ปรีวิว พรีเมียร์ลีก
พฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564
(2) ลิเวอร์พูล-เลสเตอร์ (10)
สนาม : แอนฟิลด์ เวลาคิกออฟ : 02.45 น.
ผู้ตัดสิน : คริส คาวานาจห์
ผลงานการพบกันในฤดูกาลนี้
28 ธ.ค.2564 เลสเตอร์ 1-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
22 ธ.ค.2564 ลิเวอร์พูล 3–3 เลสเตอร์ (ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 5-4) คาราบาว คัพ
ผลงานการพบกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
13 ก.พ.2564 เลสเตอร์ 3-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
23 พ.ย.2563 ลิเวอร์พูล 3–0 เลสเตอร์ (พรีเมียร์ลีก)
ลิเวอร์พูล
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
6 ก.พ.2565 ชนะ คาร์ดิฟฟ์ 4-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23 ม.ค.2565 ชนะ คริสตัลล พาเลซ 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20 ม.ค.2565 ชนะ อาร์เซน่อล 2-0 (เยือน) คาราบาว คัพ
16 ม.ค.2565 ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
13 ม.ค.2565 เสมอ อาร์เซน่อล 0-0 (เหย้า) คาราบาว คัพ
สภาพทีมลิเวอร์พูล
เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งพาทีมผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอ คัพ หลังเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ 4-1 ส่วนผลงานในลีก มี 48 คะแนนจาก 22 นัด โดยเกมล่าสุดในลีกบุกไปชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 เกมนี้ได้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ กลับมาจากศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ พร้อมสตาร์ต ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ ยังไม่กลับมาเพราะอยู่ระหว่างฉลองกับทีมเซเนกัล ซึ่งได้แชมป์รายการนี้ที่บ้านเกิด ด้าน หลุยส์ ดิอาซ แนวรุกตัวใหม่ ที่ลงเป็นสำรองในเกมเอฟเอ คัพ มีลุ้นเป็นตัวจริง ส่วน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ แม้หายเจ็บยาวลงเป็นสำรองและทำประตูได้ในเกมเดียวกัน แต่คงได้แค่เริ่มต้นที่ข้างสนามอีกครั้ง ดิว็อก โอริกี้ กลับมาซ้อมแบบสมบูรณ์แล้ว เช่ยเดียวกับ โจ โกเมซ แล ะอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่สิ้นสุดช่วงกักตัวจากโดนโควิด เล่นงาน พร้อมกลับมาเป็นตัวเลือก แดนกลาง ติอาโก้ อัลคันทาร่า กับ ฟาบินโญ่ จะถูกเรียกกลับมายืนกลางสนามเหมือนเดิม
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์;เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โฌเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ , ติอาโก้ อัลคันทาร่า; ดิโอโก้ โชต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, หลุยส์ ดิอาซ
เลสเตอร์
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
6 ก.พ.2565 แพ้ ฟอเรสต์ 1-4 (เยือน) เอฟเอ คัพ
23 ม.ค.2565 เสมอ ไบรท์ตัน 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19 ม.ค.2565 แพ้ สเปอร์ส 2-3 (เหย้า)พรีเมียร์ลีก
8 ม.ค.2565 ชนะ วัตฟอร์ด 4-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28 ธ.ค.2564 ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมเลสเตอร์
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เพิ่งพาทีมแพ้ ฟอเรสต์ 1-4 ตกรอบ 4 เอฟเอ คัพ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนเกมลีกล่าสุดเปิดบ้านเสมอ ไบรท์ตัน 1-1 ทำให้เวลานี้มี 26 คะแนน จากการลงเตะ 20 นัด เกมนี้ยังคงไม่มี น็อมปาลิส เมนดี้ กองกลางที่ยังฉลองแชมป์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ กับ เซเนกัล ส่วน จอนนี่ อีแวนส์,ทิโมธี กาสตาญ,เจมี่ วาร์ดี้,ไรอัน เบอร์ทรานด์ และ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ยังเจ็บทั้งหมด ขณะที่ บูบาการี ซูมาเร่, แพตสัน ดาก้า และมาร์ค อัลไบรท์ตัน จะถูกเรียกกลับคืนทีมในเกมนี้ โดยมี เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ยืนเป็นหน้าเป้า
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
เลสเตอร์ (4-2-3-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล; ริคาร์โด้ เปเรยร่า, ยันนิค เวสเตอร์การ์ด, คักลาร์ โซยุนคู, ลุค โธมัส; วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้, ยูริ ตีเลอมันส์; มาร์ค อัลไบรท์ตัน,เจมส์ แมดดิสัน, แพตสัน ดาก้า, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-พบกันในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 31 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 16 เลสเตอร์ ชนะ 9 เสมอ 6 นัด
-ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใน 14 เกมลีกหลังสุดที่แอนฟิลด์ (ชนะ 10 เสมอ 4) และคว้าชัยมา 5 เกมหลังติดต่อกัน ถือเป็นการคว้าชัยในบ้านดีที่สุดนับตั้งแต่สถิติติดต่อกัน 8 เกมระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ปี 2020
-3 เกมหลังที่เจอกันในทุกรายการถ้านับในเวลา 90 นาที เลสเตอร์ ไม่เคยแพ้
- เลสเตอร์ ซิตี้ หวังชนะไป-กลับ ให้ได้ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหากทำได้จะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฤดูกาล 1998/99 ภายใต้การคุมทีมของมาร์ติน โอนีล ในขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กำลังลุ้นเป็นอดีตกุนซือลิเวอร์พูล คนที่ 2 ที่คว้าชัยได้ไปกลับ ต่อจากเคนนี่ ดัลกลิช ในปี 1993/94 ที่ทำได้สมัยคุมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส