เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอฟเวอร์ตัน เพิ่งถูกตัด 10 แต้ม ทำให้หล่นไปรั้งอันดับ 19 จากกรณีที่ทำผิดกฎทางการเงิน หรือ ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ ที่ขาดทุนเกินกว่าพรีเมียร์ ลีกกำหนดตลอด 3 ปี โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นอีกทีมที่เสี่ยงจะโดนบทลงโทษเช่นกัน และอาจจะโทษรุนแรงกว่าถึงขั้นตกชั้น หลังจากที่สโมสรถูกระบุว่าทำผิดกฎการเงินมากถึง 115 ข้อหา ระหว่างเดือนกันยายน 2009 ถึงฤดูกาล 2017-18 ในช่วงที่ ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสร
แข้ง "แมนฯซิตี้" ติดทีมมูลค่าสูงสุดตลาดซื้อขายมากสุด
ทั้งนี้ได้มีการตั้งข้อสงสัยกันว่า เหตุใดการสอบสวนของ เรือใบสีฟ้า ถึงได้ใช้เวลานาน ขณะที่คดีของ ท็อฟฟี่ นั้นกลับได้บทสรุปในระเวลาอันสั้น
ล่าสุด ฟุตบอล อินไซเดอร์ สื่อฟุตบอลชื่อดัง รายงานว่า ลิเวอร์พูล กำลังเป็นแกนนำในการกดดันให้ พรีเมียร์ ลีก เร่งสรุปคดีทางการเงินของ แมนฯ ซิตี้ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตัดสินบทลงโทษขั้นรุนแรง ตามหลักการที่ถูกต้องให้ได้ก่อนเปิดฉากฤดูกาล 2024-25 ขณะที่ คีแรน แม็กไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในวงการฟุตบอล ยืนยันว่า แมนฯ ซิตี้ จะไม่ต้องกังวลเรื่องการจ่ายค่าเหนื่อยว่าจะทำสถิติสูงสุดในพรีเมียร์ ลีก เนื่องจากสโมสรสามารถจ่ายค่าแรงได้อีก 70-80 ล้านปอนด์ หรือราว 3,080-3,520 ล้านบาท โดยที่ยังอยู่ภายใต้ขีดจำกัดตามที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปกำหนดไว้
โดย คีแรน แม็กไกวร์ ระบุว่า ซิตี้ จะผ่อนคลายได้ในเรื่องของใบเสร็จค่าเหนื่อย เพราะความสำคัญของตัวเลขคือพวกเขาจ่ายค่าเหนื่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องได้สัดส่วนกับรายรับ ซึ่งนั่นแค่ 58-59 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยังต่ำกว่าเกณฑ์ 70 เปอร์เซ็นต์ที่ ยูฟ่า กำหนด ดังนั้น ซิตี้ ยังจ่ายได้อีก 70-80 ล้านปอนด์ และยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัด ซึ่งค่าเหนื่อยมหาศาลนั้นมาจากโบนัสที่พวกเขาทำได้ตามเป้าหมาย จากความสำเร็จ 3 แชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นเอง
หุ้น AOT ดิ่ง 6.82% เซ่นนักท่องเที่ยวจีนมาช้ากว่าเป้า โบรกฯรุมหั่นคาดการณ์กำไร
สรุปให้! “แอนโทเนีย” รองอันดับหนึ่ง Miss Universe 2023 ทำกระแสโซเชียลร้อนแรง