โดยอดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ วัย 86 ปี ที่ปัจจุบันติดโทษแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลจนถึงปี 2028 จากปัญหาการคอร์รัปชั่นในองค์กรฟีฟ่า เผยก่อนที่ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ จะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่วัน ผ่าน Tages Anzeiger หนังสือพิมพ์ในสวิตเซอร์แลนด์ ถึงการที่รู้สึกเสียใจที่เลือกให้ กาตาร์ เป็นเจ้าภาพมหกรรมลูกหนังของมวลมนุษย์ชาติ
"กาตาร์ เป็นประเทศที่เล็กเกินไปสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอล และการจัดฟุตบอลโลกก็เป็นเรื่องใหญ่เกินไป"
แข้งบอลโลกส่อจ่าย 14 ล้านบาทค่าที่พักครอบครัว
"มันเป็นการตัดสินใจที่แย่มาก ผมต้องรับผิดชอบในฐานะประธานขององค์กรในตอนเวลานั้น" แบล็ตเตอร์ ที่ดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า ช่วงปี 1998-2015 เผย
อีกสิ่งที่ แบล็ตเตอร์ ยอมรับว่าผิดพลาดคือการที่ไม่คิดว่า กาตาร์ จะมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และกดขี่แรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะในการสร้างสนามฟุตบอล ก่อนที่จะมีการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีคัดเลือกเจ้าภาพกันใหม่ในปี 2012 โดยคำนึงเรื่องจริยธรรมและศีลธรรมของชาติที่จะเสนอตัวมาเป็นเจ้าภาพมากขึ้น
ย้อนไปเมื่อปี 2010 แบล็ตเตอร์ ได้ประกาศให้ กาตาร์ เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 2022 ด้วยคะแนนโหวตจากคณะกรรมการของฟีฟ่า จำนวน 14-8 เสียง โดยใน 8 เสียงที่แพ้โหวตนั้นโหวตให้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในบทสัมภาษณ์ทาง แบล็ตเตอร์ เผยว่าตัวเองนั้นเป็นเสียงโหวตที่เลือกให้ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ แต่เป็น มิเชล พลาตินี่ รองประธาน ฟีฟ่า ในขณะนั้นที่เป็นผู้ออกเสียง
"ต้องขอบคุณ พลาตินี่ และทีม ยูฟ่า ของเขาที่ทำให้ กาตาร์ ได้เป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก แทนที่จะเป็น สหรัฐอเมริกา"
สำหรับฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 20 พ.ย.-18 ธ.ค.นี้