ความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายสารต้องห้ามกีฬาของประเทศไทย หลังถูกองค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก หรือ วาด้า ลงโทษแบน ห้ามเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน 1 ปี และห้ามใช้เชิญธงชาติขึ้นเสาหากได้แชมป์ในรายการระดับนานาชาติและภูมิภาค เช่น กรณีที่ "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ที่เพิ่งได้แชมป์แบดมินตันชิงแชมป์โลกประเภทคู่ผสมแต่ไร้ธงชาติไทยขณะรับรางวัล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 ธันวาคม)
กกท. ขานรับ"บิ๊กตู่"ตั้งทีมแก้ "วาด้า"แบนไทย
ล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวกีฬา PPTV ว่า วันที่ 28 ธันวาคมนี้ เป็นหนึ่งในวาระประชุมครม. หลังกฤษฎีกาและกกท. ร่วมกันทำงานอย่างหนัก แล้วส่งเรื่องต่อให้ ครม. พิจารณาว่าจะเป็น พรก. หรือ พรบ. ซึ่งถ้าเป็น พรก. จะมีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ แต่ถ้าเป็น พรบ. ต้องรอถึงกุมภาพันธ์
"ครม.ก็จะพิจารณาก่อนว่าตกลงหลักการ เหตุผลต่าง ๆ ความจำเป็นเร่งด่วนจะออกเป็นพระราชกำหนดหรือพระราชบัญญัติ ถ้าออกเป็นพระราชกำหนด ก็สามารถที่จะบังคับใช้ออกมาเป็นกฎหมายได้ ซึ่งก็น่าจะภายในมกราคม เพราะว่าต้องรอทูลเกล้าฯ "
"แต่ว่าถ้าเป็นเข้าสภา ก็จะเป็นการพิจารณากฎหมายที่มีความสำคัญเร่งด่วน ตามแผนปฏิรูปประเทศ ก็อาจจะมีการประชุม 2 สภาร่วมกัน ตั้งกรรมาธิการร่วม ซึ่งตรงนั้นก็จะช้าไปนิดนึง" ผู้ว่า กกท.เผย
ทั้งนี้ มติครม.จะเป็นตัวกำหนดความเร่งด่วนในการดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่ขัดแย้งกับ วาด้า จนเป็นสาเหตุให้ไทยถูกแบน ซึ่งหากข้อกฎหมายผ่านแล้ว ไม่ว่าจะเป็น พรก. หรือ พรบ.ผู้ว่าก้องศักด ยืนยันจะเร่งผลักดันส่งเรื่องต่อไปยัง วาด้า เพื่อขอให้ปลดแบนใช้ธงชาติไทยในทันทีไม่รอสมัยหน้าตามข้อบังคับ ส่วนการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งกีฬาภูมิภาค ทวีป หรือนานาชาติ สามารถดำเนินการได้ทันทีที่คลอดกฎหมายใหม่