เผลอแป๊บเดียว กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ เหลืออีกเพียง 8 นัดเท่านั้น ก็จะได้รู้กันแล้วว่า ทีมไหนจะเป็นแชมป์สคูเด็ตโต้ หรือทีมไหนจะตกไปเล่นใน เซเรีย บี ดูจนถึงตอนนี้ ทีมในท้ายตารางก็ลุ้นกันมันไม่แพ้บรรดาทีมหัวๆเช่นกัน
ทีมน้องใหม่อย่าง เปสคาร่า ซึ่งก็เป็นตัวเต็งในการตกชั้นทีมแรก จนป่านนี้ก็ยังหนีบ๊วยไม่สำเร็จ และก็พูดได้เต็มปากแล้วว่า โอกาสรอดของพวกเขานั้น ค่อนข้างริบหรี่เต็มที
สัปดาห์ล่าสุดพวกเขาแม้ว่าจะได้เล่นในบ้าน แต่ผู้มาเยือนคือยักษ์ใหญ่อย่าง เอซี มิลาน ที่กำลังลุ้นโควต้ายุโรปอยู่ด้วย ซึ่งตามหน้าเสื่อ เอซี มิลาน บุกมาเล่นเกมนี้พร้อมกับแต้มต่อ 1 ประตู ซึ่งบรรดาแฟนบอลขาจรทั้งหลาย ต่างก็หมายมั่นปั้นมือว่า เกมนี้แหละจะทำให้พวกเขาเฮแบบดังก้องๆ ไปถึงห้องข้างๆ
มิลาน มาเยือนเกมนี้แบบค่อนข้างชิว แถม มอนเตลล่า จัดตัวเหมือนประมาทเบาๆ ตัวหลักอย่าง จิอันลูก้า ลาปาดูล่า , ยูราจ คุชก้า และ มัตเตีย เด ชีโญ่ ต่างเริ่มต้นที่ม้านั่งสำรองเท่านั้น เท่ากับว่า มอนเตลล่า คิดว่าเกมนี้บรรดาแข้งต่างๆที่ใส่เป็น 11 ตัวจริง น่าจะเอาอยู่
ต้นเกม เหมือนว่าจะทำได้ดีเพราะมิลานกระหน่ำบุก โหมใส่ ครองเกมอยู่ฝั่งเดียว จนกระทั่งวินาทีที่ กาเบรียล ปาเล็ตต้า จ่ายกลับหลังให้ ดอนนารุมม่า แต่เจ้าของฉายา “นิวบุฟฟ่อน” กลับโชว์สกิลรองเท้ามีรู จับบอลวืดซะงั้น และกลายเป็นประตูขึ้นนำแก่เจ้าบ้าน แบบงงงวย และทำให้แฟนมิลาน(ขาจร) ช็อกกันไปทั้งบาง พร้อมกับเรียกเสียงอุทานออกมาแบบไม่ได้นัดหมาย
อย่างไรก็ตาม ก่อนจบครึ่งแรกพวกเขากลับมาตีเสมอได้จาก มาริโอ ปาซาลิช ณ จุดจุดนี้บอกเลยว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็น มิลาน ยำใหญ่เจ้าบ้านแน่ๆ แต่ที่ไหนได้ เปิดครึ่งหลังมา เหลือบแล้วเหลือบอีก ไม่ว่าจะกี่ที ก็เป็นเปสคาร่า ที่ได้บอล และมีจังหวะหวาดเสียวตลอดเวลา แบบไม่ให้กองเชียร์เฉพาะกิจของ มิลาน ลุ้นที่เฮกันบ้างเลย (ใจดำจริงๆ) ก่อนที่จะจบเกมไปด้วยการเสมอ 1-1
เท่าที่ผมได้ดูเกมนี้ จุดนึงที่ผมขอตำหนิ ถ้าพูดแบบไม่เกรงใจก็คือด่านั่นแหละ ก็คือ เคราร์ด เดวโลเฟว ตัวนี้บอกเลยว่าพีคหนักมาก ได้บอลแต่ละทีนี่แทบจะนับได้เลยว่ากี่ครั้งที่เขาจ่าย เพราะไม่ว่าปีกตัวยืมรายนี้จะได้บอลส่วนไหนของสนามก็ตาม เขาพร้อมสวมวิญญาณเป็น เมสซี่+มาราโดน่า ควบตะบึงเข้าหาคู่แข่งประหนึ่งว่า ข้านี่เก่งสุดในโลก แล้วสุดท้ายก็ได้ผลลัพธ์เดิมๆคือ เลี้ยงติดชนิดไม่ได้ลุ้น
ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะว่า การที่เขามีข่าวว่า บาร์เซโลน่า จะดึงตัวกลับถิ่น คัมป์ นู นั้นทำให้เจ้าตัวต้องการที่จะแสดงความเก่งกาจออกมาให้มากที่สุด ประมาณว่า เลี้ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นคีย์แมนของทีมในบัดดล ซึ่งเราได้เห็นมานักต่อนักแล้วว่า นักเตะที่เล่นแบบนี้มักไปไหนไม่ไกล
ตัวอย่างง่ายๆ อั๊ดนาน ยานาไซจ์ สมัยที่เล่นให้ ยูไนเต็ด ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรป พร้อมกับมีทีมชาติยักษ์ใหญ่อย่าง อังกฤษ และ เบลเยี่ยม มาให้เลือกเล่น แหม่..หล่อยิ่งกว่าหน้ากากทุเรียนอีก
และหลังจากนั้น ฟอร์มของเขาก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าเล่นดีเลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนจะถูก มอยส์ ดึงไปชุบชีวิตที่ ซันเดอร์แลนด์ ให้เป็นผู้เป็นคนจนถึงทุกวันนี้
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ แค่อยากให้รู้ไว้ว่า เดวโลเฟว ทำแฟนบอลเจ็บหนักจริงๆ ได้บอลตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยง ด่าก็แล้ว อะไรก็แล้ว ยังเล่นเหมือนเดิม ที่สำคัญ มอนเตลล่า ยังกล้าๆให้เขาเล่นจนจบเกมด้วยสิ ยิ่งช้ำหนักกว่าเดิมอีก
หากว่ากันตามตรง ทักษะและความสามารถของเขา เพรียบพร้อมพออยู่แล้ว เหลือแต่เพียง ทัศนะคติเท่านั้น ที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงกว่านี้
ยิ่งใกล้ปิดฤดูกาลและก้าวเข้าสู่ช่วงเปิดตลาดนักเตะ ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่า ถ้า บาร์ซ่า เห็นฟอร์มแบบนี้แล้ว ยังจะซื้อกลับอยู่มั้ย และถ้า ซื้อกลับไปแล้ว จะปั้นให้เก่งได้ขนาดไหน อยากเห็นจริงๆเชียว..........
.....Muzzi…..
AFP PHOTO / Marco BERTORELLO
AFP PHOTO / GIUSEPPE CACACE
AFP PHOTO / ANDREW YATES