เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการ "ทลายห้องมืด" นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบห้องพัก 3 ห้อง คอนโดหรูย่านสนามบินน้ำ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 16.00 น. จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ดังนี้ 1. Mr.DENIS (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 726 วัน) , 2. Mr.EJIKEME (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 827 วัน) , 3. Mr.IBEKWE (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 29 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 1166 วัน)
4. Mr.OKOROM (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 26 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 695 วัน) , 5. Mr.NWOSU (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย (OVER STAY 1560 วัน) , 6. Mr.OBIELU (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 35 ปี
โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยที่การอนุญาตสิ้นสุด” ในส่วนข้อหาการหลอกลวงรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม ตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 1. โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง (พบข้อมูลแชทการหลอกให้รัก , สคลิปการหลอก,ใช้ Ai เจอเนอร์เรตใบหน้า) 2. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง 3. สมุดบัญชี 3 เล่ม
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดปราบคนต่างด้าวประกอบธุรกิจผิดกฏหมาย ควบคู่กับ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) หลังได้รับคำสั่ง ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติดทำการสืบสวนขยายผลโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและเครือข่ายที่เป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้ทำการสืบสวนขยายผล จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. ร่วมกับ ศอ.ปส.บช.น. และ ปปส.กทม. บูรณาการกำลังจับกุม “แพทริค” สัญชาติไนจีเรีย ตัวการใหญ่ของเครือข่ายค้ายาเสพติด (โคเคน) ข้ามชาติ พร้อมพวกรวม 4 ราย มีการตรวจยึดโคเคน 27 กรัม ตรวจยึดทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 ที่ผ่านมานั้น โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องจนพบข้อมูลเครือข่ายแบบองค์กรอาชญากรรม โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติไปถึงเครือข่ายชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี
ต่อมาจึงรายงานให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ทราบ และได้สั่งการให้สืบสวนขยายผล ชาวไนจีเรียเครือข่ายนี้โดยละเอียดจนพบว่า เครือข่ายนี้จะมี Visa เป็นนักเรียนทั้งสิ้น แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และมีพฤติกรรม “มั่วสุม” 5-6 คน ในคอนโดหรูติดแม่น้ำย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี
โดยไม่มีการออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือใดๆ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี กระทั่งศาลได้อนุมัติออกหมายค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง (สงวนเลขที่และชื่อคอนโด) ตามหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 487/69 , 488/69 , 489/69 ลงวันที่ 22 พ.ค. 69
วันที่ 22 พ.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบห้องทั้ง 3 แห่งในคอนโดหรู แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับความร่วมมือจากนิติคอนโดเป็นอย่างดี แต่ทว่ากลุ่มคนร้ายก็มีความระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน
เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึงห้องพักกลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดประตูห้อง ซ้ำเจ้าหน้าที่ยังได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาลักษณะมีการวิ่งไปมาภายในห้องคล้ายการพยายามทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่เกรงว่าพยานหลักฐานอาจถูกทำลายจึงตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป
ห้องแรก พบผู้ต้องจำนวน 3 ราย และพบโทรศัพท์จำนวน 7 เครื่อง โดยปรากฏหน้าแชทโทรศัพท์ ที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam)
โดยพฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าห้องมีผู้ต้องหา 1 รายพยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นในโดยพยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ “สารวัตรแจ๊ะ” จึงเร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง (ตามหมายค้น) ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์จำนวน 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง
จากการขยายผลได้พบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา โดยมีแชทการสนทนาหลอกเหยื่อในแอปพลิเคชัน Messenger Facebook , Wechat , Tiktok , Line และ Zalo โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้โปรไฟล์เป็น ชายชาวต่างชาติ ที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวะกร หมอ ฯลฯ แชทสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้
โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่สูงวัย และเจ้าหน้าที่ได้พบกับ “สคริปต์” แบบต้นฉบับ ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ในการคุยกับเหยื่อ ซึ่งมีจำนวนมาก ที่น่าตกใจคือ “สคริปต์แชทเสียว“ โดยจะมีบทพูดเพื่อ หลอกลวงหญิงสูงวัย
เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานลักษณะการหลอกลวงแบบนี้จากข้อมูลในโทรศัพท์ ของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย และจากการตรวจสอบพบว่าล้วนอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฏหมาย ทั้งนี้ ผู้ต้องหา ทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพ
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. / รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย
โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ (โคเคน)เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้เราพบหลักฐานทั้งแชทการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก , ระบบ AI เจนเนอเรตใบหน้าปลอมเพื่อตบตาเหยื่อ
และสคริปต์จิตวิทยาในการหลอกลวงหญิงไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ มีการพัฒนาของมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปโปรไฟล์ปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอม และมีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โ
ดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชทมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่า 'ส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน' ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาด และขอขอบคุณนิติบุคคล และทุกท่านที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติงานของเรา