วิเคราะห์บอล! คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ เชลซี พบ ลิเวอร์พูล 25 ก.พ.67


โดย PPTV Online

เผยแพร่




พรีวิวฟุตบอล คาราบาว คัพ เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยจะเป็นการพบกันระหว่าง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล

ฟุตบอล คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ  วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 เชลซี แชมป์รายการนี้ 5 สมัย จะพบ ลิเวอร์พูล ทึ่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุด 9 สมัย โดยเกมนี้เล่นกันที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเกมนี้มี  คริส คาวานาจห์ ทำหน้าที่ผู้ตัดสิน  คู่นี้เจอกันในพรีเมียร์ลีก 2 นัดฤดูกาลนี้  ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ โดยบุกไปเสมอ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 1-1 และกลับมาชนะ เชลซี ที่แอนฟิลด์ 4-1 

ท็อดด์ โบลีย์ อัดฉีดเงินแข้งเชลซีหากล้มลิเวอร์พูลคว้าแชมป์คาราบาวคัพ

"โปเช็ตติโน่" ตั้งเป้า "เชลซี" แชมป์คาราบาว คัพ

เหตุใด "โปเช็ตติโน่" แพ้-ไร้ถ้วย แต่ยากที่เชลซีจะปลดออก

 

 

คาราบาว คัพ AFP/Paul ELLIS, Glyn KIRK
ดาร์วิน นูนเญซ (ซ้าย) ลุ้นผ่านฟิตลงให้ ลิเวอร์พูล ดวล คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ของเชลซี

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เฮดโค้ชเชลซี ที่เกมลีกล่าสุดบุกไปเสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1 ส่วนในเกมรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมา ชนะ มิดเดิลสโบรห์ มาได้ในเกมที่ 2 สกอร์ 6-1 หลังนัดแรกบุกไปแพ้ 0-1 นัดนี้  จะยังไม่มี ติอาโก้ ซิลวา แนวรับที่เจ็บข้อเท้ามาจากเกชนะ คริสตัล พาเลซ ทำให้ยังอยู่ในลิสต์บาดเจ็บร่วมกับ คาร์นี่ย์ ชุควูเอเมก้า, เบอนัวต์ บาเดียชิล, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, มาร์ก กูกูเรย่า, รีซ เจมส์, โรเมโอ ลาเวีย, เลสลี่ย์ อูโกชุควู ด้าน โรเบิร์ต ซานเชซ ลุ้นเบียดเฝ้าเสา หลังกลับมาจากอาการเจ็บเข่ายาว เกมรุก  นิโคลัส แจ็คสัน  พร้อมยืนเป็นหน้าเป้าอีกครั้ง

เจอร์เก้น คล็อปป์  ที่เพิ่งพา "ลิเวอร์พูล" เปิดบ้านถล่ม ลูตัน ทาวน์ 4-1 ในเกมลีก  เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในรายการนี้ในรอบรองชนะเลิศ 2 นัด ชนะผ่าน ฟูแล่ม มาได้  นัดนี้ไม่มี  ดีโอโก้ โชต้า กับ เคอร์ติส โจนส์ ที่เจ็บจากเกมถล่ม เบรนท์ฟอร์ด 4-1 อิบราฮิม่า โกนาเต้ จะกลับมายืนเซ็นเตอร์คู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ตามเดิม ส่งผลให้ จาเรลล์ ควอนซาห์ จะถูกดร็อปกลับไปนั่งสำรอง ด้าน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดาร์วิน นูนเญซ และ โดมินิก โซบอสซ์ไล คาดว่าจะต้องเช็กความฟิตกันถึงนาทีสุดท้ายว่าทั้ง 3 คนจะลงได้หรือไม่  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น่าจะได้กลับมายืนแบ๊กซ้าย  ส่วน อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังกลับมาเฝ้าเสาไม่ได้ ทำให้ ควีวิน เคลเลเฮอร์ จะทำหน้าที่ต่อไป เทรนท์ อเล็กซานเดอร์,โฌแอล มาติป, เบน โด๊ค, สเตฟาน บายเซติช และ ติอาโก้ อัลกันตาร่ายังอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ทั้งหมด 
 

รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
เชลซี (4-2-3-1) : ยอร์เย่ เปโตรวิช - มาโล่ กุสโต้, อักแซล ดิซาซี่, ลีวาย โคลวิลล์, เบน ชิลเวลล์ - มอยเซส ไกเซโด้, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ - โคล พาลเมอร์, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, ราฮีม สเตอร์ลิง  - นิโคลัส แจ็คสัน 
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวิน เคลเลเฮอร์ - คอนอร์ แบร็ดลี่ย์, อิบราฮิม่า โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - ไรอัน กราเฟนแบร์ค, วาตารุ เอ็นโด, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, โคดี้ กัคโป, หลุยส์ ดิอาซ


ความน่าจะเป็นของเกม
พบกันในลีกฤดูกาลนี้ เชลซี อาจสถิติข่มกว่าเล็กน้อย บวกกับการเพิ่งได้ผลเสมอกับทีมอย่าง แมนฯ ซิตี้ มาด้วย ทำให้ลูกทีมของ  เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ค่อนข้างมั่นใจก็จริง แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถือว่าเป็นกุนซือที่เคี้้ยวอยู่แล้ว อีกทั้งผู้เล่นที่มีอยู่ ก็ถือว่าเข้าใจในเกม และหาก ซาล่าห์ กับ นูนเญซ ฟิตทัน ก็ถือว่าจะอันตรายในเกมรุกไม่น้อยทีเดียว นัดนี้น่าจะเป็นเกมคู่ชิงที่สนุก สู้กันอย่างสูสี มีสิทธิ์ออกได้ทั้ง 3 หน้า แต่หากดูจากสถิติที่ผ่านมา เชลซี มักไม่ค่อยมีโชคในบอลถ้วยเท่าไหร่นัก ทำให้การเลือกผู้ชนะน่าจะเป็น "หงส์แดง" ที่เบียดคว้าแชมป์แรกของอังกฤษในฤดูกาลนี้ไปครอง  


สกอร์ที่คาด
ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1 


เกร็ดที่น่าสนใจก่อนเกม
-เป็นการพบกันครั้งที่ 4 ของเชลซีและลิเวอร์พูล ที่สนามเวมบลีย์ โดย เชลซี ชนะเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศปี 2012 ด้วยสกอร์ 2-1 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะ ลีก คัพ  และเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษในปี 2022
-ถือเป็นการพบกันในนัดชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งที่ 3 ของทั้ง 2 ทีม โดยก่อนหน้านี้พบกันมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2005 และ 2022  โดยในปี 2005 เชลซี เป็นฝ่ายชนะ  3-2 และในปี 2022 ลิเวอร์พูล ชนะดวลจุดโทษ หลังเสมอใน 120 นาที 0-0  ซึ่งถือเป็นแชมป์สมัยที่ 9 มากที่สุดกว่าทุกทีม
-เชลซี คว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 5 ครั้ง หลังจากผ่านเข้าชิงรายการนี้มาแล้ว 9 ครั้ง ชนะ 5 แพ้ 4 จาก 9 ครั้งที่เข้าชิง โดยครั้งล่าสุดที่คว้าแชมป์คือการชนะ สเปอร์ส ในปี 2015
-นี่เป็นการเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งที่ 14 ของลิเวอร์พูล โดยมากกว่าทีมใดๆ ทั้งหมด  "หงส์แดง" ชนะการแข่งขันเป็นประวัติการณ์ถึง 9 ครั้ง 
-เชลซี ชนะ 4 จาก 7 นัดหลังสุดในการพบกับลิเวอร์พูล ในรายการนี้ (เสมอ 2 แพ้ 1 ) ซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งเดียวคือการแพ้ในนัดชิงเมื่อปี 2022
-เชลซีแพ้รอบชิงชนะเลิศบอลถ้วยอังกฤษ 5 นัดหลังสุด คือ เอฟเอ คัพ ในปี 2020, 2021 และ 2022 และลีกคัพ คัพ ในปี 2019 และ 2022 ไม่มีทีมใดแพ้รอบชิงชนะเลิศถึง 6 ครั้งติดต่อกันมาก่อน
-ลิเวอร์พูล ลงเล่นที่ เวมบลี่ย์ มาแล้ว 44 นัด โดยเป็นการชนะ 22 นัด
- ลิเวอร์พูลจะเล่นในนัดชิงชนะเลิศบอลถ้วยของอังกฤษนัดที่ 29 (เอฟเอคัพ 15 นัด ลีก คัพ 14 นัด) มีเพียงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้นที่เคยลงเล่นมากกว่า (31 นัด)
- ในการพบกัน 8 ครั้งหลังสุด ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้เชลซี ในทุกรายการ โดยครั้งหลังสุดที่ "หงส์แดง" แพ้ คือในเกมลีก ที่เปิดแอนฟิลด์ แพ้ 0-1 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2021 
- ลิเวอร์พูล เก็บคลีนชีท ได้ 4 จาก 6 นัดหลังที่พบกับ เชลซี 
-ลิเวอร์พูลเสียเพียงประตูเดียวจากทั้ง 5 เกม ที่ลงเล่นรายการนี้ ฤดูกาลนี้ มีเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่เคยคว้าแชมป์โดยไม่เสียคลีนชีท ในฤดูกาลนั้น ก็คือ เวสต์บรอมวิช ในปี 1965-66, เบอร์มิงแฮม ในปี 2010-11 และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปี 2015-16
-โคดี้ กัคโป แนวรุกของลิเวอร์พูล ทำประตูได้ในทุกๆ รอบของ  คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) ฤดูกาลนี้ 
-หาก หลุยส์ ดิอาซ ทำประตูได้ในเกมนี้จะเป็นนักเตะลิเวอร์พูล คนที่ 3 ที่ยิงใส่ เชลซี ใน 3 เกมที่เจอกันในฤดูกาลเดียว โดยจะทำได้ต่อจาก โรเจอร์ ฮันท์ และ เคนนี่ ดัลกลิช  
-หาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อดีตแข้งลิเวอร์พูลของเชลซี ได้ลงเล่นเกมนี้จะเป็นการลงเล่นนัดชิง รายการนี้เป็นครั้งที่ 5 หลังจากก่อนหน้านี้ เคยได้แชมป์รายการนี้มาแล้วกับ แมนฯ ซิตี้  ในปี 2016, 2019, 2020 และ 2021
-เจอร์เก้น คล็อปป์ แพ้เพียงเกมเดียวจาก 13 เกม ที่ดวลกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (ชนะ 7 เสมอ 5)
-นี่เป็นนัดชิงชนะเลิศนัดสำคัญนัดที่ 2 ระหว่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ โดย คล็อปป์ เคย ชนะ โปเช็ตติโน่ ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2019 สมัยที่ โปเช็ตติโน่ ยังคุม สเปอร์ส 

 

ลิเวอร์พูล หมดสิทธิ์ใช้งาน "โจนส์-โชต้า" นัดชิงฯ คาราบาวคัพ

TOP ข่าวกีฬา
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ