คนอายุยืนขึ้นถึง 100 ปี ดัน Silver Economy โต เปิดโอกาสธุรกิจรับตลาดผู้สูงวัย
Bnomics ธนาคารกรุงเทพ ชี้คนทั่วโลกอายุยืนขึ้น ดัน Silver Economy เติบโต เปิดโอกาสธุรกิจใหม่ ตั้งแต่สุขภาพ ที่อยู่อาศัย เทคโนโลยี ไปจนถึงบริการสำหรับผู้สูงวัย
เมื่อคนมีอายุยืนขึ้น การเกษียณอาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทำงานอีกต่อไป เพราะคนจำนวนมากยังมีชีวิตหลังอายุ 60 ปีต่อไปอีก 20–30 ปี บางคนยังทำงาน บางคนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ขณะที่อีกหลายคนต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเองให้นานที่สุด
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หลายประเทศต้องปรับระบบเศรษฐกิจและสังคมให้รองรับประชากรที่มีอายุยืนขึ้น ตั้งแต่สุขภาพ การจ้างงาน ไปจนถึงสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนสูงวัย
Bnomics ธนาคารกรุงเทพ วิเคราะห์ว่า การมีอายุยืนขึ้นกำลังผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Silver Economy ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายของสังคมและโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโตทั่วโลก
ญี่ปุ่นมีคนอายุ 100 ปีทะลุแสนคนเป็นครั้งแรก
ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจน โดยข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2026 พบว่า มีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป 107,677 คน เพิ่มขึ้น 7,914 คนจากปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้สูงอายุวัย 100 ปีทะลุหลักแสนคน โดยเกือบ 88% เป็นผู้หญิง
หากย้อนกลับไปในปี 1963 ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปเพียง 153 คนเท่านั้น การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้รัฐบาลต้องปรับระบบสุขภาพ การดูแลระยะยาว และตลาดแรงงานให้รองรับสังคมสูงวัย
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงานต่อ โดยข้อมูลปี 2024 พบว่า คนอายุ 65–69 ปีประมาณ 55% ยังอยู่ในกำลังแรงงาน ส่วนกลุ่มอายุ 70–74 ปี อยู่ที่ประมาณ 36% ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้และรักษาความเป็นอิสระ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน
ประชากรสูงวัยทั่วโลกเพิ่ม ตลาดผู้บริโภคขยายตัว
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า ปี 2025 โลกมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 1.2 พันล้านคน หรือ 15% ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.1 พันล้านคนในปี 2050 หรือมากกว่าหนึ่งในห้าของประชากรโลก
ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญอัตราการเกิดลดลง ทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประชากรวัยทำงาน
ข้อมูลจาก World Economic Forum ซึ่งอ้างอิงการศึกษาของ World Data Lab ประเมินว่า ปี 2026 ผู้บริโภคอายุ 60 ปีขึ้นไปทั่วโลกมีการใช้จ่ายประมาณ 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 27% ของการใช้จ่ายผู้บริโภคทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2036
ส่วนตลาดสินค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงวัยโดยเฉพาะ มีมูลค่าประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุเป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ทำงาน และผู้สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจ
ไทยเผชิญ 3 โจทย์ใหญ่ เกิดน้อย อายุยืน และอยู่คนเดียว
สำหรับประเทศไทย มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 14 ล้านคน หรือประมาณหนึ่งในห้าของประชากรทั้งหมด ขณะที่เด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง และอัตราเจริญพันธุ์ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนมาก
ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว ขณะที่ภาครัฐต้องรับภาระด้านสุขภาพ บำนาญ และสวัสดิการเพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งปัญหาคือครอบครัวไทยมีขนาดเล็กลง ลูกหลานจำนวนมากย้ายไปทำงานต่างพื้นที่ ทำให้ผู้สูงอายุบางส่วนต้องอยู่ตามลำพัง โดยข้อมูลการสำรวจผู้สูงอายุไทยปี 2024 พบว่า มีผู้สูงอายุประมาณ 12.9% ที่อาศัยอยู่คนเดียว หรือเกือบ 1 ใน 8 ของผู้สูงอายุทั้งหมด
การใช้ชีวิตคนเดียวอาจทำให้กิจกรรมบางอย่างยากขึ้น เช่น การเดินทางไปโรงพยาบาล ซื้อของ ซ่อมแซมบ้าน หรือขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงเป็นโอกาสให้ธุรกิจพัฒนาบริการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น
สูงวัยไม่จำเป็นต้องหยุดทำงาน แนวคิด Productive Aging
ผู้สูงอายุไม่ได้มีความต้องการเหมือนกันทั้งหมด บางคนยังทำงานเต็มเวลา บางคนทำธุรกิจหลังเกษียณ ขณะที่บางคนเป็นที่ปรึกษาหรือถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่
แนวคิด Productive Aging จึงสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ใช้ความสามารถและประสบการณ์ต่อไป ทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมกับสังคม
สำหรับประเทศไทย การเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่พร้อมทำงานต่อยังช่วยรักษากำลังแรงงาน เพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงทางการเงินหลังเกษียณ โดยต้องคำนึงถึงความสมัครใจ สุขภาพ และความเหมาะสมของงานด้วย
Silver Economy โอกาสธุรกิจใหม่ มูลค่าหลายล้านล้านบาท
งานศึกษาของ TDRI ประเมินว่า ปี 2023 รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุไทยมีมูลค่าประมาณ 2.18 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.5 ล้านล้านบาทในปี 2033 ครอบคลุมทั้งรายจ่ายภาครัฐและการซื้อสินค้าและบริการของผู้สูงอายุ
Bnomics มองว่า โอกาสทางธุรกิจจาก Silver Economy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลสุขภาพ แต่ยังครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่
1. Ageing in Place ธุรกิจปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ เช่น ติดตั้งราวจับ ปรับห้องน้ำ ลดพื้นต่างระดับ และระบบแจ้งเตือนการหกล้ม เพื่อให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย
2. Assisted Mobility บริการช่วยเดินทาง เช่น รถรับส่งพร้อมผู้ช่วย บริการพาไปพบแพทย์ หรือช่วยทำธุระ เหมาะกับผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวหรือเดินทางไม่สะดวก
3. Care Technology เทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุ เช่น อุปกรณ์ติดตามสุขภาพ ระบบแจ้งเตือนการกินยา และระบบตรวจจับเหตุฉุกเฉิน รวมถึงช่วยให้ลูกหลานดูแลจากระยะไกลได้ โดยต้องใช้งานง่าย ราคาเหมาะสม และคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว
4. Social Connection ธุรกิจสร้างกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ชมรมผู้สูงวัย คลาสเรียนรู้ทักษะใหม่ และการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยให้ได้พบปะผู้คนและมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
จาก Aging Society สู่ Longevity Society
การมีอายุยืนขึ้นทำให้ทั้งภาครัฐ ธุรกิจ และประชาชนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับชีวิตหลังเกษียณที่อาจยาวนานหลายสิบปี ภาครัฐต้องพัฒนาระบบสุขภาพ บำนาญ และการดูแลระยะยาวให้ยั่งยืน ส่วนธุรกิจต้องปรับสินค้าและบริการให้เหมาะกับผู้บริโภคที่มีอายุและกำลังซื้อแตกต่างกัน
สำหรับประเทศไทย Silver Economy ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่สิ่งสำคัญคือสินค้าและบริการต้องเข้าถึงผู้สูงอายุได้หลากหลายกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะคนที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น
เพราะในวันที่คนมีอายุยืนขึ้น การเตรียมพร้อมจึงไม่ใช่แค่การมีเงินเก็บหลังเกษียณ แต่รวมถึงการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เพื่อให้ช่วงชีวิตที่ยาวนานขึ้นเป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB