เมื่อแฮ็กเกอร์เปลี่ยนตู้แช่เป็นตู้อบ! เจาะเหตุโจมตีไซเบอร์สะเทือน 8 ชาติยุโรป

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แฮ็กเกอร์โจมตีระบบตู้แช่ใน 8 ชาติยุโรป สั่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา ทำอาหารเสียหายจำนวนมาก เจาะช่องโหว่ภัยไซเบอร์ที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานอาหาร

ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าหลายแห่งทั่วยุโรปเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ หลังแฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุมระบบตู้เย็นและตู้แช่จากระยะไกล ทำให้อุณหภูมิภายในบางแห่งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งเสียหายจนต้องนำไปทิ้ง

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ครอบคลุม 8 ประเทศ ได้แก่ สวีเดน เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก ไอร์แลนด์ เอสโตเนีย ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส หลังฝรั่งเศสเพิ่งเผชิญเหตุโจมตีลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนก่อน กระทบร้านค้าหลายร้อยแห่ง สร้างความเสียหายหลายสิบล้านยูโร

เมื่อแฮ็กเกอร์เปลี่ยนตู้แช่เป็นตู้อบ! เจาะเหตุโจมตีไซเบอร์สะเทือน 8 ชาติยุโรป Reuters/Stringer
เมื่อแฮ็กเกอร์เปลี่ยนตู้แช่เป็นตู้อบ! เจาะเหตุโจมตีไซเบอร์สะเทือน 8 ชาติยุโรป

เอ็งลา อิงวัลล์ ผู้จัดการฝ่ายขายร้านแฟรนไชส์แห่งหนึ่งในกรุงสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นราว 02.00 น. แต่ไม่มีผู้สังเกตเห็นจนผ่านไปหลายชั่วโมง โดยตู้แช่ทั้งหมดมีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้อาหารภายในเสียหายทั้งหมด

สเตฟาน มูลันส์ ผู้บริหารบริษัทดูแลระบบทำความเย็นให้ร้านแฟรนไชส์แห่งหนึ่งเปิดเผยว่า ผู้โจมตีสามารถสั่งระบบทำความเย็นเข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost Mode) จากระยะไกล ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นแทนที่จะรักษาความเย็น โดยทีมช่างต้องเร่งตัดการเชื่อมต่อระบบที่ได้รับผลกระทบออกจากเครือข่าย

ระบบทำความเย็นบางส่วนที่ถูกโจมตีใช้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิของบริษัทจากเดนมาร์ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบที่ได้รับผลกระทบในฝรั่งเศสก่อนหน้านี้ โดยบริษัทกำลังประสานลูกค้าเพื่อดำเนินมาตรการแก้ไข

ทอม เฮเกล นักวิจัยด้านความมั่นคงไซเบอร์จาก SentinelOne อธิบายว่า ธุรกิจค้าปลีกมีอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายจำนวนมาก ทั้งระบบทำความเย็น ระบบจัดการอาคาร และเครื่องชำระเงิน ทำให้มีช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้เข้าถึงระบบได้ ขณะที่การติดตามตัวผู้ก่อเหตุทำได้ยาก

เหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในฝรั่งเศสเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ตู้แช่ถูกปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นถึง 50 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดไฟไหม้และอาหารเน่าเสียเสียหายจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายล้านยูโร ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการโจมตีล่าสุดเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในฝรั่งเศสหรือไม่

โดยผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า การไม่มีรายงานเรียกค่าไถ่ อาจทำให้ต้องพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องการก่อวินาศกรรม แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแรงจูงใจหรือผู้ก่อเหตุ ท่ามกลางความกังวลของยุโรปเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับปฏิบัติการก่อวินาศกรรมและสงครามแบบผสมผสานมาโดยตลอด

ด้านศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์เบลเยียมเตือนว่า AI อาจช่วยให้ผู้ไม่หวังดีค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ง่ายขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่า AI ถูกใช้ในการโจมตีครั้งนี้

ขณะที่ คริสตอฟ แฮนเซน กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านเกษตรกรรม ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นความพยายามรบกวนห่วงโซ่อุปทานอาหารและบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค พร้อมเตือนว่าการเกิดเหตุซ้ำหลายครั้งเป็นสัญญาณที่ยุโรปต้องให้ความสำคัญ

เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนว่า อุปกรณ์ทั่วไปอย่างตู้เย็นและตู้แช่ เมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายและควบคุมจากระยะไกลได้ ก็อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทานอาหารได้เช่นกัน

ที่มา: Reuters / The Guardian / CNA

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ