เกมเอล กลาสซิโก้ เรอัล มาดริด เปิดซานติอาโก้ เบอร์นาบิว รับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า เกมนี้ เรอัล มาดริด ไม่มี ติโบต์ คูร์กตัวส์ ยังไม่ฟิตทำให้เกมนี้ยังเป็น อันเดรย์ ลูนิน
ลงเฝ้าเสาในระบบ 4-3-3 ต่อไป แนวรุกใช้คาริม เบนเซม่า,วินิซิอุส จูเนียร์ และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้
ขณะที่ บาร์เซโลน่า มาในระบบ 4-3-3 เช่นกัน เกมรุกฝากความหวังไปที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มี ราฟินญ่า กับ อุสมาน เดมเบเล่ คอยป้อนบอลขนาบข้าง
ลาลีกาไทย จัดล่องเรือวิเคราะห์ศึก "เอล กลาซิโก้" มาดริด-บาร์ซ่า
นาทีที่ 12 เวนิซิอุส จูเนียร์ จ่ายจากทางซ้าย มาให้กลาง มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น ปัดมาเข้าทาง คาริม เบนเซม่า ซัดไปแฉลบ เซร์กี้ โรเบร์โต้ ตุงตาข่าย
นาทีที่ 35 เรอัล มาดริด ขยับหนีเป็น 2-0 วินิซิอุส ได้บอลมาที่ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ โอเรลิแย็ง ชูอาเมนี่ แปะออกทางซ้ายให้ แฟร์ลองด์ เมนดี้ หักกลับมาให้ บัลเบร์เด้ ก่อนแปเข้าไป และครึ่งแรกก็จบด้วยสกอร์นี้
กลับมาครึ่งหลังนาทีที่ 52 เรอัล มาดริด ยังไม่ได้ประตูที่ 3 คาริม เบนเซม่า แม้จะยิงเข้าไปแต่ถูก VAR ริบคืนเพราะเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน
นาที 83 แฟร์ราน ตอร์เรส ตัวสำรอง มาทำประตูตีไข่แตกให้ บาร์เซโลน่า ไล่มาเป็น 1-2
แต่ช่วงทดเจ็บนาทีแรก เรอัล มาดริด มาได้ประตูย้ำชัยชนะ จากจังหวะที่ โรดรีโก้ ได้บอลหลุดไปในกรอบเขตโทษก่อนจะโดนเอริค การ์เซีย สกัดล้มลงไป ผู้ตัดสินเช็ค VAR ก่อนชี้เป็นจุดโทษ และก็เป็น โรดรีโก้รับหน้าที่สังหารเองไม่พลาด จบเกม เรอัล มาดริด ชนะ บาร์เซโลน่า 3-1 พร้อมแซง บาร์เซโลน่า ขึ้นมานำเป็นจ่าฝูง
ขณะที่ในประเทศไทย มีการจัดกิจกรรม “ElClasico VIP Party” ครั้งแรกสุดพิเศษ ภายในโดมกลางกรุงเทพมหานคร Pearl Bangko ภายในงาน มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ไม่ว่าจะเป็น ตัวแทนจากสถานทูตสเปน, หอการค้าสเปน, อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง, สื่อมวลชนสายกีฬา ที่มาร่วมพูดคุยวิเคราะห์เกมการแข่งขัน ทั้งก่อนเกม ช่วงพักครึ่ง และหลังเกม
โดย มร.จอร์โจ ปอมปิลิ รอสซี่ ตัวแทนลาลีกา ประเทศไทย กล่าวว่า กิจกรรมนี้ ถือเป็นการนำประสบการณ์ดี ๆ สร้างการรับรู้ถึงฟุตบอล ลาลีกา สเปน และสร้างสัมพันธ์กับแฟนบอลให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ จะเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกแน่นอน