ปรีวิว คอมมิวนิตี้ ชิลด์
วันอาทิตย์ที่ 6 ส.ค 2566
อาร์เซน่อล-แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สนาม : เวมบลีย์ (ลอนดอน) เวลาคิกออฟ : 22.00 น.
ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอตต์เวลล์
ผลงานการพบกันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
27 เม.ย.2566 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-1 อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก)
16 ก.พ.2566 อาร์เซน่อล1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
28 ม.ค.2566 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 อาร์เซน่อล (เอฟเอ คัพ)
อาร์เซน่อล
ผลงานปรีซีซั่น
2 ส.ค.2566 เสมอ โมนาโก 1-1 (เหย้า,ชนะจุดโทษ 5-4)
27 ก.ค.2566 ชนะ บาร์เซโลน่า 5-3 (กลาง) ทัวร์อเมริกา
22 ก.ค.2566 แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 (กลาง) ทัวร์อเมริกา
19 ก.ค.2566 ชนะ รวมดาราเมเจอร์ลีก 5-0 (เยือน) ทัวร์อเมริกา
สภาพทีมอาร์เซน่อล
มิเกล อาร์เตต้า พาทีมเล่นในถ้วยใบนี้ในฐานะรองแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์เอฟเอ คัพ ไปครอง โดยผลงานช่วงปรีซีซั่น ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 เกมนี้จะไม่มี กาเบรียล เชซุส กองหน้าทีมชาติบราซิล ที่เจ็บช่วงปรีซีซั่น และต้องเข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่า ต้องพักอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ทำให้เกมนี้ อาจจะเป็นเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ หรือ ดัน ไค ฮาแวร์ตซ์ ขึ้นไปรับบทบาทแทน บูกาโย่ ซาก้า ที่ไม่ได้ลงในเกมชนะจุดโทษเหนือโมนาโก เพราะป่วย จะกลับคืนทีม ด้าน โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ที่ไม่ได้ลงเล่นช่วงปรีซีซั่นยังคงมีปัญหาเจ็บที่น่อง แดนกลาง ดีแคลน ไรท์ กองกลางค่าตัวสถิติสโมสรคนใหม่ จะเชื่อมเกมกับ โธมัส ปาร์เตย์ เช่นเดียวกับ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ แนวรับที่เพิ่งดึงมาเสริมในช่วงซัมเมอร์จะได้สตาร์ตเช่นกัน
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
อาร์เซน่อล (4-3-3) : อารอน แรมส์เดล - ยูร์เรียน ทิมเบอร์, วิลเลี่ยม ซาลีบา, กาเบรียล มากัลเญส, ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ - มาร์ติน โอเดการ์ด, ดีแคลน ไรท์, โธมัส ปาร์เตย์ - บูคาโย่ ซาก้า, ไค ฮาแวร์ตซ์, เลอันโดร ทรอสซาร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผลงานปรีซีซั่น
30 ก.ค.2566 แพ้ แอต.มาดริด 1-2 (กลาง) ทัวร์ญี่ปุ่น
26 ก.ค.2566 ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 (กลาง) ทัวร์ญี่ปุ่น
23 ก.ค.2566 ชนะ โยโกฮามา เอฟ มารินอส 5-3 (เยือน) ทัวร์ญี่ปุ่น
สภาพทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เป๊ป กวาดิโอล่า พา "เรือใบสีฟ้า" คว้า 3 แชมป์ได้อย่างยอดเยี่ยม (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพ) เกมนี้ต้องลุ้นว่า ยอสโก้ กวาร์ดิโอล กองหลังตัวใหม่ที่ย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 77 ล้านปอนด์ จะลงทะเบียนได้ทันหรือไม่ หรือหากทันก็อาจเป็นเพียงสำรอง แดนกลาง แม้ต้องเสีย อิลคาย กุนโดกัน และริยาด มาห์เรซ ออกไป แต่จะมี มาเตโอ โควาซิช เข้ามาเสริม เควิน เดอ บรอยน์ ที่เจ็บเอ็นร้อยหวาย ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงที่ชนะอินเตอร์ มิลาน แต่ไม่น่าฟิตทันเป็นตัวจริง ส่วน นาธาน อาเก้ น่าจะฟิตทันหลังล้ามาจากเกมแพ้ แอต.มาดริด
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ซิตี้ (3-2-4-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, มานูเอล อคานยี, รูเบน ดิอาส - จอห์น สโตนส์, โรดรี้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, มาเตโอ โควาซิช, ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช - เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
ความน่าจะเป็นของเกม
แม้จะเป็นเกมการกุศลส่งสัญญาณ ก่อนพรีเมียร์ลีก เปิดฤดูกาล แต่ทั้งสองทีมก็คงจะมาเทสต์ระบบ และใส่กันอย่างเต็มที่ ทำให้เกมในวันนี้น่าจะสู้กันอย่างสูสี ออกได้ทั้ง 3 หน้า แต่หากเลือกเหตุผล ลูกทีมของ "เป๊ป กวาดิโอล่า" มีมิติในการรุกและรับ ที่หลากหลายกว่า สุดท้ายน่าจะเป็นฝ่ายเบียดคว้าแชมป์แรกของฤดูกาลไปได้
สกอร์ที่คาด:
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 2-1
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-การเจอกันของทั้งคู่ที่ผ่านมา 208 นัด อาร์เซน่อล ชนะ 98 แมนฯ ซิตี้ ชนะ 65 นัด และจบลงด้วยผลเสมอ 45 นัด
-นี่จะเป็นการพบกันของทั้ง 2 ทีมเป็นครั้งที่ 3 ในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล ชนะ 4-0 ในปี 1934 และ ชนะ 3-0 ในปี 2014
-อาร์เซนอลแพ้เพียง 2 จาก 15 เกมหลังสุดที่เวมบลีย์ในทุกรายการ (ชนะ 9 เสมอ 4) โดยทั้ง 2 เกมนั้นแพ้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 (พบสเปอร์สในพรีเมียร์ลีกและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในนัดชิงลีก คัพ)
-ในปี 2023 แมนเชสเตอร์ฯ ซิตี้ ชนะอาร์เซน่อลมาทั้ง 3 ครั้งที่พบกันในปีนี้
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสชนะเกมนี้มากกว่า โดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Opta ให้ทีม "เรือใบสีฟ้า" มีโอกาสชนะ 54.6% ส่วนโอกาสของ อาร์เซน่อล มีเพียง 21.8%
-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้คอมมูนิตี้ ชิลด์ 2 ครั้งหลังสุด โดยแพ้ ต่อเลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในปี 2021 และ 1-3 ต่อลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
-อาร์เซน่อล ได้แชมป์รายการนี้มาแล้ว 16 ครั้งเป็นอันดับ 2 ร่วมเท่ากับ ลิเวอร์พูล โดยรองจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 21 ครั้ง ส่วน แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์รายการนี้ไป 6 ครั้ง
- อาร์เซน่อล ได้แชมป์รายการนี้ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2020 ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์รายการนี้ล่าสุดในปี 2019 โดยฤดูกาลที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เล่นในรายการนี้ แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล 1-3
-คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ปีที่แล้ว จูเลียน อัลวาเรซ ทำประตูให้ ซิตี้ ในเกมพบลิเวอร์พูล และอาจกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำประตูได้ติดต่อกัน 2 ปี โดยล่าสุดเป็น เอเดรียน ฮีธ ของเอฟเวอร์ตัน ทำได้ในปี 1985 และ 1986