โชเซ่ เปเซยโร่ พา เวเนซุเอลา ที่เจอปัญหาผู้เล่นติดโควิด เก็บได้ 2 คะแนนหลังหลังเสมอ โคลอมเบีย 0-0 และ เอกวาดอร์ 2-2 เกมนี้มาในระบบ 4-5-1 เช่นเดิม โดยมี เซร์คิโอ กอร์โดบา ยืนค้ำในแดนหน้า มี จูเนียร์ โมเรโน่, เจฟเฟอร์สัน ซาวาริโน่ และ เอ็ดสัน คาสติโย่ เป็น 3 ประสานแดนกลาง
ด้าน เปรู ของกุนซือ ริคาร์โด้ กาเรก้า ที่ 3 นัดมี 4 แต้ม มาในแผนเก่ง 4-2-3-1 มี เรนาโต้ ตาเปีย ตัดเกมแดนกลางร่วมกับ โยชิมาร์ โยตุน และใช้ จานลูก้า ลาปาดูล่า กองหน้าลูกครึ่งอิตาลี ยืนเป็นตัวจบสกอร์
เกมผ่านครึ่งชั่วโมง ทั้งสองทีมเรียกว่ายังสู้กันได้อย่างสูสี และมีโอกาสลุ้นประตูด้วยกันทั้งคู่ โดยเหลือเพียงจังหวะสุดท้ายที่ยังทำไม่ได้
ช่วงท้ายครึ่งแรก แม้เปอร์เซนต์การยิง เปรู จะมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถถือความได้เปรียบด้วยสกอร์ขึ้นนำได้ จบ 45 นาทีแรก ยังเสมอ 0-0
กลับมาครึ่งหลัง นาที 48 กลายเป็น เปรู ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเตะมุม ผู้เล่นเวเนซูเอลา สกัดมาเข้าทาง อันเดร การ์รีโย่ ซัดจ่อๆ เข้าไป
หลังจากเป็นฝ่ายตามหลัง เวเนซูเอลา พยายามเร่งเกมเพื่อหวังทวงประตูคืนแต่ผ่าน 70 นาที ก็ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ เปโดร กาเยเซ่ ไปได้
แม้ โชเซ่ เปเซยโร่ จะส่ง แยน ฮูร์ตาโด้ ลงไปแทน เซร์คิโอ กอร์โดบา เพื่อหวังความหลากหลายในจังหวะสุดท้าย แต่ก็ยังทวงประตูคืนมาไม่ได้ จบเกมเป็น เปรู ชนะ 1-0 เข้ารอบเป็นรองแชมป์กลุ่ม บี มี 7 แต้ม ขณะที่ เวเนซูเอลา ตกรอบ