หากใครยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา มีนักข่าวสายกีฬาชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เดินทางไปทำข่าวฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ถูกควบคุมตัวเนื่องจากสวมเสื้อสีรุ้งสนับสนุน LGBTQ+ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายของกาตาร์
นักข่าวรายนี้คือ แกรนต์ วาห์ล นักวิเคราะห์ฟุตบอลของสื่อ CBS Sports ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะอดีตนักเขียนของนิตยสาร Sports Illustrated และผู้สื่อข่าวของ Fox Sports เขายังเป็นผู้แต่งหนังสือ The Beckham Experiment ที่ตีพิมพ์ในปี 2009 ด้วย
ย้อนดูจังหวะตะลุมบอน เนเธอร์แลนด์ ฟัด อาร์เจนตินา รอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก
แต่ล่าสุดเมื่อคืนนี้ (9 ธ.ค.) เกิดเหตุสลดกับวาห์ล เพราะขณะที่เขากำลังชมเกมการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายคู่ระหว่างอาร์เจนตินากับเนเธอร์แลนด์ จู่ ๆ เขาก็ล้มลงไป และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
วาห์ลนั่งอยู่ในที่นั่งสำหรับสื่อที่ชั้นบนสุดของสนาม โดยเขาล้มลงในช่วงต่อเวลาพิเศษ นักข่าวที่อยู่รอบ ๆ ได้ช่วยกันถอดขนย้ายเก้าอี้ออก และขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ประจำสนาม
ทีมแพทย์มาถึงและทำ CPR ให้กับวาห์ลเป็นเวลากว่า 20 นาที หลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง วาห์ลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อเข้าสู่วันนี้ (10 ธ.ค.) เขาก็เสียชีวิตในท้ายที่สุด
ดร.เซลีน กาวน์เดอร์ ภรรยาของวาห์ล ซึ่งเป็นนักระบาดวิทยาที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการรับมือโควิด-19 ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า สามีของเธอเสียชีวิตแล้วจริง ๆ
“ฉันรู้สึกขอบคุณมากสำหรับการสนับสนุนจากครอบครัวฟุตบอลของสามีและเพื่อน ๆ มากมายที่ติดต่อมาในค่ำคืนนี้ ฉันตกใจมาก” เธอบอก
คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของวาห์ลน่าจะเกี่ยวข้องกับภาวะผิดปกติด้านหัวใจ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ (5 ธ.ค.) เจ้าตัวรายงานว่าเขามีอาการผิดปกติจนต้องไปพบแพทย์
“ในที่สุดร่างกายของผมก็พัง การนอนน้อยตลอด 3 สัปดาห์ ความเครียดสูง และงานหนัก ๆ สามารถทำให้คุณเป็นแบบนี้ได้” วาห์ลบอกไว้ ณ ตอนนั้น
เขาบอกอีกว่า “จากอาการที่เหมือนเป็นหวัดในช่วง 10 วันที่ผ่านมา กลายเป็นอาการที่รุนแรงขึ้นในคืนเกมระหว่างสหรัฐฯ-เนเธอร์แลนด์ (3 ธ.ค.) และผมรู้สึกได้ว่าหน้าอกส่วนบนของผมเหมือนถูกอะไรกดไว้ เป็นความรู้สึกไม่สบายในระดับใหม่”
วาห์ลบอกว่า จากการตรวจเป็นประจำ เขาไม่มีเชื้อโควิด-19 “และเมื่อไปที่คลินิกการแพทย์ที่ศูนย์การแพทย์สำหรับสื่อมวลชน พวกเขาบอกว่า ผมอาจเป็นโรคหลอดลมอักเสบ พวกเขาให้ยาปฏิชีวนะและยาแก้ไอชนิดเข้มข้นมา ผมรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา แต่มันก็ยังคงไม่ดีอยู่”
อย่างไรก็ตาม เอริก วาห์ล น้องชายของเขา ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อบางแห่งว่า พี่ชายของเขาได้รับคำขู่ฆ่าก่อนหน้านี้ และเชื่อว่านี่เป็นการฆาตกรรมมากกว่าจะเป็นการเสียชีวิตจากอาการป่วย แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันในเรื่องนี้
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP