นับตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นต้นมา นอกจากจะมีทีมที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้แล้ว ยังมีการบันทึกสถิติดาวยิงสูงสุดหรือที่เรียกกันว่า “ดาวซัลโว” ไว้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่าในรอบ 80 กว่าปีที่ผ่านมานี้ ดาวซัลโวท็อป 10 ของโลกมีใครกันบ้าง และในฟุตบอลโลก 2022 ตำแหน่งดาวซัลโวจะตกเป็นของใคร หลังจากครั้งที่ผ่านมา เมื่อปี 2018 ดาวซัลโว เป็นของ แฮร์รี่ เคน จากอังกฤษที่ทำไป 6 ประตู
เปิดเงินรางวัลฟุตบอลโลก 2022 ทีมแชมป์รับเท่าไหร่
1. มิโรสลาฟ โคลเซ่ ดาวซัลโวอันดับหนึ่งผู้ซึ่งเพิ่งคว้าตำแหน่งมาครองได้ไม่นาน กองหน้าคนนี้ลงเล่นฟุตบอลโลก 4 สมัยติด และพาทีมคว้าแชมป์มาได้ในปี 2014 โดยประตูที่ 15 ที่ทำให้เสมอกับโรนัลโด้ได้มาจากการยิงประตูทีมชาติกานาในรอบแรก และได้ประตูที่ 16 ในนัดชิงชนะเลิศกับบราซิล กลายเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกที่มากที่สุดตลอดกาลคนใหม่ เป็นที่น่าเสียดายที่มิโรสลาฟตัดสินใจแขวนรองเท้าเป็นที่เรียบร้อย เราจึงไม่ได้เห็นดาวดวงนี้ทำสถิติใหม่ขึ้นมา
2. โรนัลโด้ "โด้อ้วน" ตำนานนักค้าแข้งชาวบราซิล ที่ตอนอายุเพียง 17 ปีก็เล่นให้สโมสรกรูเซย์รูและยิงไปถึง 12 ลูกใน 14 นัด เมื่อมาลงเล่นฟุตบอลโลก 4 สมัย 1994, 1998, 2002 และ 2006 โรนัลโดก็ไม่ทำให้ผิดหวังสร้างสถิติยิงถึง 15 ประตู ผู้ยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกจนมาโดนแย่งตำแหน่งไปเมื่อปี 2014
3. แกร์ด มุลเลอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมันตะวันตกเจ้าของฉายา "ไอ้ลูกระเบิด" ที่อำลาโลกไปแล้ว ลงเล่นฟุตบอลโลก 2 สมัยคือปี 1970 และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ในปี 1974 ลงแข่งรวม 13 นัด ยิงไป 14 ประตู โดยในจำนวนนี้เป็นการทำแฮตทริกในฟุตบอลโลกได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
4. ฌุสต์ ฟองแตงค์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส อีกหนึ่งเจ้าพ่อแข้งทองที่ลงเล่นฟุตบอลโลกเพียง 1 สมัยในปี 1958 ลงแข่ง 6 นัด แต่หวดลูกเข้าไปถึง 13 ประตู และเป็นการทำแฮตทริกได้ 2 ครั้ง แม้จะได้ตำแหน่งอันดับที่ 3 ในงานฟุตบอลโลกปีนั้น แต่ผลงานที่จัสต์ทำไว้ก็น่าประทับใจเป็นอย่างมาก
5. เปเล่ เจ้าของฉายา "ไข่มุกดำ" ดาวยิงชาวบราซิล เจ้าของประวัติศาสตร์ดาวยิงฟุตบอลโลกที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัยเพียง 17 ปีเขาสามารถทำประตูนำชัยชนะมาสู่ประเทศบราซิลได้อย่างน่าเหลือเชื่อ สถิติคือลงเล่นฟุตบอลโลก 4 สมัยในปี 1958, 1962, 1966 และ 1970 รวมลงแข่ง 14 นัดซัดไปถึง 12 ประตู
6. ซานดอร์ คอกซิส จากทีมชาติฮังการีที่ลงเล่นฟุตบอลโลกให้ทีมชาติตัวเองเพียง 1 สมัยคือปี 1954 แม้จะพ่ายให้แก่เยอรมนีไปในรอบชิงชนะเลิศ แต่ซานดอร์ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ลงแข่ง 5 นัด ยิงรวม 11 ประตู เฉลี่ยแล้วในหนึ่งเกมสามารถยิงเข้าไปได้ถึง 2.20 ประตูต่อเกม ที่สำคัญ คอกซิส ยังเป็นนักเตะคนแรกที่ทำแฮตทริกได้ 2 ครั้งในฟุตบอลโลก
7.เจอร์เก้น คลินส์มันน์ อดีตกองหน้าเจ้าของฉายา “ฉลามขาว” แห่งเยอรมนีที่พาทีมชาติคว้าแชมป์มาในปี 1990 หลังได้ติดทีมชาติถึง 3 ครั้งติดก็ได้ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการทีมชาติเยอรมนี สถิติลงเล่นฟุตบอลโลก 3 สมัย 1990, 1994 และ 1998 ลงเล่นไป 17 นัด ยิงไป 11 ประตู
8. เฮลมุต ราห์น กองหน้าทีมชาติเยอรมนี ที่พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ในปี 1954 และถึงแม้จะได้ลงอีกครั้งในปี 1958 แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ แต่ฝีแข้งของชายคนนี้ที่ลงแข่ง 10 นัด ทำไปได้ 10 ประตู เท่ากับว่าสามารถยิงได้ 1 ประตูในทุกนัดก็การันตีความเป็นดาวซัลโวของเฮลมุตได้เป็นอย่างดี
9. "บาติโกล" กาเบรียล บาติสตูต้า อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาที่เล่นให้กับสโมสรอิตาลี กองหน้าผู้ดุดันที่เล่นดีโดนใจแฟนบอลถึงขนาดมีการสร้างอนุสรณ์สถานให้ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เคยลงเล่นฟุตบอลโลก 3 สมัยในปี 1994, 1998 และ 2002 แต่สถิติในฟุตบอลโลกเท่ากับแกร่ คือลงเล่น 12 นัด อัดเข้าประตูฝั่งตรงข้ามไป 10 ประตู และในจำนวนนี้เป็นการทำแฮตทริกได้ 2 ครั้ง คือ คือในฟุตบอลโลกปี 1994 และปี 1998
10.แกรี่ ลินิเกอร์ กองหน้าระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษ ในอดีตแม้จะเคยลงเล่นฟุตบอลโลกเพียง 2 สมัยคือในปี 1986 และ 1990 แต่ใน 2 ครั้งนั้น ลินิเกอร์ ก็ลงเล่นไป 12 นัด ทำไปถึง 10 ประตู