คืนนี้ (26 มิ.ย. 2561) เป็นศึกนัดสุดท้ายของกลุ่ม D ระหว่าง “อินทรีมรกต” ไนจีเรีย และ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ซึ่งนัดนี้จะเป็นนัดที่หลายคนจับตาดูอย่างแน่นอน เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้ เท่ากับเป็นการเขี่ยอีกฝ่ายให้บินกลับบ้านแบบน้ำตาตกในไปเลย ที่สำคัญไนจีเรียยังได้เปรียบในแง่ของกำลังใจ เพราะขอเพียงตีเสมอได้ ทัพอินทรีมรกตก็จะได้เข้ารอบอย่างแน่นอน แต่สำหรับอาร์เจนตินา แม้จะชนะแล้วก็ยังต้องมานั่งลุ้นว่า การแข่งขันของกลุ่ม D อีกคู่หนึ่ง ทีมชาติไอซ์แลนด์ที่มีแต้มเท่ากันสามารถเก็บ 3 แต้มมาได้หรือไม่ ถ้าทำได้ ก็มีแต่ต้องวัดลูกได้เสียกันเท่านั้น
สำหรับทัพ “อินทรีมรกต” ไนจีเรีย ต้องบอกว่ากลายเป็นทีมที่มีความหวังในการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายสูงมากอย่างคาดไม่ถึง ด้วยผลงานชนะ 1 แพ้ 1 จนเก็บมาได้ 3 แต้ม รั้งตำแหน่งอันดับ 2 ของตารางกลุ่ม D ตอนนี้ ทำให้ในการแข่งขันนัดสุดท้ายของกลุ่มนี้ ขอแค่ไม่แพ้ก็มีโอกาสเข้ารอบเพิ่มขึ้นไปอีก ยิ่งเมื่อฟอร์มของคู่แข่งอย่างอาร์เจนตินาก็ดูไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ ทำให้ในนัดนี้ทัพอินทรีมรกตดูจะกุมความได้เปรียบเอาไว้ไม่น้อย ทีมชาติไนจีเรียเคยเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายล่าสุดเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา และแม้ในทีมชาติชุดนี้จะไม่มีซุปเปอร์สตาร์ค้าแข้งที่โด่งดังอย่างทีมชาติอื่น แต่ฟอร์มการเล่นและทีมเวิร์คที่ถือว่าดีและดูจะมีมากกว่าอาร์เจนตินานี้ก็อาจพาอินทรีมรกตเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้อีกครั้ง
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อจริง ๆ กับวิกฤตที่ทัพ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา กำลังเผชิญอยู่นี้ โดยแต้มบนตารางมีอยู่เพียง 1 แต้มจากการเสมอและแพ้มาอย่างละหนึ่ง ส่งผลให้ในการแข่งขันนัดนี้ทัพฟ้าขาวจะต้องเอาชัยชนะกลับมาให้ได้เท่านั้น และยังต้องไปภาวนาให้ไอซ์แลนด์แพ้โครเอเชียในการแข่งขันอีกคู่หนึ่ง เพื่อให้แต้มของอาร์เจนตินาขึ้นมาอยู่ในลำดับที่สอง ซิวตั๋วเข้ารอบมาแบบใจหายใจคว่ำ เรียกได้ว่าเป็นศึกหนีตายของ “ลิโอเนล เมสซี” ดาวเด่นทีมชาติอาร์เจนตินาที่แฟนบอลหลายคนต่างลุ้นอยากให้เขาคว้าถ้วยฟุตบอลโลกมาครองเสียทีหลังจากพลาดหวังมาหลายปี ต้องรอดูกันว่าฟอร์มการเล่นของ “ทีม” อาร์เจนตินานัดนี้จะเข้าขาลื่นไหลกันมากขึ้นหรือไม่
ทั้งสองทีมนี้เคยเจอกันมา 6 ครั้ง โดยอาร์เจนตินาเอาชนะไปได้ 4 ครั้ง และไนจีเรียเอาชนะไปได้ 2 ครั้ง ถ้าดูจากตัวเลขที่ทั้งสองทีมไม่เคยเสมอกันเลยนี้ อาจพออนุมานได้ว่าในศึกคืนนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมาคงไม่ใช่การเสมอกันอย่างแน่นอน ศึกนัดสุดท้ายของกลุ่ม D นัดนี้คงเป็นศึกที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ