Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

มาร์ติน โอเดการ์ด จากดาวรุ่งพเนจร สู่จอมทัพอาร์เซน่อล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มาร์ติน โอเดการ์ด ชื่อนี้แฟนฟุตบอลคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เพราะเขาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วยการลงสนามเป็นตัวจริงให้กับ "สตอรมก็อดเซ็ต" ในลีกสูงสุดขอนอร์เวย์ ด้วยวัยเพียง 15 ปี 118 วัน และยังติดทีมชาติชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 15 ปี 253 วัน ซึ่งนับว่าเร็วมาก ๆ สำหรับดาวรุ่งคนนึงที่จะได้รับโอกาสแบบนี้

และเพียงฤดูกาลแรกก็โชว์ฟอร์มได้เกินเด็ก ลงเล่นไป 25 นัด ตะบันไป 5 ประตู แอสซิสต์อีก 7 พาทีมจบอันดับ 4 ไปอย่างสวยงาม  สายตาทั่วยุโรปจับตามองมาที่เจ้าหนูคนนี้ บางสื่อเรียกเขาว่าเด็กอายุ 15 ที่เก่งที่สุดในโลก บ้างก็เรียกเมสซี่แห่งนอร์เวย์ ด้วยสไตล์การเล่นที่ครองบอลเหนียวแน่น สกิลการเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ที่เหนือชั้น และถนัดเท้าซ้ายเหมือนกัน

พอจบฤดูกาล ต้นสังกัดอยากจะจับเขาต่อสัญญา แต่ดูเหมือนโอเดการ์ดอยากจะก้าวไปอีกขั้น

ออกไปเล่นนอกประเทศกับทีมใหญ่ ๆ สตอรมก็อดเซ็ตจึงจำใจต้องขายดาวรุ่งคนนี้ออกจากทีม โดยมีสโมสรระดับโลกมารอรับตัวเพียบ ไล่ตั้งแต่ บาเยิร์น มิวนิค , ดอร์ทมุนด์ สองยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีก้า , อาแจ็กซ์ สโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นดาวรุ่ง , ยูเวนตุส , โรม่า , ลิเวอร์พูลที่ถึงขนาดให้ลงไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ , อาร์เซน่อล , เชลซี ,  แมนฯซิตี้ และที่ขาดไม่ได้คือบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด เรียกได้ว่ามากันครบ โอเดการ์ดเลือกได้เลยว่าจะไปอยู่กับใคร

สุดท้ายมาร์ตินเลือกราชันชุดขาว ที่ยอมทุ่มค่าเหนื่อยกว่า 8 หมื่นปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่ามหาศาลสำหรับดาวรุ่งอายุ 16 ปี และสัญญาที่ระบุว่าจะได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ 5 วันต่อสัปดาห์ มาเป็นตัวล่อ ใครหละจะไม่อยากลงซ้อมร่วมกับ เซกิโอ รามอส , คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , แกเร็ธ เบล ,  โทนี่ โครส , ลูก้า โมดริช

แต่เส้นทางของโอเดการ์ดที่ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบที่คิดไว้ เขาไม่สามารถสอดแทรกขึ้นไปเป็นตัวจริงจากซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกได้ แน่นอนหละ เก่งมาจากไหน แต่เด็ก 16 ก็คือเด็กน้อยที่กระดูกไม่ถึงเบอร์ที่จะเล่นร่วมกับทีมที่พึ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้

เขาจึงโดนสั่งลดชั้นลงไปเล่นให้กับ "มาดริด กาสตีญ่า" ที่มีซีเนอดีน ซีดานคุมอยู่ เพื่อปรับตัว แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ โดยมีข่าวแว่วมาว่าเขาไม่ยอมผูกสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ เอาแต่อยากจะขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่เท่านั้น เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่สามารถเล่นให้เข้ากับทีมได้ สุดท้ายหลุดเป็นตัวสำรองของทีมสำรอง

โอเดการ์ดใช้เวลาอยู่ที่มาดริด 2 ปีโดยได้ลงเล่นชุดใหญ่เพียง 2 นัด และเหมือนจะเริ่มรู้ตัวว่าเสียเวลาเปล่า สำหรับดาวรุ่ง เวลาในการลงสนามเป็นเรื่องสำคัญมากในการจะพัฒนาฝีเท้าต่อไป เขาจึงร้องขอการออกไปยืมตัว และมาดริดตอบตกลง สุดท้ายเป็นฮีเรนวีน สโสมสรจากลีกสูงสุดฮอลแลนด์ยืมไปในปี 2017 และเริ่มเรียกฟอร์มกลับมาตลอด 2 ฤดูกาลที่เล่นให้กับฮีเรนวีน ก่อนจะยืมตัวต่อไปที่วิเทสส์ อาร์เน่ม และนี่คือสโมสรที่ทำให้เข้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลับมาแล้ว ด้วยการลงสนาม 31 นัด ยิง 8 ประตู แอสซิสต์ไปอีก 10 ครั้ง

เมื่อกลับมาด้วยพัฒนาการที่ดี มาดริดจึงให้เขาออกไปเล่นกับเรอัล โซเซดัด ทีมร่วมลีกเพื่อปรับตัวอีกครั้ง  1 ฤดูกาลที่โซเซดัด โอเดการ์ดยึดตัวจริงและเป็นศูนย์กลางเกมรุกของทีม ลง 31 นัดยิง 4 ประตู 6 แอสซิสต์ พาทีมจบอันดับ 6 ก่อนที่มาดริดจะเรียกตัวกลับทีมมาแสตนด์บายฤดูกาลถัดมา

แต่ก็เข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม โอเดการ์ดทำได้แค่นั่งเป็นสำรอง หรือบางครั้งก็หลุดออกจากทีมไปเลย ซึ่งกุนซือที่คุมมาดริดในขณะนั้นก็คือซีดาน คนที่เคยคุมทีมสำรองตอนเขาลงไปเล่นนั่นเอง เมื่อไม่ได้รับโอกาส เขาก็ขอขึ้นบัญชีย้ายด้วยการยืมตัวอีกครั้ง คราวนี้เป็นอาร์เซน่อลที่เข้ามาคว้าตัวไปร่วมทีม

ครึ่งฤดูกาลที่ดาวเตะนอร์เวย์เข้ามาสู่ทีม ทีแรกแฟน ๆ ก็ไม่ได้คาดหวังมากเพราะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ 6 เดือน คิดว่าคงเอามาแค่สลับกันลงกับนักเตะคนอื่น ๆ แต่ผิดคาด เขาโชว์ฟอร์มได้ดี เป็นตัวหลักในเกมรุก และการไล่บอลตามระบบของมิเกล อาร์เตต้า ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามทั้งเรื่องความขยัน ฝีเท้า และความเป็นผู้นำ แต่ถึงยังไงพอจบฤดูกาลก็ต้องย้ายกลับต้นสังกัดที่แท้จริง เพราะแค่ยืมตัวไม่มีออปชั่นซื้อขาด ทิ้งไว้แค่ความประทับใจให้กับแฟนบอลและโค้ช

แต่ความประทับใจนี้ฝังลึกลงในอาร์เตต้าและบอร์ดบริหารของอาร์เซน่อล เมื่อตลาดซื้อขายเปิดอาร์เซน่อลมองหาเพลย์เมกเกอร์มาแทนโอซิล และโอเดการ์ดก็คือเป้าหมายเบอร์ 1 ของปืนใหญ่มาโดยตลอด และต้องรอถึงช่วงท้ายของตลาดพวกเขาถึงได้รับโอกาสให้ปิดดีลด้วยเงิน 30 ล้านปอนด์ พอโอเดการ์ดกลับมาสู่เอมิเรต สเตเดี้ยมอีกครั้ง

โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่าดีใจที่ได้ลงหลักปักฐานกับทีมที่เขารู้สึกมั่นคงสักที หลังจากต้องออกไปเล่นด้วยการยืมตัวมาตลอดหลายปีที่อยู่กับเรอัล มาดริด เขาไม่เคยได้สัมผัสการเป็นส่วนหนึ่งในทีมแบบนี้มาก่อน เขามีความสุขมาก และสโมสรแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้าน

ตอนนี้โอเดการ์ดจากดาวรุ่งวัย 15 กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย และคงตกตะกอนได้แล้วว่าบางครั้ง ก้าวที่ใหญ่เกินไปอาจจะทำให้เราสะดุดล้มลงได้ แต่เราก็ยังลุกขึ้นเริ่มใหม่ได้เสมอกับสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง

สถิติของมาติน โอเดการ์ด กับอาร์เซน่อลในลีก

ลงเล่น 40 นัด

ยิงไป  6 ประตู

แอสซิสต์ 5 ครั้ง

ชนะ 24 นัด

แพ้ 10 นัด

ยืนยันเกมเอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ เตะเวมบลีย์ ตามเดิม

บาร์ตี้ มือ 1 หญิงโลก ประกาศรีไทร์จากการเล่นเทนนิส ในวัย 25 ปี

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ