ทีมชาติชิลี แชมป์เก่าและแชมป์ 2 สมัยซ้อน ภายใต้การทำทีมของ เรนัลโด้ รูเอด้า พร้อมสำหรับการแข่งขันเพื่อไล่ล่าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันในรายการนี้ นำทีมโดย อเล็กซิส ซานเชส แนวรุกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , อาร์ตูโร่ วิดาล ห้องเครื่องจาก บาร์เซโลน่า รวมไปถึง เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ดาวยิงของทีม
ฟอร์มการเล่นในช่วงหลังของ ชิลี ไม่ดีนักเมื่อสามารถเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 3 เกมจาก 7 เกมหลังสุด เสียถึง 12 ประตูและเก็บคลีนชีทได้เพียงแค่ นัดเดียว แต่อย่างไรก็ตามพวกเขายังมีสถิติที่ดีในรายการนี้โดยพ่ายแพ้เพียงแค่เกมเดียวจาก 12 เกมโดยเก็บชัยชนะได้ถึง 8 นัด
ข้ามมาดูทางฝั่งทีมรับเชิญตัวแทนจากทวีปเอเชีย อย่างทีมชาติ ญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขาเคยมาเล่นในรายการนี้แล้วด้วยการเป็นทีมรับเชิญเช่นเดียวกันในปี 1999 ที่ประเทศปารากวัย
ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ ฮาจิเมะ โมริยาสึ หัวเรือใหญ่ของทีมได้ทำการเรียกนักเตะดาวรุ่งเข้ามาในทีมถึง 16 รายและหนึ่งในนั้นก็คือ ทาเคฟุสะ คุโบะ ว่าที่นักเตะใหม่ของ เรอัล มาดริด ที่เพิ่งเซ็นสัญญากันได้ไม่นาน อีกทั้งเจ้าตัวยังได้ฉายาว่าเป็น "เมสซี่แห่งญี่ปุ่น" สมทบด้วยกองหน้าตัวเก๋าอย่าง ชินจิ โอกาซากิ ดาวยิงจาก เลสเตอร์ ซิตี้
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ชิลี (4-3-2-1)
ผู้รักษาประตู : กาเบรียล อาริอัส
กองหลัง : เมาริซิโอ อิสล่า - กีเยร์โม่ มารีปาน - แกรี่ เมเดล - ฆวน โบเซชู
กองกลางตัวรับ : ชาร์ลส์ อรานกิซ - เอริค ปุลการ์ - เอสเตบัน ปาเวซ
กองกลางตัวรุก : อาร์ตูโร่ วิดาล
กองหน้า : เอดูอาร์โด้ วาร์กัส - อเล็กซิส ซานเชส
ญี่ปุ่น (3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู : เออิจิ คาวาชิม่า
กองหลัง : ทาเกฮิโร โทมิยาสุ - นาโอมิชิ อุเอดะ - ยูตะ นากายามา
กองกลางตัวรับ : ไดกิ สุกิโอกะ - เทรุกิ ฮาระ - กาคุ ชิบาซากิ - ทัตสึยะ อิโตะ
กองกลางตัวรุก : ทาเคฟุสะ คุโบะ - โชยะ นากาจิมา
กองหน้า : ชินจิ โอกาซากิ
สถิติน่าสนใจ
- ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาสองครั้งในเกมอุ่นเครื่อง โดยครั้งแรกเสมอกัน 0-0 ในปี 2008 และในปีถัดมา ทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-0
- ชิลี แพ้เพียง 1 จาก 7 เกมเมื่อพบทีมจากทวีปเอเชีย โดยชนะได้ถึง 4 ครั้ง
- ญี่ปุ่น เก็บชัยชนะทีมจากโซนอเมริกาใต้ได้เพียงครั้งเดียวจาก 13 ครั้งในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยชัยชนะเพียงหนึ่งเดียวเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกปี 2018 ด้วยการชนะทีมชาติโคลัมเบีย 2-1