เกมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมส่งท้ายปี เลสเตอร์ เปิดบ้านพบ ลิเวอร์พูล คู่นี้เพิ่งเจอกันมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในเกมคาราบาวคัพ รอบ 8 ทีม ที่ลิเวอร์พูลตีเสมอทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนเฉือนชนะจุดโทษ ผ่านเข้ารอบ โดยเกมนี้ เลสเตอร์ เจ้าบ้านเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากมาย แต่ยังได้ เจมี่ วาร์ดี้ ฟิตกลับมายืนตัวจริง ส่วนลิเวอร์พูล ได้ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ หายโควิด กลับมายืนคุมแนวรับ ส่วน ติอาโก้ ที่หายโควิดแล้วเช่นกัน แต่เพิ่งกลับมาซ้อม ยังไม่มีรายชื่อ ด้าน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังติดโทษแบน
วิเคราะห์บอล !! พรีเมียร์ลีก บิ๊กแมตช์ เลสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล 13 ก.พ.64
นาที 14 หงส์แดง พลาดขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถูก วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ทำฟาวล์ ก่อนที่ดาวยิงอียิปต์ จะรับหน้าที่สังหารเอง ไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิล พยายามโหม่งซ้ำ แต่บอลชนคานอย่างน่าเสียดาย
หงส์แดง ยังบุกหนัก แต่ยิงไม่ผ่านมือ ชไมเคิล จบครึ่งแรก ยังเสมอกัน 0-0
ครึ่งหลัง นาที 59 อเดโมล่า ลุคแมน ที่เพิ่งลงสนามไม่กี่นาที ซัดประตูให้เลสเตอร์ ขึ้นนำ 1-0 เวลาที่เหลือ แม้ลิเวอร์พูล จะพยายามทวงประตูตีเสมอ แต่เจาะไม่เข้า จบเกม เลสเตอร์ ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 ทำให้หงส์แดง ไม่ชนะ 2 เกมติด ตามหลังแมนฯซิตี้ ห่างเป็น 6 แต้ม
ด่วน! รพ.จุฬาลงกรณ์ เปิดจองวัคซีน "ไฟเซอร์" ฉีดฟรีเป็นเข็มกระตุ้น
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เลสเตอร์ (4-3-3) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - ติโมธี คาสตาญ, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ดาเนียล อมาร์ตีย์, ลุค โธมัส - ฮัมซ่า เชาดรี้, บูบาการี่ ซูมาเร่, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ - เจมส์ แมดดิสัน - เจมี่ วาร์ดี้, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, คอสตาส ซิมิกาส - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดีโอโก้ โชต้า, ซาดิโอ มาเน่
จองวัคซีน "ไฟเซอร์" ผ่านแอปศิริราชคอนเน็ค เริ่ม 27 ธ.ค. 64 - 14 ม.ค. 65