คอลัมน์ Bundes Land by สาลิกา ณ เยอรมัน : อันเช่สไตล์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คอลัมน์ Bundes Land by สาลิกา ณ เยอรมัน

ในโลกลูกหนังเมื่อพูดถึงประเทศอิตาลี แฟนฟุตบอลทั่วโลกก็จะร้องอ๋อ ทีมเกมรับระดับโลก คว้าแชมป์โลกด้วยการเล่นเกมรับอันแข็งแกร่ง ประกอบกับจังหวะสวนกลับคุณภาพคับแก้ว นำมาซึ่งชื่อเสียงเรียงนามที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

 ต้นตำรับเกมรับต้องยกให้กับฟุตบอลอัซซูร่า ซึ่งกุนซือยุคต่อยุคก็ยึดแบบแผนกันมา รวมถึงการสร้างรากฐานในลีกของตัวเอง อย่างกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่มีหลายเสียงพูดไปในทิศทางเดียวันว่า Boring Football เป็นลีกที่ไม่ค่อยเอนเตอร์เทนแฟนบอล เน้นรับและสวนกลับ ที่สำคัญเป็นลีกที่รวมนักฟุตบอลปลายอาชีพไว้อย่างมากมาย

 อาร์ริโก้ ซาคคี่ เชซาเร่ มัลดินี่ ดิโน่ ซอฟฟ์ มาร์เซลโล่ ลิปปี้ ฟาบิโอ คาเปลโล่ รวมถึงอันโตนิโอ คอนเต้ ยึดหลักการคาเตนัชโช่ ต้นตำรับเกมรับอันแข็งแกร่ง ประกอบกับเกมแดนกลางระดับคุณภาพ นี่คือหลักการทำทีมของกุนซือชาวอิตาเลี่ยนทุกคน ที่ถ่ายทอดมายังสายเลือดข้นๆๆสีน้ำเงิน

 แต่คนเก่ง มักจะมีความต่างและแนวคิดของตัวเองอยู่เสมอ ดั่งเช่นคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือร่างอวบที่ทำทีมฟุตบอลด้วยสไตล์ของตัวเอง ซึ่งต่างจากกุนซือดเลือดมะกะโรนีคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง เพราะ อันเช่ เน้นทำทีมแบบบุก บุก บุก ยิงได้ยิงไป แต่เกมรับยังคงคุณภาพเช่นเดิม

อันเชล็อตติ เริ่มผันตัวจากนักฟุตบอลอาชีพมาเป็นกุนซือเต็มตัวครั้งแรกในปี 1995 โดยคุมสโมสรเรจจิน่า เป็นทีมแรก แต่คุมทีมได้ปีเดียว ก็ถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุค 90 อย่าง ปาร์ม่า ดึงตัวไปคุมทีม ต้องบอกว่าตอนนั้น ทีมเต็มไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่อันเช่ไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลา 2 ปีที่มีโอกาสคุมทัพ

 กุนซือคางทูมหยุดพักการเป็นผู้จัดการทีมไปปีนึงเต็มๆ ก่อนในปี 1999 สโมสรระดับตำนานในกัลโช่ เซเรีย อา ยูเวนตุส จะให้โอกาสยืนสั่งการลูกทีมข้างสนามอีกครั้ง ก่อนจะได้ประดับยศให้กับสโมสรและตัวเองเป็นครั้งแรก กับถ้วย ยูฟ่า อินเตอร์ โตโต้ คัพ ในปีแรกของการคุมยูเว่ แต่อันเชล็อตติ คุมทีมดังแห่งเมืองตูรินได้เพียง 2 ปี กับผลงาน 114 นัด ชนะ 63 เสมอ 33 และแพ้เพียง 18 เกม ถล่มประตูคู่แข่งไปเบ็ดเสร็จทั้งสิ้น 185 ประตู แต่เกมรับอาจยังดูมีปัญหาเมื่อเสียคืนให้คู่แข่งไป 101 ประตู ซึ่งถือว่าเยอะอยู่พอตัว

 หลังลงจากการขี่ม้าลาย อันเช่ก็ว่างงานเพียงแค่ 4 เดือน ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ก็ว่าจ้าง อันเช่ ให้มาคุมทีม และนี่คือสโมสร ที่สร้างชื่อให้กับ คาร์โล อันเชล้อตติ อย่างมาก กับ 8 ฤดูกาล ที่ได้คุมยอดทีมแห่งเมืองมิลาโน่

 อันเชล็อตติ ปรับ Formation ของมิลาน และการใช้งานหลัง 3 สไตล์อิตาเลี่ยน มาเป็นแผงแบ็คโฟร์ และต่อยอดถึงแผน the "Christmas Tree" formation หรือระบบ 4-3-2-1 ที่เกิดกระแสลอกเลียนแบบกันอยู่พักนึง ก่อนที่ระบบนี้จะพาเอซี มิลาน ครองความยิ่งใหญ่ทั้งในลีกและระดับยุโรป 423 นัด 238 เกมที่คว้าชัยชนะมาได้ เสมอ 101 เกม และแพ้ 84 เกม ยิงประตูคู่แข่งแบบถล่มทลาย 690 ประตู และเสียไป 357 ลูก คิดค่าเฉลี่ยชนะต่อเกมออกมาได้ ร้อยละ 56 แลกมาด้วยแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 1 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สมัย โคปปา อิตาเลียอีกสมัย ไม่นับรายการปลีกย่อยอีก 3 รายการ ถือเป็นยุครุ่งเรืองมากที่สุดของปีศาจแดงดำ

ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา อันเช่กับมิลานก็เช่นกัน เมื่อความท้าทายได้กวักมือเรียก อันเชล็อตติ ให้ยอมทิ้งทีมที่ตัวเองสร้างมากับมือ เมื่อสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ยุคบิลเลียนแนร์ ต้องการประสบความสำเร็จในถ้วยยุโรป และมองเห็นถึงความสามารถในตัวกุนซืออิตาเลี่ยนรายนี้ในการพาทีมทำตามเป้าหมายได้ โรมัน อบราโมวิช จึงตัดสินใจทุบคลัง เพื่อดึงตัว อันเชล็อตติ มายังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกที่มหาเศรษฐีชาวรัสเซียพยายามดึงตัว อันเช่ มาลอนดอน แต่มันต้องใช้ความพยายามหลายครั้งกว่าจะได้กุนซือรายนี้มาคุมทีมต่อจากุนซือขัดตาทัพ กุส ฮิดิ้งส์

 ถึงแม้สุดท้าย อันเชล็อตติ ไม่สามารถพาสิงโตแห่งลอนดอนประสบความสำเร็จในถ้วยหูยักษ์ได้ตามเป้าหมาย แต่อันเช่ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร กับการพาทีมคว้าดับเบิ้ล แชมป์เป็นครั้งในประวัติศาตร์เชลซี รวมถึงยิงประตูคู่แข่งเกินหลักร้อยเป็นครั้งแรกอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ความสำเร็จและปรากฎการณ์มันมาแค่ปีแรกและปีเดียว นั่นทำให้ความต้องการ อันเชล็อตติ ของเจ้าของสโมสรชาวรัสเซีย หมดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบิลเลียนแนร์รายนี้อยู่แล้ว อันเช่จึงตกงานในอีก 2 ปีต่อมา

 แต่เมื่อบารมีค้ำคอตัวกนซืออิตาเลี่ยนรายนี้อยู่แล้ว คาร์โล อันเชล็อตติ จึงไม่เคยตกงานได้นาน ซึ่งหลังเดินทางออกจากเมืองผู้ดี ได้ไม่ถึงครึ่งปี ชีพจรลงเท้า กุนซือคางทูม อีกครั้ง เมื่อยอดทีมจากแดนน้ำหอม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เกิดการเปลี่ยนแปลงกุนซือ และเรียกใช้บริการ อันเช่ ทันที

 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ดูเหมือนเป็นแค่ทางผ่านของอันเช่ ที่รอทีมระดับท็อปของยุโรปเรียกใช้บริการ ซึ่งอันเช่ไม่ต้องรอนาน เมื่อราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ถามหามาในปี 2013 นั่นทำให้จิตใจของอันเชล็อตติ ล่องลอยไปซานติอาโก้ เบร์นาเบวทันที กับภารกิจการคว้าแชมป์ดา เลชิม่า หรือครองแชมป์ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 10ครั้งนี้ อันเช่ ไม่พลาดกับ มิสชั่น ที่ถูกท้าทายไว้ และใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียว ในการพาราชันชุดขาว ครองถ้วยหูยักษ์สมัยที่ 10 ซึ่งกุนซือก่อนหน้าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่สามารถทำได้ และการพาทีมชุดขาวขึ้นครองบัลลังก์ในเวทียุโรป นอกจากจะจารึกการเป็นแชมป์สมัยที่ 10 เกียรติประวัติของตัวอันเช่ ก็ได้รับการบันทึกเช่นกันกับการเป็นกุนซือ 2 สโมสร ที่คว้าแชมป์ยุโรปได้

 

ปัจจุบันกุนซือวัย 57 ปี กำลังคุมยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรีย บาเยิร์น มิวนิค ไปได้สวย กับการรั้งจ่าฝูงบุนเดสลีกา ซึ่งทิ้งรองจ่าฝูง แอร์เบ ไลป์ซิก อยู่ 10 คะแนน แถมพาเสือใต้มีเกมรุกที่โหดสัสรัสเซีย เมื่อจัดการถลุง 17 ทีมในบุนเดสลีกาไปแล้ว 60 ประตูจาก 24 นัด แถมยังพาเสือใต้ถล่มสิงห์เหนือ ฮัมบูร์กไปเละเทะหมอไม่รับเย็บ ถึง 8-0

 นอกจากในบุนเดสลีกา ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย อันเช่ยังพาบาเยิร์น ไปสั่งสอนปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ให้ชอกช้ำระกำใจ เมื่อรวมผล 2 นัดที่เจอกัน สกอร์ที่ออกมา คือ  10-2 โดยอันเช่พาลูกทีมยิงปืนกระบอกแตกแบบแฟร์ๆ 5-1 ทั้งในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า และเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

 คงยากที่จะหากุนซือสัญชาติอิตาเลี่ยน ที่ทำทีมฟุตบอลฉีกกฎคาเตนัชโช่ออกมาโดยสิ้นเชิงแบบคาร์โล อันเชล็อตติ ที่สำคัญ อันเช่สไตล์ ไม่เคยมีกฎตายตัว มันสามารถยืดหยุ่นตามทรัพยากรที่มีอยู่ในมือได้อย่างลงตัว ดังเช่นตอนคุมมิลาน กับแผนต้นคริสมาสต์ ที่มีริคาร์โด้ กาก้า เป็นตัวชูโรง แต่พอมาคุมยอดทีมแห่งลอนดอน รวมถึงการคุมทัพกาลาติกอส อันเช่ปรับสไตล์มาเป็น 4-3-3 เน้นการทำเกมรุกโดยปีกที่แข็งแกร่ง พอมาอยู่เมืองมิวนิค อันเชล็อตติ ปรับโฉมระบบใหม่กับ 4-2-3-1 ที่แสนจะลงตัว และยึดปีกความเร็วสูงในการทะลุทะลวงแผงรับคู่แข่งให้กระเจิง

 แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยจางหายจาก อันเช่สไตล์ คือ การบุก บุก แล้วก็บุก

 อันโตนิโอ คอนเต้ อาจกำลังมาแรงกับกุนซือมะกะโรนีสายเลือดใหม่ ที่หวังเห็นสไตล์ใกล้เคียงกับอันเช่ แต่สุดท้าย คอนเต้ ยังยึดผลการแข่งขันมากกว่าการเอนเตอร์เทนแฟนบอล และไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่กุนซือเลือดมะกะโรนี จะเน้นการบุก บุก บุก ถล่มคู่แข่งให้ยับเยินดังเช่นที่คาร์โล อันเชล็อตติ กำลังฉีกกฎคาเตนัชโช่อยู่ในปัจจุบัน

 

  สาลิกา ณ เยอรมัน

 

DAMIEN MEYER / AFP
ALBERTO PIZZOLI / AFP
FRANCK FIFE / AFP
ROBERT MICHAEL / AFP

 

TOP บทความกีฬา
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ