ประวัติ "มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ อดีตครูสู่นักธุรกิจยานเกราะไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทำความรู้จัก "มาดามรถถัง" หรือ นพรัตน์ กุลหิรัญ อดีตครูภูมิศาสตร์ สู่นักธุรกิจยานเกราะไทย ผู้สนับสนุนยานเกราะล้อยางพร้อมทีมช่างซ่อมบำรุงฟรี ชายแดนไทย-กัมพูชา

ในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แน่นอนว่ามีหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมยื่นมือสนับสนุนรั้วของชาติอย่างหลั่งไหล หนึ่งในนั้นคือ นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือ "มาดามรถถัง" ที่ได้ส่งยานเกราะล้อยาง พร้อมทีมช่างซ่อมบำรุงไปยังชายแดน เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันประเทศ โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ พร้อมแสดงเจตนารมณ์ว่าเมื่อบ้านเมืองเผชิญภาวะความขัดแย้ง ทุกภาคส่วนควรร่วมมือร่วมใจ เพื่อรักษาเอกราชและความมั่นคงในยามวิกฤติ

"มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ FB/Chaiseri
"มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ

นพรัตน์ กุลหิรัญ หรือ "มาดามรถถัง" เกิดที่ย่านเยาวราช กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2496 ปัจจุบันอายุ 72 ปี ครอบครัวของเธอทำกิจการค้าเหล็ก โซ่ และเครื่องยนต์เก่า ที่สืบทอดมาจากรุ่นปู่ของเธอซึ่งเป็นชาวจีนที่เดินทางข้ามทะเลมาตั้งแต่ปี 2400 โดยเธอเป็นลูกคนที่ 7 ของพี่น้องที่มีทั้งหมด 12 คน ชาย 5 คน หญิง 7 คน เธอมีบุตรชาย 2 คน คือ กานต์ กุลหิรัญ และกฤต กุลหิรัญ

ในวัยเด็ก มาดามรถถัง สั่งสมประสบการณ์เกี่ยวกับวงการเหล็กจากการช่วยพ่อของเธอทำธุรกิจ รวมถึงเพื่อนบ้านข้างเคียงที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับวงการเหล็กเกือบทั้งหมด เธอสำเร็จศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ และเก่งคณิตศาสตร์

ต่อมาเธอได้รับการแนะนำจากพ่อให้ศึกษาด้านภาษา เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนพูดจาเก่ง ชอบคบค้าสมาคม เธอจึงศึกษาต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เอกภาษาฝรั่งเศส และระดับอุดมศึกษาที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา วิทยาเขตปทุมวัน เนื่องจากในช่วงนั้นเธอเห็นว่าเป็นสถาบันสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสที่ดีที่สุด

ช่วงเป็นนักศึกษา มาดามรถถัง ทำกิจกรรมจำนวนมาก รวมถึงได้รับโอกาสจากข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ของการทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาฝรั่งเศสและครูสอนภาษาไทยในค่ายผู้อพยพ ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เธอได้สอบบรรจุเป็นครูโรงเรียนยานนาเวศประมาณ 5 เดือน ก่อนที่จะย้ายไปเป็นครูสอนวิชาภูมิศาสตร์ที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของเธอ

จากนั้น เธอได้แต่งงานกับ หิรัญ กุลหิรัญ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการซ่อมรถและดัดแปลงเครื่องยนต์ ที่ภายหลังได้เริ่มติดต่อกับกองทัพในลักษณะตัวแทนจัดหาอุปกรณ์เครื่องยนต์ และซ่อมบำรุงช่วงล่างให้กับรถบรรทุก

"มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
"มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ

ต่อมา ในช่วงสงครามเวียดนามสิ้นสุด กองทัพสหรัฐได้ถอนฐานทัพและทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากไว้ที่ประเทศเวียดนาม กัมพูชา และลาว ทางสามีของเธอจึงได้ขอซื้อจากกองทัพสหรัฐฯ เพื่อนำกลับมาที่ประเทศไทย ส่งผลให้โรงงานมีอะไหล่จำนวนเพียงพอแก่ความต้องการของกองทัพไทย ในขณะเดียวกัน เธอเองก็ได้หาซื้อเครื่องจักรตามโรงงานที่เลิกกิจการอีกหลายแห่ง เพื่อนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมเข้ามา

เนื่องด้วยมาดามรถถังเป็นผู้มีทักษะด้านการเจรจา และเก่งภาษาอังกฤษ เธอได้สอบถามทหารสหรัฐฯ ที่มาประเทศไทยว่าตีนตะขาบรถถังหาซื้อได้ที่ไหน จนทราบที่อยู่ และติดต่อซื้อเพื่อเสนอขายให้แก่กองทัพ ระหว่างไปตรวจรับสินค้าที่สหรัฐ เธอใช้ความจริงใจและไหวพริบพูดคุย จนสามารถเข้าไปในโรงงานผลิตที่เป็นเขตหวงห้ามได้สำเร็จ

มาดามรถถัง ได้ศึกษาวิธีผลิตและนำความรู้ต่าง ๆ กลับมาบอกสามี แล้วร่วมกันสร้างโรงงานที่ประเทศไทยตามแบบสหรัฐ ซึ่งต่อมา เจ้าของโรงงานสหรัฐฯ ที่เธอติดต่อด้วยได้เดินทางมาเยี่ยมและขอเข้าชมโรงงาน ซึ่งจากการพูดคุย ส่งผลให้เขาเกิดความประทับใจต่อนพรัตน์ โดยได้บอกว่าหากเขาเลิกกิจการจะขายเครื่องจักรทั้งหมดให้ ซึ่งเธอเองก็มีความสนใจ แต่มีเงินประมาณ 25 ล้านบาทในขณะนั้น เธอจึงเสนอโอนเงินให้เท่าที่มี เพื่อซื้อตามแต่เขาจะให้

ซึ่งทางโรงงานสหรัฐได้มอบเครื่องจักร 45 ตู้ รวมถึงแบบพิมพ์ เครื่องอัดยาง และเครื่องขึ้นรูปตีนตะขาบ กระทั่งกิจการของเธอเติบโตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย และเริ่มตระเวนหาคู่ค้าในต่างประเทศ

ในยุคที่ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้บัญชาการทหารบก โรงงานของเธอได้รับโอกาสในการติดตั้งสายพานให้กับรถถังที่นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งเธอได้ต่อยอดด้วยการติดตั้งสายพานให้กับรถถังจีนที่ประจำการในประเทศปากีสถาน และบังกลาเทศ

ต่อมา เธอได้เซ็นสัญญาติดตั้งผลิตชิ้นส่วนให้กับรถถังของกองทัพสหรัฐ เมื่อกิจการเติบโต ก็ได้มีการนำเครื่องจักรและอุปกรณ์ไปจัดแสดงในงานแสดงอาวุธนานาชาติเป็นประจำ อาทิ ยูโรซาทอรี (Eurosatory) และนิทรรศการกลาโหมระหว่างประเทศ (IDEX) ส่งผลให้กิจการของเธอเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

"มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
"มาดามรถถัง" นพรัตน์ กุลหิรัญ

ต่อมา สืบเนื่องจากความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีความรุนแรง รวมถึงมีการปะทะและลอบวางระเบิดบ่อยครั้ง เธอจึงหาวิธีป้องกันชีวิตเจ้าหน้าที่และประชาชน กระทั่งบริษัทของเธอได้เริ่มสร้างรถหุ้มเกราะล้อยางขึ้น โดยบริษัทของเธอเป็นผู้ผลิตรถหุ้มเกราะเฟิร์สวิน ซึ่งประจำการอยู่ที่กองทัพไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานกรมราชทัณฑ์ รวมทั้งได้รับการสั่งซื้อจากกองทัพมาเลเซีย

ต่อมา บริษัทของเธอได้ผลิตเฟิร์สวินเวอร์ชันรถพยาบาล ที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นรถเกราะพยาบาล ล้อยางกันกระสุนกันระเบิด คันแรกของโลก

มาดามรถถัง ได้รับการกล่าวว่าเป็นนักธุรกิจหญิงที่เป็นมิตร ในยามว่าง เธอมักทำงานประดิษฐ์ หรืองานฝีมือ หรือวาดภาพระบายสี โดยรูปที่เธอชอบวาดที่สุด คือ ดอกชบา

นอกจากนี้ มาดามรถถัง ยังได้รับรางวัลหลากหลาย เช่น ปี 2549 รางวัลส่งออกดีเด่น ประเภทมีการการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนเอง จากทักษิณ ชินวัตร หรือ ปี 2551 รางวัลดีเด่น เอกเซลดีไซน์อะวอร์ด 2008 “ดิมาร์ก” จากสมัคร สุนทรเวช

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ