เดลี่ เมล ระบุว่า ปัญหาระหว่าง คอนเต้ กับลูกทีม เกิดตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังจบเกมที่ สเปอร์ส บุกแพ้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่ง คอนเต้ ได้เลื่อนเวลาซ้อมจากบ่ายสองมาเป็น 11 โมงเช้า และนักเตะสเปอร์สมีกระแสตอบรับที่ไม่ดีนัก
ปัญหาเกิดอีกครั้ง เดือนมกราคมที่ผ่านมา หลัง สเปอร์ส แพ้ อาร์เซน่อล คาบ้าน 0-2 ต่อด้วยการบุกแพ้ แมนฯซิตี้ 2-4 ซึ่งหลังจบเกมนั้น
คอนเต้ สั่งให้ลูกทีมมาประชุมเพื่อพูดคุยกันแบบเปิดอก แต่เมื่อนักเตะสเปอร์สมากันครบ คอนเต้ กลับเดินออกจากห้อง แล้วปล่อยให้ลูกทีมพูดคุยกันเอาเอง ก่อนจะสรุปว่าพวกเขาไม่โอเคกับแผนการเล่นที่เน้นตั้งรับ และขาดความยืดหยุ่นของ คอนเต้ โดยต้องการให้เล่นแบบเปิดเกมรุกมากขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นเหมือนสถานการณ์จะดีขึ้น เมื่อทีม "ไก่เดือยทอง" ชนะ 5 จาก 6 นัด ก่อนจะมาพลิกล็อกแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ตกรอบเอฟเอ คัพ
นอกจากนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า วิธีการซ้อมที่เข้มข้นของ คอนเต้ ทำให้ลูกทีมไม่ชอบนัก โดยเฉพาะการสั่งวิ่งระยะทาง 2 กม.ก่อนวันแข่ง ซึ่งทุกคนต่างรู้สึกงุนงง และการที่เขาถูกปลดจากตำแหน่ง ทำให้ผู้เล่นหลายคนโล่งใจที่ไม่ต้องเจอกับกุนซือรายนี้อีก
ยิ่งไปกว่านั้นตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่าง คอนเต้ กับ ดาเนียล เลวี่ ประธานสโมสร อยู่ในขั้นย่ำแย่ ถึงกับต้องให้ ฟาบิโอ ปาราติซี่ ผู้อำนวยการกีฬา เป็นคนกลางคอยพูดคุย นอกจากนี้การให้สัมภาษณ์ของ คอนเต้ ที่มักวิจารณ์สโมสรเรื่องความทะเยอทะยาน และเรื่องอนาคตที่บอกว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจตัดสินว่าจะอยู่คุมทีมต่อหรือไม่ ทำให้ผู้บริหารสเปอร์สรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ชอบใจ เพราะรู้สึกว่า คอนเต้ กำลังยกตนเองอยู่เหนือสโมสร