจและเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB