สำนักข่าว CNN รายงานว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการสหรัฐฯ ได้รับข้อมูลข่าวกรองว่า อิหร่านมีแผนสังหารอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ทีมอารักขาต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
ทีมโฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ก่อนหน้าเหตุลอบยิงทรัมป์ขณะอยู่บนขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ทีมหาเสียงและทีมอารักขาของทรัมป์ ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมกลางแจ้งที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ยืนยันว่า จากการสืบสวนจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่า การก่อเหตุของ โทมัส แมทธิว ครูกส์ คนร้ายที่พยายามลอบสังหารทรัมป์ มีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่น ๆไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ
โดยการสืบสวนของสำนักสืบสวนกลาง (FBI) ในเวลานี้ยังคงให้ความสำคัญไปที่ตัวของครูกส์ แรงจูงใจ ไทม์ไลน์การก่อเหตุ และบุคคลอื่น ๆ ที่อาจมีความเกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ FBI สามารถเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของครูกส์ได้แล้ว และกำลังทำการตรวจวิเคราะห์อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์อื่น ๆ อยู่ ส่วนการตรวจสอบค้นที่พักและพาหนะของมือปืนรายนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว
สำหรับทรัมป์ รวมถึงอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในยุครัฐบาลทรัมป์ เช่น ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่าน นับตั้งแต่เหตุโดรนสังหาร นายพล กาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกองกำลังคุดส์ แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2020
ด้านคณะผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาชาติในนิวยอร์ก ปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการกล่าวหาที่ขาดหลักฐานและมีเจตนาในเชิงลบ พร้อมทั้งยืนยันว่าอิหร่านยึดมั่นในการใช้กระบวนการตามกฎหมายเพื่อนำตัวทรัมป์มาดำเนินคดีและลงโทษจากการออกคำสั่งสังหารนายพลโซเลมานี