ปรีวิว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
คืนวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566
(4) นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล (9)
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค เวลาคิกออฟ : 00.30 น.
ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์
ผลงานการพบกันในฤดูกาลนี้
31 ส.ค. 2565 ลิเวอร์พูล 2-1 นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีก)
ผลงานการพบกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
30 เม.ย. 2565 นิวคาสเซิ่ล 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
16 ธ.ค. 2564 ลิเวอร์พูล 3-1 นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีก)
นิวคาสเซิ่ล
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
11 ก.พ. 2566 เสมอ บอร์นมัธ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
4 ก.พ. 2566 เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
1 ก.พ. 2566 ชนะ เซาแธมป์ตัน 2-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
25 ม.ค. 2566 ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
22 ม.ค. 2566 เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมนิวคาสเซิ่ล
“สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล มีผลงานที่น่าพอใจในฤดูกาลนี้ หลังแข่งไปแล้ว 22 นัด ชนะ 10 เสมอ 11 และแพ้เพียงนัดเดียวเท่านั้น ทำให้จนถึงปัจจุบัน นิวคาสเซิ่ลครองอันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก อีกหนึ่งจุดเด่นของทัพสาลิกาดงในฤดูกาลนี้คือเกมรับที่เหนียวแน่น โดยปัจจุบันนิวคาสเซิ่ลเสียเพียง 13 ประตูเท่านั้น ซึ่งเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย
บรูโน่ กีมาไรซ์ กองกลางตัวหลักของทีมยังคงติดโทษแบนอยู่ ทำให้ไม่สามารถลงเล่นในเกมนี้ได้ ด้านตัวหลักของทีมรายอื่น ๆ อย่างแมตต์ ทาร์เก็ต, คัลลัม วิลสัน, มิเกล อัลมิรอน, จามาล ลาสเซลส์, อัลลัน เซ็นต์-แม็กซิเม็ง, โจ วิลล็อค, และอิมิล คราฟท์ ยังมีอาการบาดเจ็บ แต่สื่อคาดว่า มิเกล อัลมิรอน และอัลลัน เซ็นต์-แม็กซิเม็ง สามารถหายทันลงเล่นในเกมนี้พอดี โดยทีมแพทย์เผยว่า อัลมิรอน ฟิต 75% และเซ็นต์-แม็กมิเม็ง ฟิต 50% ซึ่งอาจทำให้เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของทีมเลือกใช้งาน
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
นิวคาสเซิ่ล (4-3-3) : นิก โป๊ป (GK); คีแรน ทริปเปียร์, ฟาเบียน แชร์, สเวน บอทแมน, แดน เบิร์น; มิเกล อัลมิรอน, ฌอน ลองสตาฟฟ์, โจลินตัน; อัลลัน เซนต์-แม็กซิเม็ง, อเล็กซานเดอร์ อิซัค, เคด กอร์ดอน
ลิเวอร์พูล
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
13 ก.พ. 2566 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
4 ก.พ. 2566 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
29 ม.ค. 2566 แพ้ ไบรท์ตัน 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
21 ม.ค. 2566 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
18 ม.ค. 2566 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
สภาพทีมลิเวอร์พูล
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพิ่งชนะในปี 2023 เป็นนัดที่สองหลังเปิดเอนฟิลด์ชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ซึ่งผลงานของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานพอสมควร โดยแข่งไปแล้ว 21 นัด ชนะ 9 เสมอ 5 แพ้ 7 รั้งอันดับ 9 ของตาราง แต่ก็เป็นเพียงทีมเดียวจนถึงปัจจุบันที่สามารถเอาชนะนิวคาสเซิ่ลได้
ลิเวอร์พูลต้องเสียติอาโก้ อัลคันทาร่าจากอาการบาดเจ็บอีกครั้งจากอาการเจ็บขาหนีบ สะโพก และกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกเชิงกราน ทำให้ต้องพักยาวถึงประมาณ 15 มีนาคม ส่วนหลุยซ์ ดิอาซ อาตูร์ เมโล่ และอิบราฮิม่า โคนาเต้ ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วนดาวรุ่งอย่างคาลวิน แรมซีย์ ต้องพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน (GK); เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, สเตฟาน บาลเซติช; โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์, ดาร์วิน นูนเญซ, โคดี้ กัคโป
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
- พบกันมาแล้ว 55 ครั้ง นิวคาสเซิลชนะ 11 ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะ 32 ครั้ง เสมอ 12 ครั้ง
- ลิเวอร์พูลชนะเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกจาก 5 นัดหลังสุดจากการชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0 และเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่สามารถเอาชนะนิวคาสเซิ่ลได้จนถึงตอนนี้ด้วยการเปิดบ้านชนะ 2-1 เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน
- นิวคาสเซิ่ลไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีก 17 นัดติดต่อกัน แต่มีผลการแข่งขันเสมอมากกว่าชนะ โดยเสมอไปแล้ว 8 นัด จาก 17 นัด ทำให้ในฤดูกาลนี้นิวคาสเซิ่ลมีผลงานที่หนักไปทางเสมอมากกว่าชนะ โดยชนะ 10 ครั้ง เสมอ 11 ครั้ง
- ลิเวอร์พูล ชนะนิวคาสเซิ่ลได้ 8 จาก 10 นัดหลังสุดที่เจอกันในทุกรายการ แต่ก็มีสถิติเก็บชัยจากเกมเยือนได้เพียง 2 นัดในฤดูกาลนี้เท่านั้น