เมื่อวันที่ (25 ก.ย.62) นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และนายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าร่วมชี้แจงสาเหตุความล่าช้าในการปรับปรุงสนามสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้ไม่ทันใช้จัดแข่งขันฟุตบอล ยู23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ จนต้องย้ายไปใช้ ช้างอารีนา ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ไล่เรียงไทม์ไลน์การทำงานตั้งแต่ประมูลเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ก่อนที่ เอเอฟซี จะตอบกลับมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อไปยัง กกท. เพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งหลังประชุมก็เห็นตรงกันว่าน่าจะใช้โอกาสนี้พัฒนาสนามภายใต้การดูแลของรัฐบาล แต่ กกท. ยอมรับว่ามีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ ทำให้ปรับปรุงสนามไม่ทัน และด้วยเวลาที่กระชั้นเข้ามา เอเอฟซี ที่เดินทางมาตรวจสนามจึงมุ่งไปยังสนามที่เคยจัดแข่งระดับมาตรฐานเอเชียมาแล้ว และบอกว่า บุรีรัมย์ พร้อมที่สุด
นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ฝากให้ทาง กกท. กลับไปหาสาเหตุของความล่าช้า และส่งแบบแปลนสนามตามที่ต้องปรับปรุงให้กับสมาคมสถาปนิกช่วยดู รวมถึงตั้งคำถามว่าทำไมต้องใช้สนามของเอกชน และฝากให้สมาคมกีฬาฟุตบอล ส่งเรื่องไปยังเอเอฟซี ให้ชี้แจงกลับมาว่าใช้กฎเกณฑ์อะไรเลือกสนามบุรีรัมย์สำหรับจัดแข่ง ยู23 ชิงแชมป์เอเชีย โดยจะให้เวลาทุกฝ่ายทำการบ้านเพิ่มเติมแล้วกลับมาชี้แจงอีกครั้ง