มหกรรมกีฬาโอลิมปิกมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปีตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ แต่หากนับเฉพาะในยุคสมัยใหม่ โอลิมปิกถูกจัดมาแล้ว 33 ครั้ง ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 1896 ที่กรุงเอเธนส์ ต้นกำเนิดของมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีนักกีฬาหลายคนที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหลายครั้ง โดยผู้ที่ลงแข่งโอลิมปิกมากที่สุดมีเพียงคนเดียวคือ เอียน มิลลาร์ นักกีฬาขี่ม้าจากแคนาดา ซึ่งลงแข่งไปมากถึง 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1972-2012
แต่ล่าสุด กำลังจะมีนักกีฬาที่จะขึ้นมาครองสถิติร่วมกับมิลลาร์ นั่นคือ “นีโน ซาลุกวาดเซ” นักยิงปืนหญิงชาวจอร์เจีย โดยเธอลงแข่งทั้งหมด 9 ครั้ง ตั้งแต่โวลเกมส์ 1988 จนถึงโตเกียวเกมส์ 2020
ซาลุกวาดเซจะยังคงลงแข่งในโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีสด้วย ซึ่งจะทำให้สถิติของเธอขยับเป็น 10 ครั้ง เท่ากับมิลลาร์ และจะเป็นนักกีฬาหญิงที่ลงแข่งขันในโอลิมปิกมากที่สุด
เธอเคยคว้าเหรียญทองมาให้สหภาพโซเวียตด้วยกีฬาปืนสั้น 25 เมตรที่โซลเกมส์ 1988 ขณะอายุเพียง 19 ปี และได้เหรียญเงินปืนสั้นอัดลมหญิง 10 เมตร แล้วก็ลงแข่งขันโอลิมปิกมาตลอด เคยได้เหรียญทองแดงปืนสั้นอัดลมหญิง 10 เมตรที่ปักกิ่งเกมส์ 2008 และการแข่งครั้งล่าสุดในโตเกียวเกมส์ 2020 ได้อันดับที่ 25 กีฬาปืนสั้น 25 เมตร ส่วนปืนสั้นอัดลมหญิง 10 เมตรได้อันดับที่ 31
ซึ่งช่วงเวลาหลายสิบปีนี้เธอลงแข่งให้ทั้งสหภาพโซเวียต ยูนิฟายด์ทีม และจอร์เจีย รวมถึงลงแข่งขันกับลูกชายของตัวเองด้วยในริโอเกมส์ 2016
ข้ามมาในปี 2024 ความเป็นตำนานของซาลุกวาดเซยังมีอะไรให้พูดถึงต่อ เพราะว่านักแม่นปืนชาวจอร์เจียรายนี้กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงแข่งขันโอลิมปิก 10 สมัยติดต่อกัน จากการที่เธอได้อันดับ 4 การแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป ทำให้เธอได้ตั๋วไปแข่งขันที่ปารีส
ซาลุกวาดเซบอกว่า ที่เธอประสบความสำเร็จแบบนี้เพราะเธอซ้อมอย่างหนัก ไม่คิดว่าตัวเองจะมีพรสวรรค์สูงมากนัก ซึ่งบางทีก็เป็นข้อดี เพราะเชื่อว่าหลังจากที่ทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเธอก็จะมีผลงานที่ดี
ไม่เคยมีใครมาเบียดเธอลงไปได้ จนกระทั่งโซเวียตล่มสลาย จากนั้นจอร์เจียกลายเป็นประเทศอิสระ เธอจึงลงแข่งขันให้ประเทศตัวเอง
เธอจำได้เสมอที่พ่อบอกว่า ถ้าอยากเป็นส่วนหนึ่งโอลิมปิก เธอต้องทำให้ดีกว่าเพื่อนร่วมทีมให้ได้ และเธอก็ทำแบบนั้นได้จริง จนได้เหรียญทองและเหรียญเงินตั้งแต่ตอนอายุ 19 ปี
เธอเข้าร่วมโตเกียวเกมส์ขณะอายุ 51 ปี ครั้งนั้นเธอถูกพูดถึงไปตลอด จากการที่เธอไปจูบ นาตาเลีย พาเดรินา ผู้ที่ได้เหรียญเงินชาวรัสเซีย ซึ่งนี่เป็นโมเมนต์แห่งสัญลักษณ์ เพราะตอนนั้นรัสเซียกับจอร์เจียเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนเซาท์ออสซีเชีย
โตเกียว 2020 จริง ๆ แล้วควรจะเป็นการปิดฉากตำนานโอลิมปิกของเธอแล้ว แต่หลังจากแข่งไปได้ไม่กี่สัปดาห์ เธอก็เปลี่ยนใจล้มแผนการรีไทร์ เพราะลูกชายของเธอ “ซอดเน มาซาวาเรียนี” มีอิทธิพลอย่างมากในการทำให้เธอตัดสินใจกลับมาแข่ง เพราะลูกชายของเธอได้เป็นตัวแทนจอร์เจียลงแข่งในกีฬายิงปืนโอลิมปิก
ตอนนั้นมาซาวาเรียนีอายุแค่ 18 ปี โดยที่ลงแข่งขันปืนสั้นที่ริโอ 2016 ซึ่งคุณแม่ของเขาก็เป็นโค้ชให้ จากการที่ซาลุกวาดเซลงแข่งขันนานมาก ทำให้ที่ริโอคุณแม่และคุณลูกก็ได้ลงแข่งขันร่วมกัน ถือว่าเป็นแม่ลูกคู่แรกที่ได้ลงแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ครั้งเดียวกัน
มาซาวาเรียนีบอกว่า เขาเดินทางไปพร้อมกับแม่ที่เป็นโค้ช ดังนั้นที่โอลิมปิกเขาจึงเป็นตัวแทนของทั้งแม่ ประเทศ แต่ตัวเอง
เขาบอกว่า การมีแม่เป็นโค้ชสามารถให้คำแนะนำได้ทั้งในฐานะของคนเป็นแม่และคนเป็นโค้ช ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่แม่ลูกได้ลงแข่งร่วมกันแบบนี้
มาซาวาเรียนีสร้างความประหลาดใจด้วยลงแข่งโอลิมปิกครั้งแรกในวัยแค่ 18 ปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าตอนนี้คุณแม่ลงแข่งขันครั้งแรกเสียอีก
ในช่วงเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ซาลุกวาดเซได้แชมป์มาหมดแล้ว ทั้งแชมป์โอลิมปิก แชมป์โลก แชมป์ยุโรป เป็นคนถือธงชาติจอร์เจียด้วยที่ลอนดอนเกมส์ 2012 และโตเกียวเกมส์ 2020