ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างเปิดการประชุมประธานรัฐสภาระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 หรือ ISC-2 ซึ่งกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 โดยเสนอให้ผู้นำรัฐสภาจัดตั้ง "คณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาสำหรับการหยุดยิง" ทำงานร่วมกับกลไกที่มีอยู่ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้การตรวจสอบระหว่างประเทศ และป้องกันการปะทะตามแนวชายแดนไม่ให้ขยายตัวเป็นสงครามยืดเยื้อ
ฮุน เซน ระบุว่า เครือข่ายระดับภูมิภาคต้องมีบทบาทนำในการฟื้นฟูหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรับมือภัยคุกคามจากการใช้กำลังและป้องกันการรุกรานดินแดน โดยต้องยึดหลักอธิปไตยของรัฐ บูรณภาพแห่งดินแดน และการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ตามกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน รวมถึงเอกสารด้านรัฐสภาที่ได้รับการรับรองที่กรุงพนมเปญ
พร้อมเสนอให้พิจารณาจัดตั้ง "เครือข่ายผู้ไกล่เกลี่ยรัฐสภาระหว่างประเทศ" เพื่อรวบรวมสมาชิกรัฐสภาที่มีบทบาทและประสบการณ์สูง มีเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันการไกล่เกลี่ยเพื่อสันติภาพในเชิงรุก แทนการทูตแบบตั้งรับ
โดยเครือข่ายดังกล่าวควรมีความคล่องตัว สามารถเข้าไปไกล่เกลี่ยระหว่างคู่ขัดแย้งได้โดยตรง ก่อนที่การปะทะเล็ก ๆ จะขยายตัวเป็นสงครามขนาดใหญ่ และควรมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน ภายใต้กรอบอำนาจที่ยืดหยุ่น เพื่อลดข้อจำกัดทางการเมืองและพิธีการที่เข้มงวดของการทูตระหว่างรัฐแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ ฮุน เซน ยังกล่าวถึง "ยุทธศาสตร์หั่นซาลามี" หรือ Salami Slicing Strategy ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การรุกรานหรือเรียกร้องดินแดนทีละเล็กทีละน้อย เพื่อบรรลุความทะเยอทะยานในการยึดครองดินแดน ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักการคงเส้นเขตแดนเดิม
โดยปัจจุบันเส้นแบ่งระหว่างสงครามกับสันติภาพมีความคลุมเครือมากขึ้น ผ่านการใช้ “ยุทธวิธีสีเทา” ซึ่งไม่ผลักสถานการณ์ไปถึงระดับสงครามทางทหารแบบดั้งเดิม แต่ในเชิงโครงสร้างกลับไม่ก่อให้เกิดสันติภาพที่แท้จริง
พร้อมย้ำว่า ข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้งอาจเป็นเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นที่ไม่สามารถรับประกันสันติภาพที่ยั่งยืน สร้างความไว้วางใจ หรือปกป้องชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้ จากแนวโน้มดังกล่าว สามารถมองเห็นรูปแบบของสงครามสมัยใหม่ได้ 3 ประเภท ได้แก่ สงครามบั่นทอนกำลัง สงครามบั่นทอนเศรษฐกิจ และสงครามบั่นทอนชื่อเสียง
พร้อมระบุว่า สงครามในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสนามรบ แต่เป็นความขัดแย้งหลายมิติที่มุ่งทำให้สังคมขาดเสถียรภาพ ก่อนพัฒนาไปสู่สงครามเปิด โดยการโจมตีสมัยใหม่ไม่ได้แยกแยะระหว่างพลเรือนกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ฮุน เซน ยกตัวอย่างการใช้โดรนโจมตีถนน สะพาน ศาสนสถาน โรงเรียน และโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงการทำลายท่อส่งก๊าซและโจมตีเรือพาณิชย์ขนส่งเชื้อเพลิง ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ ยังระบุว่า การนำกฎหมายข้ามเขตอำนาจรัฐมาใช้กับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การหลอกลวงออนไลน์ แล้วนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการยึดครองดินแดนของประเทศอื่นอย่างผิดกฎหมาย ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของสงครามยุคใหม่ในยุทธวิธีสีเทา