แต่จุดเด่นของนักฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่ที่หน้าตา หรือลีลาการเล่นเท่านั้น “รองเท้า” เองก็เป็นส่วนสำคัญที่มีผลอย่างยิ่งต่อฝีเท้าการเล่นของนักฟุตบอล...ที่สำคัญคือสวยด้วย นิวมีเดียพีพีทีวีจึงขอนำเสนอรองเท้าจาก 4 แบรนด์ระดับโลกที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับนักกีฬาฟุตบอลโลกในปีนี้
Adidas "Energy Pack"
ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ค่าย 3 แถบอย่าง Adidas เลือกใช้สีสันที่สดใส โดดเด่นด้วยสีที่ฉูดฉาด ภายใต้ชื่อ "Energy Pack" ที่มาพร้อมกับ 4 ซีรีส์หลักอย่าง Predator 18 , Copa 18 และ อีก 2 รุ่นที่ได้เปิดตัวโฉมใหม่อย่าง X 18 และ Nemeziz 18
ในรุ่น X 18 หลายๆท่านอาจจะเห็นซุปเปอร์สตาร์อย่าง โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ สวมใส่ในนัดชิงฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่ง X 18 รองเท้าสายพันธ์สปีดในรุ่นท็อป (X 18+) ได้พัฒนาจากรุ่นก่อนที่เป็นการซ่อนเชือกโดยคราวนี้ได้ถูกปรับให้ไร้เชือกแต่ยังคงไว้ซึ่งความกระชับเวลาสวมใส่ โดยอัพเปอร์ของ X 18+ นั้นมีชื่อว่า SkeletonWeave ที่เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่มีความแข็งแรงขึ้น ในส่วนของชุดพื้นมีการพัฒนาขึ้นจากเดิม โดยใช้ชื่อชุดพื้นนี้ว่า "Speed Frame" ที่จะทำให้การวิ่งของคุณนั้นรวดเร็วยิ่งขึ้น
และอีกหนึ่งรุ่นที่ทำการเปิดตัวโฉมใหม่ได้แก่ Nemeziz 18 ที่มาพร้อมกับสีส้มสดใส โดยในรุ่นท็อป (Nemeziz 18+)ที่นอกจากจะไร้เชือกแล้วยังถูกปรับให้มีข้อที่สูงขึ้น เพื่อการล็อคข้อเท้าที่แน่นขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของ Upper ยังคงให้อารมณ์เหมือนผ้าล็อค ที่ทำให้กระชับเวลาสวมใส่ โดยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า 360 Agility Bandage ในส่วนของชุดพื้นยังคงใช้ Torsionframe ที่ให้ความยืดหยุ่นเวลาวิ่งบนสนามหญ้า
ซุปเปอร์สตาร์ : ลิโอเนล เมสซี่ , พอล ป็อกบา , โมฮาเหม็ด ซาลาห์
Mizuno "Passion Red Pack"
อีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าฟุตบอลสุดคลาสสิคเมดอินเจแปน ซึ่งเอกลักษณ์ของค่ายนี้คือการใช้หนังจิงโจ้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของนักเตะในทุก ๆ สังเวียนแข้ง และใน World Cup 2018 ได้ทำการเปิดตัวรองเท้า 3 ซีรีส์ ภายใต้ชื่อ Mizuno "Passion Red Pack" ซึ่งทั้ง 3 รุ่นได้แก่ Morelia Neo II , Morelia II และรุ่นน้องใหม่อย่าง Rebula 2 V1 ที่เพิ่งออกให้ทุกคนได้สัมผัสถึงการผสมผสานกันของความคลาสสิคและความร่วมสมัย ซึ่งในปีนี้ Mizuno ได้เลือกสีแดงเป็นสีหลักของ คอลเลคชั่นนี้เพราะต้องการแสดงถึงความโดดเด่นเมื่ออยู่บนพื้นสนาม
และซีรีส์ที่น่าจับตามองมากที่สุดของ Mizuno "Passion Red Pack" นั่นก็คือน้องใหม่อย่าง Rebula 2 V1 ซึ่งเป็นการผสมผสานกันของความคลาสสิคและความร่วมสมัย ด้วย Upper ที่เป็นหนังจิงโจ้ที่ต้องบอกว่าเป็นพรีเมี่ยมแต่ให้น้ำหนักที่เบาขึ้นกว่ารุ่นก่อนอีกทั้งยังรู้สึกกระชับเมื่อวิ่งหรือสัมผัสลูกฟุตบอล และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาจากรุ่นที่แล้วนั่นคือส่วนของลิ้นรองเท้า ที่จะให้ความกระชับมากขึ้น และปัญหาลิ้นรองเท้าเลื่อนระหว่างการเล่นก็จะหมดไป ในส่วนของชุดพื้น CT Frame ซึ่งเป็นการผสมกันระหว่างปุ่มวงรีและปุ่มแบบใบมีดช่วยให้การวิ่งบนสนามหญ้ามั่นคงมากยิ่งขึ้น
ซุปเปอร์สตาร์ : ชินจิ โอคาซากิ, มายะ โยชิดะ
Nike "Just Do It Pack"
ในฟุตบอลโลกในครั้งนี้ อีกหนึ่งแบรนด์ดังที่มีคอลเลคชั่นใหม่ ๆ ออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องอย่าง Nike ได้เปิดตัวรองเท้า 4 ซีรีส์ภายใต้ชื่อ Nike "Just Do It Pack" โดยใช้โทนสีขาวที่ดูเรียบหรูเป็นหลัก อีกทั้งยังโดดเด่นที่ชุดพื้นที่ใช้สีสันที่ต่างกันออกไปทั้ง 4 รุ่นหลักไม่ว่าจะเป็น Tiempo (Blue Hero) , Magista (Light Crimson) , Hypervenom (Volt) และ Mercurial 360 (Total Orange)
เริ่มที่ Tiempo (Blue Hero) รองเท้าหนังจิงโจ้เกรดพรีเมี่ยมที่ในคราวนี้จะมาพร้อมกับชุดพื้นสีน้ำเงินในคอนเซ็ปต์ "Blue Hero" สีฟ้าสดใส ในแบบ Pebax ที่ให้น้ำหนักเบา แต่แข็งแรงทนทาน
Magista (Light Crimson) มาพร้อมกับชุดพื้นที่มีสีแดงโดดเด่น ในคอนเซ็ปต์ "Light Crimson" ความโดดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีควบคุมสภาพอากาศ (ACC) ที่ช่วยในการควบคุมลูกฟุตบอลให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะต้องเจอกับสภาพอากาศแบบไหน
Hypervenom (Volt) รองเท้าสายพันธุ์โจมตีที่มีเป้าหมายคือการพังประตูคู่แข่ง มาพร้อมกับชุดพื้นสีเขียวสะท้อนแสงในคอนเซ็ปต์ "Volt" มีเทคโนโลยีเส้นใยแบบ Flywire แผ่นรองพื้นแบบ HyperReactive มีส่วนที่ยืดหยุ่น ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รุ่นสุดท้ายกับการพัฒนาสายพันธุ์ความเร็วอย่าง Mercurial เป็น Mercurial 360 กับชุดพื้นสีส้ม ในคอนเซ็ปต์ "Total Orange" ที่ให้ความโดดเด่น ซึ่ง Mercurial 360 ด้วยเทคโนโลยี Flyknit ที่ช่วยในการสัมผัสลูกฟุตบอล อีกทั้งชุดพื้นยังให้อารมณ์ของ กรงเล็บ “เสื้อชีตาห์” เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของความเร็ว
ซุปเปอร์สตาร์ : เซร์คิโอ รามอส , เควิน เดอ บรอยน์ , แฮร์รี เคน , คริสเตียโน โรนัลโด, เนย์มาร์
Puma Illuminate Pack
รองเท้าจากค่ายพี่เสือจอมพลังก็ไม่พลาดที่จะทำคอลเลคชั่นของรองเท้าสตั๊ดที่จะใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 โดยใน Puma Illuminate Pack ได้ทำการเปิดตัวรองเท้า 2 รุ่นได้แก่ Puma Future 2.1 Netfit และ Puma One 1
เริ่มต้นกันที่ Puma Future 2.1 Netfit นี่คืออีกหนึ่งนวัตกรรมของโลกฟุตบอลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความถนัดของนักเตะได้ในหลากหลายรูปแบบ ด้วยรูร้อยเชือกที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือรูปทรงเพชรที่มีมากขึ้นทำให้นักเตะสามารถออกแบบการร้อยเชือกได้ตามความถนัดในการเล่นอีกทั้งยังรวมไปถึงความเหมาะสมตามรูปแบบเท้าของแต่ละคน และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ารองเท้าแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มที่จะมีรองเท้าสตั๊ดในรูปแบบของหุ้มข้อเพื่อความกระชับของข้อเท้ากับบริเวณเท้า ซึ่ง Puma Future 2.1 Netfit ก็ได้หยิบสิ่งนี้มาประกอบแต่จะแตกต่างตรงที่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า "evoKnit Sock" เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อเท้าซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่ไม่อึดอัดแต่จะกระชับเวลาวิ่งหรือสัมผัสลูกฟุตบอล ชุดพื้นประกอบไปด้วยปุ่มทั้ง 2 ลักษณะทั้ง ปุ่มกลม และแบบใบมีด ทำให้สามารถใช้งานทั้งในหญ้าจริงและหญ้าเทียมในรองเท้าคู่เดียวกัน
ต่อกันที่ Puma One 1 ซึ่งที่แปลกแตกต่างออกไปจากตัวก่อนคือ Upper ด้านหน้าที่เป็นวัสดุจากหนังจิงโจ้ทั้งหมดอีกทั้งยังมีปุ่มกลม ๆ ล้อมรอบรองเท้า เพิ่มความแม่นยำในการสัมผัสลูกฟุตบอลทั่วบริเวณเช่น การแปบอลจากข้างเท้าด้านใน การยิงประตูจากหลังเท้า ในส่วนของน้ำหนักยังถูกปรับให้เบาขึ้นกว่ารุ่นก่อนเพื่อความคล่องตัว การกลับตัว
ซุปเปอร์สตาร์ : อองตวน กรีซมันน์ / มาร์โค รอยส์
การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 21 กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ แฟนบอลหลายคนคงฝากความหวังไว้กับนักเตะหรือทีมชาติในดวงใจ ตัวนักเตะเองก็คาดหวังในประสิทธิภาพของรองเท้าที่ตัวเองสวมใส่เช่นกันว่าจะส่งเสริมการเล่นให้ฟอร์มดีขึ้น ต้องรอชมกันว่าจะมีรองเท้ากี่คู่ที่ได้สัมผัสลูกฟุตบอลและซัดมันเข้าใส่ประตูฝั่งตรงข้ามสร้างความสุขให้คนทั้งโลก