สภาพทีมเกมนี้ เอริก เทน ฮาก ไม่มี อันโตนี่ เจ้าของท่าเทิร์น 720 มีอาการเจ็บ เช่นเดียวกับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ป่วย แต่ได้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ สลัดอาการเจ็บ ลงสวมปลอกแขนถูกกัปตันทีมสตาร์ต ขณะที่ เกมรุก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้สตาร์ตตัวจริงต่อเนื่อง 2 นัดติด
ฝั่ง เดวิด มอยส์ กุนซือเวสต์แฮม กลับมาเยือนถิ่นเก่าที่เคยคุม โดยเปลี่ยนเพียงตำแหน่งเดียว จากเกมลีกที่ชนะ บอร์นมัธ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ เคร็ก ดอว์สัน กลับมายืนในแผงแบ็กโฟร์
เมื่อย้อนดูสถิติตลอด 4 เกมหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยเหนือเวสต์แฮมได้ทั้งหมด รวมไปถึง 7 เกมที่ผ่านมาในทุกรายการ "ปิศาจแดง" ไม่แพ้ รวมถึง 4 เกมหลังที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เก็บคลีนชีต ได้ทั้งหมด
เกมนี้กว่าลูกทีมของ เอริก เทน ฮาก จะมาตั้งเกมได้นั้นก็เล่นเอาผ่านไป 15 นาที โดย มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสได้ส่องถึง 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนเป็นสกอร์
ด้าน เวสต์แฮม นั้นรอจังหวะสวนกลับ โดยมี โทมัส ซูเช็ค และ ดีแคลน ไรซ์ ที่เล่นได้เด่นในแดนกลางค่อยปรับจังหวะรุกและรับ
แต่แล้วท้ายครึ่งแรก เจ้าถิ่นที่เปอร์เซนต์ครองบอลมากกว่า ก็มาได้ คริสเตียน เอริคเซ่น แผลงฤทธิ์ วางบอลจากทางขวาโค้งๆ ไปให้ มาร์คัส แรฟชอร์ด ที่โอกาสมากสุดในทีม โขกทำทำประตูที่ 100 กับแมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นของขวัญก่อนวันเกิด (31 ต.ค. ) พร้อมส่งให้แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 นอกจากนี้แนวรุกดีกรีทีมชาติอังกฤษยังเป็นแข้งรายที่ 22 ที่ทำประตูขึ้นหลักร้อยให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกด้วยเช่นกัน
กลับมาครึ่งหลังเวสต์แฮมที่ยังไม่สามารถทำให้ ดาบิด เด เคอา ออกแรงเซฟได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวจำเป็นต้องปรับเกมรุกโดย ส่ง มิคาอิล อันโตนิโอ ลงไปแทน จานลูก้า สคามัคก้า ที่ไม่สามารถเอาชนะคู่เซ็นเตอร์ของเจ้าถิ่นได้ โดยเฉพาะ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่วันนี้เล่นได้เด่นในหลายๆ จังหวะ
ก่อนเกมเข้าสู่หนึ่งชั่วโมง ขณะที่ เทน ฮาก นั้นส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไปแพ็คในแดนกลาง
เกมมาสนุกช่วงท้าย แมนฯ ยู น่าจะได้ประตูฝังฝัง "ขุนค้อน" จากการประสานงานของสองตัวสำรอง แม็ค-เฟร็ด แต่ทว่าลูกโหม่งของ เฟร็ด ดันไปชนเสา แต่ก็มาเกือบโดนแบ่งแต้มในช่วงท้ายเช่นกัน ดีที่ ดาบิด เด เคอา ยังโชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดลูกยิงของ ดีแคลน ไรซ์ ช่วงทดเจ็บเอาไว้ได้ ซึ่ง 3 แต้มอันล้ำค่าในเกมนี้ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่มสถิติไม่แพ้เป็นเกมที่ 8 ติดต่อกันในทุกรายการและไม่แพ้ในลีกเป็นเกมที่ 5 ต่อเนื่อง พร้อมกับแซงเชลซี ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ขณะที่เวสต์แฮม ยังคงไม่สามารถล้างอาถรรพ์ในการมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้เมื่อไม่ชนะในเกมลีก 15 นัดหลังที่บุกมาเยือนที่นี่ (เสมอ 3 แพ้ 12)