เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 ที่ห้องแถลงข่าว เอสซีจี สเตเดียม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึกโตโยต้า ไทยลีก ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดตัว อเล็กซานเดร์ กาม่า นั่งแท่นเฮดโค้ชคนใหม่ เซ็นสัญญายาว 2 ปี พร้อมอ็อปชั่นเสริม
กิเลนผยอง เพิ่งประกาศแยกทางกับ ยุน จองฮวาน กุนซือชาวเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเป็นการแยกทางกันด้วยดีจากทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามเพียงแค่วันเดียวอดีตแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 4 สมัย ก็ประกาศแต่งตั้ง อเล็กซานเดร์ กาม่า เทรนเนอร์ชาวบราซิเลียน ขึ้นเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ทันที
อเล็กซานเดร์ กาม่า กล่าวถึงการรับงานคุมทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ว่า "ผมรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายมากกับการเข้ามาคุมทีมเอสซีจี? เมืองทองฯ? ทันทีที่มีข้อเสนอจากสโมสรผมก็ไม่รีรอที่จะตัดสินใจ? ผมประสบความสำเร็จมาแล้วทุกรายการในไทย และเชื่อว่าสโมสรแห่งนี้จะกลับไปประสบความสำเร็จได้อีกครั้งแน่นอน"
"ผมต้องพาเมืองทองหนีจากสถานการณ์ปัจจุบัน เมืองทองควรกลับไปสู่จุดที่ควรอยู่อีกครั้งให้ได้ แม้จะมีความกดดันอยู่พอสมควร? แต่ผมชอบอะไรที่มันกดดันอยู่แล้ว มันเป็นความท้าทายอีกหนึ่งอย่างของผม? เราคงจะมองกันเกมต่อเกม? ทุกเกมต่อจากนี้มีความหมายหมด"
" พวกเขามีพร้อมทุกสิ่งทั้งสนามแข่งขันที่ดี อะคาเดมีที่ยอดเยี่ยม? รวมถึงการบริหารจัดการที่เป็นระบบ? ผมเชื่อว่าสโมสรแห่งนี้จะกลับสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก"
ด้าน "บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ กล่าวว่า "ถ้าไม่มีความจำเป็นเราก็คงไม่เปลี่ยนแปลง? แต่ตอนนี้มันก็คงถึงเวลาจริงๆ? ก็พอเหมาะกับช่วงเวลานี้พอดี? ต้องของขอบคุณตัวของกาม่าเอง? และขอบคุณสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯด้วย"
"การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญมากกับเรา? กาม่า? เป็นโค้ชที่มีฝีมือมากๆคนหนึ่ง? และเขาอาจจะแทบไม่ต้องปรับตัวกับสโมสรเลยก็ได้? เพราะเขาคลุกคลีกับเมืองไทยมาเป็นเวลานาน? และถึงเวลาแล้วที่เขาจะเข้ามาปลุกทีมของเราให้กลับไปสู่จุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง"
โค้ชชาวแซมบ้า ถือเป็นเฮดโค้ชคนที่ 3 ในฤดูกาลนี้ของทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต่อจาก "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยอดเทรนเนอร์ชาวไทยทีมคุมทีมได้เพียง 5 นัด และยุน จองฮวาน กุนซือประสบการณ์สูงที่ผ่านการคุมทีมในเคลีก เกาหลีใต้ และเจลีก ญี่ปุ่น มาอย่างโชกโชน ซึ่งคุมทีมได้เพียง 8 นัดเท่านั้น
ผลงานของ อเล็กซานเดร์ กาม่า เป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จในการคุมทีมสโมสรเป็นอย่างมาก เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ ชุดอันดับ 3 เอเชียน คัพ ปี 2011, พา อัล-วาห์ดา สโมสรในลีกยูเออี จบรองแชมป์ลีก และยังพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ปี 2007 แต่พ่ายแพ้ให้กับ เซปาฮาน ยอดทีมจากอิหร่าน
ก่อนจะย้ายมาทำงานที่ประเทศไทย คุมทัพบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย ในปี 2014, 2015 แชมป์เอฟเอ คัพ 2015 แชมป์ลีกคัพ 2015 แชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. ปี 2015, 2016 แชมป์พรีเมียร์ คัพ ปี 2016
หลังจากนั้นย้ายไปกุมบังเหียนให้กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และพาทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ในรายการเอฟเอ คัพ 2017 ก่อนที่ในฤดูกาล 2018 พาทีม "กว่างโซ้งมหาภัย" คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ซิว 3 ถ้วยรางวัล อย่าง เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และไทยแลนด์ แชมเปียนส์ คัพ มาครองอย่างยิ่งใหญ่
ก่อนที่สุดท้ายได้รับการทาบทามจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การบริหารงานของ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ให้เข้ามานั่งแท่นเป็นกุนซือใหญ่ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แต่ทำงานได้เพียง 1 ปี ก็ยอมยกเลิกสัญญาเพื่อมาคุมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด